หุ้นเอเชียร่วงหนักหลังสหรัฐฯ-อิสราเอลโจมตีอิหร่าน ความเสี่ยงพุ่ง
สรุป ราคาทองคําวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวลดลง 12.60 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคําได้รับแรงกดดันต่อเนื่อง หลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยในวันศุกร์ว่า อัตราการว่างงาน ปรับตัวลงสู่ระดับ 3.67% ต่ํากว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 3.7% และแตะระดับต่ําสุดนับตั้งแต่ก.พ.2020 ส่วนตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 431,000 ตําแหน่งในเดือนมี.ค. แม้ จะต่ํากว่าที่นักวิเคราะห์คาด แต่ก็สะท้อนว่าตลาดแรงงานยังคงฟื้นตัวขึ้น และบ่งชี้ว่า เศรษฐกิจสหรัฐไม่ต้องการนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายที่ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟต) ใช้เพื่อกระตุ้น เศรษฐกิจในช่วงที่เกิดการระบาดของ COMD-19 อีกต่อไป นั่นทําให้ตลาดคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟต)จะเดินหน้า “เร่ง" ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย "อย่างแข็งกร้าว” เพื่อสกัดเงินเฟ้อ เห็นได้จาก FedWatch Tool ของ CME Group ที่บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ําหนัก 73.3% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.50% ในการประชุมวันที่ 3-4 พ.ศ. ส่งผลให้ดัชนีดอลลาร์แข็งค่าขึ้น 0.33% แตะที่ 98.6320 ขณะที่ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี เพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดที่ 2.4539% จากระดับ 2.40% จนเป็นปัจจัยกดดันทองคําในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่ได้ให้ ผลตอบแทนในรูปแบบของดอกเบี้ยเพิ่ม สถานการณ์ดังกล่าวจุตราคาทองคําให้ปรับตัวลง กระทั่งแตะระดับต่ําสุดบริเวณ 1,918.01 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในระหว่างการซื้อขายของวันศุกร์ ด้าน กองทุน SPDR ถือครองทองคํา +0.29 ตัน สําหรับวันนี้ปริมาณการซื้อขายทองคําของตลาดในโซนเอเชียอาจยังคงเบาบางเพราะตลาดจีนปิดทําการในช่วงเทศกาลเชงเม้ง (Tomb Sweeping Day) ขณะที่คืนนี้ติดตามการเปิดเผยยอดสั่งซื้อภาคโรงงานของสหรัฐ
หากการอ่อนตัวลงของราคาทองคำไม่มากและยังสามารถรักษาระดับเหนือแนวรับ ได้ราคาทองคำยังมีลุ้นดีดขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,940-1,949 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยหากราคาทองคำไม่สามารถสร้างระดับสูงสุดใหม่ได้ อาจทำให้เกิดแรงขายทำกำไรสลับเข้ามา ทั้งนี้ ประเมินแนวรับที่ 1,907-1,890 ดอลลาร์ต่อออนซ์
คําแนะนํา เปิดสถานะซื้อ 1,907-1,890
จุดทํากําไร ขายเพื่อทํากําไร $1,940-1,949
ตัดขาดทุน ตัดขาดทุนสถานะซื้อหากหลุด $1,890
บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 02-687-9888 กด 1 หรือเว็บไซต์ ylgbullion.co.th
