สัญญาณซื้อขายหุ้นประจำสัปดาห์
Overview Investment Strategy
แม้สภาพแวดล้อมในการลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงดูไม่เอื้ออ านวย จากประเด็น การแพร่ระบาด COVID-19 ในประเทศ รวมถึงความกังวล Tapering QE ใน สหรัฐฯ คาด SET Index จะผันผวนในช่วงนี้ แต่อย่างไรก็ตามคาดหวังการฟื้นตัว ในช่วงครึ่งหลังของปี จึงแนะน าให้ทยอยสะสมหุ้นพื้นฐานดี ซึ่งในการท า Asset Allocation เรายังคงมุมมองเดิม โดยให้น้ าหนักการลงทุนในส่วนที่เป็นหุ้นค่อนข้าง ไปทาง Over Weight โดยจัดสรรเงินลงทุนในหุ้นไทย 35% และหุ้นต่างประเทศ 35% ส่วนตราสารหนี้ บนความคาดหมายว่าทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะ คงที่ ขณะที่ Bond Yield ระยะยาวขยับสูงขึ้น จึงจัดสรรน้ าหนักการลงทุนแบบ Under Weight ให้น้ าหนักตราสารหนี้เพียง 15% ส่วนตราสารการลงทุน ทางเลือกอื่นๆ ให้น้ าหนักการลงทุน 10% ส่วนที่เหลือแบ่งเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล 2% และตลาดเงิน 3%
หุ้นไทย (Thailand Equity)
ปัจจัยภายนอกซึ่งน้ าหนักส่วนใหญยังอยู่ที่ความกังวล เรื่องทิศทางดอกเบี้ยนโยบายของ Fed ซึ่งยังมีประเด็นที่ท า ให้ตลาดยังตีความทางลบและน่าจะสร้างแรงกดดัน ต่อเนื่องมายังตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้ อย่างไรก็ตามปัจจัยใน ประเท ศมีน้ าหนักท างบวกเล็กน้อย จากการที่เห็น Vaccine ล๊อตใหม่ๆ ไหลเข้าสู่ระบบเพิ่มมากขึ้น การผ่อน คลายมาตรการควบคุมท าให้เห็นแนวโน้มการเกิดกิจกรรม ทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น รวมถึงการเริ่ม เดินหน้าของ มาตรการพยุงเศรษฐกิจ โดยวันนี้จะเริ่มลงทะเบียน โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ ขณะที่โครงการคนละครึ่งเฟส 3 สัปดาห์ที่ผ่านมามีผู้ลงทะเบียนกว่า 29 ล้านราย คาดกดดันให้ SET Index ย่อตัวลง ประเมินแนวรับที่ 1600 จุด Theme การลงทุนเน้นไปที่หุ้นเปิดเมือง หุ้นที่ได้ ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้น รวมถึง Bond Yield ที่ ปรับขึ้น ส่วนหุ้น Top pick เลือก BJC, CENTEL และ CPN
หุ้นและETFs ต่างประเทศ (Foreign Equity and ETFs)
ด้ว ย เ ท ร น ก าร โ ฆ ษ ณ า ที่ เ ป ลี่ ย น ไ ป เ ร า จึ ง ค า ด ว่ า Facebook (FB US) จะได้รับประโยชน์จากการฟื้น ตัวของเศรษฐกิจจากการที่ธุรกิจต่างๆ มีแนวโน้มที่จะหัน มาใช้สื่อออนไลน์ในการโฆษณาเพื่อดึงดูดลูกค้าและกระตุ้น ยอดขาย เราจึงมีคงการเข้าลงทุนในสัดส่วน 10% ไปเมื่อ สัปดาห์ที่ผ่านมา Nio (NIO US) มีการประกาศขยายโรงงานผลิต ซึ่ง หากแล้วเสร็จ บริษัทจะมีศักยภาพในผลิตรถยนต์ได้ มากกว่า 20,000 คันต่อเดือน นอกจากนี้ ยังได้รับการ อนุมัติให้ขายรถในทวีปยุโรป ถือเป็นการขยายตลาดก้าว ส าคัญ เราจึงยังชื่นชอบ และคงสัดส่วนการลงทุน 10% เช่นกัน ด้วยตัวเลขทางเศรษฐกิจที่สะท้อนถึงการฟื้นตัว อัตราการ ฉัดวัคซีนที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ท าให้หลายๆ ประเทศเริ่มเตรียมความพร้อมในท่องเที่ยว ซึ่งเป็นปัจจัย สนับสนุนอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เราจึงยังคงชื่นชอบ AWAY ว่ามีความน่าสนใจและถือต่อได้
ตราสารหนี้ (Fixed Income)
วันพุธที่ 23 มิถุนายน 2564 กนง คงดอกเบี้ยตามคาดที่ 0.5%แต่มีการปรับประมาณการณ์ตัวเลขเศรษฐกิจลง ท าให้เส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทยช่วงอายุไม่ เกิน 1 ปี และ 28 ปี ขึ้นไป มีการปรับตัวขึ้นเล็กน้อยไม่เกิน 2.71 bps ในขณะที่ช่วงอายุอื่นๆล้วนปรับตัวลงทั้งสิ้น โดยปรับตัวลงมากสุดไม่เกิน 10.57 bps ในส่วนของการ คาดการณ์ GDP ปีนี้ลดลงมาเหลือเพียง +1.8% จากเดิม +3.0% ส่วน GDP ปีหน้าคาดการณ์เหลือ +3.9% จากเดิม +4.7% อีกทั้งในช่วงนี้สถานการณ์โควิดในไทยดูไม่ ดีขึ้นเลย และ ประสิทธิภาพของวัคซีนก็ยังเป็นที่กังขาในการควบคุมสายพันธุ์เดลต้า หรือ สายพันธุ์อินเดีย ที่หวั่นการกลายพันธุ์เป็น เดลต้า พลัส ซึ่งเป็นสายพันธุ์ใหม่ ล่าสุดที่พบในอินเดีย ด้วยปัจจัยที่กดดันทั้งหลายดังกล่าวจึงมองว่า Yield Curve ในไทยยังน่าจะถูกกดดันต่อไป ส่วนความต้องการซื้อหุ้นกู้ไม่ว่าในตลาดแรกหรือตลาด รองก็ล้วนมีมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในตลาดรองที่แทบจะถูกซื้อไปในทันทีที่ถูกน าเสนอขาย ในด้านของนักลงทุนต่างชาติ ณ สิ้นวันที่ 24 มิ.ย. 2564 ต่างชาติขาย 2,155.22 ล้านบาท ส่งผลให้ยอดคงค้างอยู่ที่ 912,475.75 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวยาวเกิน 1 ปี ประมาณ 91.43% โดยยอดคงค้างรวมเพิ่มขึ้นจากวันที่ 17 มิถุนายน 2564 ประมาณ 4,678.45 ล้านบาท เนื่องจากต่างชาติซื้อเกือบหกพันล้านบาทเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2564
ตราสารทางเลือก (Alternative Investment)
ราคาอสังหาฯ ปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงที่ตลาดหุ้นทั่วโลกอยู่ระหว่างการพักฐาน แม้การปรับตัวขึ้นของยีลด์พันธบัตรยังคงเป็นปัจจัย กดดันเป็นระยะๆ แก่ราคาอสังหาฯ แต่เรามองเห็นถึงโอกาสการฟื้นตัวของสินทรัพย์เหล่านี้ หลังหลายประเทศต่างทยอยฉีดวัคซีน และเริ่มเปิดเมือง มากขึ้น ขณะที่เชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ก็เร่งตัวขึ้นเช่นกัน ทว่ามาตรการล็อกดาวน์จากภาครัฐฯ เริ่มไม่เข้มข้นมาก และมีประสบการณ์ในการรับมือ ได้ดีกว่าปีที่ผ่านมา
สินทรัพย์ดิจิทัล (Cryptocurrency)
ภาวะตลาดโดยรวม (Cryptocurrency) สัปดาห์ที่ผ่านมา (21-27 มิย.) ผันผวนหนักมาก ต้นอาทิตย์ เกือบทุกสกุล โดยเฉพาะ Bitcoin ปรับฐานแiละหลุดแนวรับ ส าคัญ จากการที่รัฐบาลจีนแบน Bitcoinเข้มงวดขึ้น แต่ในช่วงกลางอาทิตย์มีแรงดึงกลับเกิดแท่งเทียน Hammerจนปลายอาทิตย์ ราคากลับมาบริเวณใกล้เคียงต้นอาทิตย์ สัปดาห์นี้ เชื่อว่าความผันผวนในภาพใหญ่ ยังมีอยู่ โดยปัจจัยบวก (+) 1.)ความคืบหน้าประเทศ ต่างๆ ล่าสุด ปารากวัย เสนอร่างกฎหมายให้ Bitcoin ใช้ช าระหนี้ ต่างประเทศ, บริษัทขนาดใหญ่ๆเปิดธุรกิจ และธุรกรรมเพิ่มเติม ( ล่าสุด CITI Bankจะเปิดให้บริการลงทุน) ในประเทศไทย ตลาดหลักทรัพย์ SET จะพัฒนา Streaming ให้ เชื่อมต่อ และเป็นช่อง ซื้อ-ขาย Crypto ส่วนปัจจัยลบ (-) ยังต้องติดความคืบหน้า รัฐบาลจีนแบน Crpto มากขึ้น ?? สัปดาห์นี้ฝ่ายวิจัย ASPS แนะน าลงทุน Cryptocurrency 2 เหรียญฯ เหมือนเดิม คือ BITCoin และ Cardano จากปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง ส่วนเหรียญที่มี Catalyst บวกในสัปดาห์นี้ คือ Pancake swap แนะน าเก็งก าไร ▪ Bitecoin(BTC) : เพราะ 1.) เป็น Cryptocurrency เหรียญแรกของโลก รู้จักกันในวงกว้าง, มี Market cap. เป็นอันดับ 1 ของโลก 2.) ปัจจัยพื้นฐานโดดเด่นกว่าเหรียญอื่น เช่น Supply เหรียฯ มีจ ากัดที่ 21 ล้านBTC, เป็นเหรียญที่มีการน ามาใช้ซื้อ—ขาย สินค้าในโลกจริง 3.) การปรับฐานแรงสัปดาห์ที่แล้ว อิง %7d Bitcoin ปรับลง 9%น้อยกว่าเหรียญที่มี Market Cap ใหญ่ อื่นๆที่ลง 12-20% ในช่วงเดียวกัน ▪ Cadano(ADA): เพราะ 1) เป็นเหรียญที่มี Market cap. ใหญ่เป็นอันดับ 5 2) มี Catalyst บวกราคาในช่วง 1-2 เดือนอจากนี้ คือ Timlineในการเปิดตัว ระบบ Alonzo สนับสนุนการท างาน Smart Contact 3.) การปรับฐานแรงสัปดาห์ที่แล้ว อิง %7d ADA ปรับลง 10% น้อยกว่าเหรียญที่มี Market Cap ใหญ่ อื่นๆที่ลง 12-20% ในช่วงเดียวกัน ▪ Pancake swap (CAKE) 1) เป็นเหรียญที่มี Market cap. ใหญ่เป็นอันดับ 34 , 2.) มีปัจจัยพื้นฐาน Platform ระบบการใช้งานเหมือนกับทาง Uniswap Market cap. อันดับ 10, มีระบบ Blockchainเหมือน Ethereum 3.)ภายใน 30 มิย มี Catalyst+ ตามก าหนดการเปิดตัวระบบ การลดการปล่อยก๊าซในการขุด,การ Lending&Borrow (ดังตาราง Apendix)
บทความนี้จัดทำและเผยแพร่ครั้งแรกบนเว็บไซต์ ASIA Plus Securities
