เปิดแอป

ทองคำหยุดพักตัว เจอแรงกดดันหลังสหรัฐฯ เผยปล่อยน้ำมันสำรองเพื่อชะลอราคาน้ำมัน

เผยแพร่ 01/04/2022 11:46

สรป ราคาทองคําวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.40 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แม้ระหว่างวันทองคําจะพักตัว โดยได้รับแรงกดดันจากการร่วงลงของราคาน้ำมัน หลังจากมีข่าวว่าสหรัฐจะระบายน้ํามันจํานวน 180 ล้านบาร์เรลออกจากคลังสํารองทางยุทธศาสตร์ (SPR) เพื่อสกัดการพุ่งขึ้นของราคาน้ํามัน และบรรเทาภาวะเงินเฟ้อในประเทศ ปัจจัยดังกล่าวกดดันให้ทองคําร่วงลงทดสอบกรอบล่างบริเวณ 1,919.10 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก่อนที่ราคาทองคําจะฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในเวลาต่อมา หลังประธานาธิบดีปูติน ได้ลงนามในกฤษฎีกาซึ่งระบุว่า ต่างชาติที่ซื้อก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียจะต้องชําระเงินเป็นสกุลรูเบิล เท่านั้น โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. และสัญญาการซื้อก้าชจะถูกระงับ หากผู้ซื้อไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขดังกล่าว ข่าวนี้ช่วยกระตุ้นแรงซื้อทองคําในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเนื่องจากจะทําให้รัสเซียเสี่ยงเผชิญ การคว่ําบาตรมากขึ้น และอาจทําให้วิกฤตพลังงานยิ่งทวีความรุนแรงจนกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจทั่วโลก นอกจากนี้ ราคาทองคํายังได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อทองคําในฐานะสินทรัพย์ที่ช่วย ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ หลังจากดัชนี PCE พื้นฐาน ที่เป็นมาตรวัดอัตราเงินเฟ้อซึ่งเฟดให้ความสําคัญ พุ่งขึ้น 5.4% ในเดือนก.พ. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย. 1983 ปัจจัยบวกดังกล่าวหนุนให้ราคาทองคําพุ่งขึ้นทดสอบระดับสูงสุดบริเวณ 1,949.52 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก่อนที่จะลดช่วงบวกลงปลายตลาด เนื่องจากเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้นจะสนับสนุนให้ธนาคารกลาง สหรัฐ (เฟด) เร่งปรับขึ้นดอกเบี้ยซึ่งเป็นปัจจัยหนุนดัชนีดอลลาร์ให้แข็งค่าจนสกัดช่วงบวกทอง อย่างไรก็ดี ราคาทองคํายังสามารถปิดตลาดในไตรมาส 12022 ด้วยการพุ่งขึ้นกว่า 7% มากสุดในรอบ เกือบ 2 ปี หรือ นับตั้งแต่ไตรมาส 22020 ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองไม่เปลี่ยนแปลง สําหรับวันนี้จับตาการเปิดเผยการจ้างงานนอกภาคเกษตร, อัตราการว่างงาน และรายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมงแรงงาน

แม้ว่าราคาจะทรงตัวแต่หากราคายังไม่สามารถเหนือระดับ 1,949 ดอลลาร์ต่อออนซ์(ระดับสูงสุดใหม่จากวันก่อนหน้า)ราคามีโอกาส อ่อนตัวลงช่วงสั้น หากสามารถยืนเหนือแนวรับบริเวณ 1,911-1,907 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ แสดงให้เห็นว่าแรงซื้อเข้ามาพยุง ราคามีการดีดตัวขึ้นอีกครั้ง แต่หากยืนเหนือแนวรับแรกไม่ได้ ราคามีโอกาสอ่อนตัวลงทดสอบแนวรับถัดไปโซน 1,890 ดอลลาร์ต่อออนซ์

คําแนะนํา เปิดสถานะขาย 1,949-1,966

จุดทํากําไร ซื้อคืนเพื่อทํากําไร $1,911-1,907

ตัดขาดทุน ตัดขาดทุนสถานะขายหากผ่าน $1,966

บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 02-687-9888 กด 1 หรือเว็บไซต์ ylgbullion.co.th

ความคิดเห็นล่าสุด

การเปิดเผยความเสี่ยง: การซื้อขายตราสารทางการเงินและ/หรือเงินดิจิตอลจะมีความเสี่ยงสูงที่รวมถึงความเสี่ยงต่อการสูญเสียจำนวนเงินลงทุนของคุณบางส่วนหรือทั้งหมดและอาจไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทั้งหมด ราคาของเงินดิจิตอลแปรปรวนอย่างมากและอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เช่น เหตุการณ์ทางการเงิน กฎหมายกำกับดูแล หรือ เหตุการณ์ทางการเมือง การซื้อขายด้วยมาร์จินทำให้ความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มขึ้น
ก่อนการตัดสินใจซื้อขายตราสารทางการเงินหรือเงินดิจิตอล คุณควรตระหนักดีถึงความเสี่ยงและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายในตลาดการเงิน ควรพิจารณาศึกษาอย่างรอบคอบในด้านวัตถุประสงค์การลงทุน ระดับประสบการณ์ และ การยอมรับความเสี่ยงและแสวงหาคำแนะนำทางวิชาชีพหากจำเป็น
Fusion Media อยากเตือนความจำคุณว่าข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่แบบเรียลไทม์หรือเที่ยงตรงแม่นยำเสมอไป ข้อมูลและราคาที่แสดงไว้บนเว็บไซต์ไม่ใช่ข้อมูลที่ได้รับจากตลาดหรือตลาดหลักทรัพย์เสมอไปแต่อาจได้รับจากผู้ดูแลสภาพคล่องและดังนั้นราคาจึงอาจไม่เที่ยงตรงแม่นยำและอาจแตกต่างจากราคาจริงในตลาดซึ่งหมายความว่าราคานี้เป็นเพียงราคาชี้นำและไม่เหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการซื้อขาย Fusion Media และผู้ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้จะไม่รับผิดชอบใด ๆ สำหรับความเสียหายหรือการสูญเสียที่เป็นผลมาจากการซื้อขายของคุณหรือการพึ่งพาของคุณในข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้
ห้ามใช้ จัดเก็บ ทำซ้ำ แสดงผล ดัดแปลง ส่งผ่าน หรือ แจกจ่ายข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้โดยไม่ได้รับการอนุญาตล่วงหน้าอย่างชัดแจ้งแบบเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Fusion Media และ/หรือจากผู้ให้ข้อมูล ผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและ/หรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้
Fusion Media อาจได้รับผลตอบแทนจากผู้โฆษณาที่ปรากฎบนเว็บไซต์โดยอิงจากปฏิสัมพันธ์ของคุณที่มีกับโฆษณาหรือผู้โฆษณา
เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษของเอกสารฉบับนี้เป็นเวอร์ชั่นหลักซึ่งจะเป็นเวอร์ชั่นที่เหนือกว่าเมื่อใดก็ตามที่มีข้อขัดแย้งไม่สอดคล้องตรงกันระหว่างเอกสารเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษกับเอกสารเวอร์ชั่นภาษาไทย