หุ้นเอเชียร่วงหนักหลังสหรัฐฯ-อิสราเอลโจมตีอิหร่าน ความเสี่ยงพุ่ง
สรุป ราคาทองคําวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 24.26 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคําได้รับแรงหนุนจากหลายปัจจัย ได้แก่
(1.) ความตึงเครียดระหว่างรัสเซียกับยูเครน เนื่องจากการเจรจาระหว่าง รัสเซียและยูเครนยังให้ความคืบหน้าชัดเจน ลําสุดนายมีใคโล โปโหลยัก ที่ปรึกษาประธานาธิบดีโวโสดิเมียร์ เชเลนสกี ผู้นํายูเครน และเป็นผู้นําคณะเจรจาของยูเครน ออกมายอมรับว่าการเจรจาสันติภาพ กับรัสเซียกําลังเผชิญความยากลําบากอย่างมาก ปัจจัยดังกล่าวทําให้นักลงทุนกลับมาปิดรับความเสี่ยง (Ask aff) พร้อมเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยในวงกว้างทั้งทองคําและพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ขณะที่ แรงซื้อพันธบัตรในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยกดดันอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีให้ปรับตัวลงจากระดับสูงสุดนับตั้งแต่ 22 พ.ค. 2019 ที่ 2.417% สู่ระดับ 2.2844% ซึ่งช่วยหนุนทองคํา ในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่ได้ให้ผลตอบแทนในรูปแบบของดอกเบี้ยอีกทางหนึ่ง
(2.) ราคาน้ํามันพุ่งขึ้น หลังมีรายงานว่าบริษัทแคสเปียน ไปป์ไลน์ คอนซอร์เทียม (Caspian Pipeline Consortium -CPC) ของ คาซัคสถาน ระงับการส่งออกน้ํามันเนื่องจากประสบความเสียหายจากพายุ
(3.) การเปิดเผยตัวเลขยอดขายบ้านใหม่ของสหรัฐที่ออกมา “แย่เกินคาด สถานการณ์ดังกล่าวหนุนให้ราคาทองคําฟื้นตัวจาก ระดับต่ําสุดในระหว่างวันที่ 1,914.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สู่ระดับสูงสุดบริเวณ 1,948.22 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างไรก็ดี ราคาทองคํายังคงปรับตัวขึ้นในกรอบ เนื่องจากถูกกดดันจากการแข็งค่าของดัชนี ดอลลาร์ท่ามกลางแรงซื้อดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัยและการคาดการณ์ว่าเฟดจะเร่งขึ้นดอกเบี้ย จึงเป็นปัจจัยสกัดช่วงบวกทองคําเอาไว้ ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคําเพิ่ม +4.06 ต้น สําหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน จํานวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน, ดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการจากมาร์กิต รวมถึงจับตาการประชุมผู้นํานาโดที่กรุงบรัสเซลส์
คําแนะนํา เปิดสถานะซื้อ 1,925-1,919
จุดทํากําไร ขายเพื่อทํากําไร $1,950-1,958
ตัดขาดทุน ตัดขาดทุนสถานะซื้อหากหลุด $1,895
บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 02-687-9888 กด 1 หรือเว็บไซต์ ylgbullion.co.th
