หุ้นเอเชียร่วงหนักหลังสหรัฐฯ-อิสราเอลโจมตีอิหร่าน ความเสี่ยงพุ่ง
สรุป ราคาทองคําระหว่างวันแกว่งตัวในกรอบ 1,92274-1,938.27 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากเมื่อวานนี้ราคาทองคําปรับตัวเพิ่มขึ้น 15.21 ดอลลาร์ต่อออนซ์ รับแรง หนุนจากสถานการณ์ความตึงเครียดในยูเครน หลังจากนายตมิทรี เพสคอฟ โฆษกเครมลิน ระบุวานนี้ว่า ความคืบหน้าในการเจรจากับยูเครน น้อยกว่าที่รัสเซีย ต้องการ" อีกทั้งคําพูดของประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐ ที่กล่าวโจมตีว่าประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซียเป็น "อาชญากรสงคราม” นั้นได้ทําให้ ความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียและสหรัฐเดินทางเข้าใกล้จุดแตกหัก ส่วนในวันนี้มีปัจจัยบวกจากรัสเซียโจมตีศูนย์การค้าแห่งหนึ่งในกรุงเคียฟด้วยอาวุธพิสัยไกลที่มีความ แม่นยําสูง โดยอ้างสถานที่ดังกล่าวเป็นที่เก็บจรวดและที่บรรจุกระสุนเครื่องยิงจรวด ประกอบกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ระบุว่า ประเทศในเอเชียอาจ ก่อให้เกิดเงินเฟ้อกระจายไปทั่วโลก หากราคาผู้บริโภคปรับตัวขึ้นในทิศทางเดียวกับราคาพลังงาน ขณะที่ด้านตลาดหุ้นเอเชียปิตในแตนบวกจากแรงซ้อนซื้อหุ้นกลุ่ม พลังงาน อีกทั้งโกลด์แมน แซคส์ ธนาคารรายใหญ่แห่งแรกของสหรัฐที่ทําการซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีนอกตลาด (OTC) ถือเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า นักลงทุนสถาบันได้ให้ ความสนใจ พร้อมคาดบิตคอยน์จะสามารถชิงส่วนแบ่งตลาดจากทองคําได้ ในคืนนี้ให้ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ จะเปิดเผยดัชนีภาคการผลิตเดือนมี.ค.จาก เฟดริชมอนด์ ทั้งนี้เก็งกําไรระยะสั้น โดยอาจพิจารณาแนวรับโซน 1,917-1,913 ดอลลาร์ต่อออนซ์เป็นจุดซื้อ อย่างไรก็ตามหากราคาปรับตัวขึ้นไปไม่สามารถยืนเหนือ แนวต้านโซน 1,950-1,958 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อาจทยอยแบ่งขายทํากําไรตามแนวต้านต่างๆ
คําแนะนํา เปิดสถานะซื้อ 1,917-1,913
จุดทํากําไร ขายเพื่อทํากําไร $1,950-1,958
ตัดขาดทุน ตัดขาดทุนสถานะซื้อหากหลุด $1,895
บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 02-687-9888 กด 1 หรือเว็บไซต์ ylgbullion.co.th
