ราคาทองคำพุ่ง 2% ท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านที่ขยายวงกว้าง
สรุป หลังจากเมื่อวานนี้ราคาทองคําได้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 7.55 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างรัสเซียและยูเครน ในวันนี้ราคาทองคํามีลักษณะไซด์เวย์ขาขึ้นในกรอบ 1,929.92-1,950.85 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยเช้านี้ราคาทองคําได้ทะยานขึ้นทดสอบระดับสูงสุดบริเวณ 1,950.85 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก่อน จะโดนแรงขายทํากําไรออกมา การพุ่งขึ้นของราคาเกิดขึ้นหลังจากกองกําลังทหารของรัสเซียได้เข้าโจมตีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาปอริซเซีย (Zaporizhzhia) ทําให้อาคาร ศูนย์ฝึกอบรมที่ติดกันเกิดเพลิงไหม้ และหลังจากนั้นกองกําลังทหารของรัสเซียก็ได้ยึดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ดังกล่าวได้สําเร็จแล้ว อีกทั้งตลาดหุ้นเอเชียพากันลบ ซึ่งใน ภาคเช้าปิดทรุดตัวลงต่ําสุดในรอบ 16 เดือน ในขณะที่ประธานเฟดนิวยอร์กยืนยันเศรษฐกิจสหรัฐไม่เข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจชะงักงันและเงินเฟ้อสูง (stagflation) ประกอบ กับศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ของสหรัฐเปิดเผยว่า ประชากรสหรัฐประมาณ 93% อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่ระดับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ต่ําพอที่จะไม่ จําเป็นต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยภายในอาคาร ประเด็นที่กล่าวมานี้อาจเป็นปัจจัยกดดันทองคําได้ คืนนี้ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ ทั้งตัวเลขจ้างงานนอกภาค เกษตรเดือนก.พ. อัตราการว่างงานเดือนก.พ. และรายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมง ทั้งนี้หลังจากมีแรงขายทํากําไรกดดันให้ราคาอ่อนตัวลง ราคาทองคํายังมีกําลังซื้อที่ไม่มากนัก บริเวณ แนวต้าน 1,950-1,958 หากยังไม่สามารถยืนได้อย่างแข็งแกร่ง การเข้าซื้อในช่วงนี้จึงเน้นรอจังหวะราคาอ่อนตัวลงมาบริเวณ 1,922-1,914 ดอลลาร์ต่อออนซ์
คําแนะนํา เปิดสถานะซื้อ 1,922-1,914
จุดทํากําไร ขายเพื่อทํากําไร $1,950-1,958
ตัดขาดทุน ตัดขาดทุนสถานะซื้อหากหลด $1,895
https://th.investing.com/currencies/xau-usd
กระทู้พูดคุยเกี่ยวกับราคาทองคำ SPOT
https://th.investing.com/currencies/xau-usd-commentary
บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 02-687-9888 กด 1 หรือเว็บไซต์ ylgbullion.co.th
