ราคาทองคำลดลงต่อเนื่องจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แต่ยังคงมีผลงานยอดเยี่ยมในเดือนมกราคม
ระยะสั้นรายได้ยังไม่ฟื้นจนกว่าจะได้งานเพิ่ม หลังจากงานขนาดใหญ่ที่เคยเป็นฐานรายได้ให้กับ ช.การช่าง (BK:CK)อย่างงานรถไฟทางคู่ จิระ-ขอนแก่น งานมอเตอร์เวย์ 2 เส้นทางได้หมดไปแล้วตั้งแต่ปลายปีก่อน ขณะที่งานรถไฟฟ้าสายสีน้้าเงินสัญญาที่ 6 อยู่ในช่วงท้ายโครงการ ทำให้ รายได้ในช่วง 2Q20 ที่ผ่านมาอ่อนตัวลงอย่างมาก และด้วย Backlog ที่เหลือเพียง 31,245 ลบ. (มีงานรอเซ็นสัญญา 1 โครงการมูลค่า 4,062 ลบ.) ทำให้แนวโน้มในช่วงที่เหลือของปีรายได้จะยังอยู่ในกรอบ 4,000 ลบ./ไตร มาสเท่านั้น (เทียบกับในช่วง 2H19 ที่มีรายได้ไตรมาสละประมาณ 5,000 ลบ.)
โดยปัจจัยที่จะทำให้รายได้ของ CK กลับมาปรับตัวเพิ่มขึ้นได้อีกครั้ง คือการรับงานขนาดใหญ่เข้ามา ซึ่ง CK คาดว่าในช่วงที่เหลือของปีมีโอกาส ที่จะได้รับงานขนาดใหญ่เข้ามา 2 โครงการคือ 1 รถไฟฟ้าสายสีส้ม มีกำหนดยื่นประมูลวันที่ 23 ก.ย. และคาดว่าจะทราบผลและเซ็นสัญญา ในช่วงปลายปี 2.โครงการเขื่อนที่ประเทศลาวที่คาดว่าจะเซ็นสัญญาภายใน ปีนี้เช่นกัน ซึ่ง 2 โครงการดังกล่าวมีมูลค่ารวมกันกว่า 190,000 ลบ. หากได้ ทั้ง 2 โครงการคาดว่ารายได้จะเริ่มเห็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วง 2H21 เป็นต้นไป ส่วนความคืบหน้าโครงการอื่นๆนั้นสายสีม่วงมีการออกพรฎ.เวนคืน ที่ดินแล้ว ทำให้คาดว่าจะเปิดประมูลได้ภายในปีนี้เช่นกัน ส่วนรถไฟทางคู่ เส้นทางเด่นชัย-เชียงของ มีการปรับสัญญาใหม่จากเดิม 7 สัญญาเหลือ 3 สัญญาซึ่งจะทำให้มูลค่าแต่ละสัญญาเพิ่มขึ้น แต่ยังต้องรอกำหนดการเปิด ประมูลอีกครั้ง ทั้งนี้ทาง CK มองว่าการเดินหน้าโครงการดังกล่าวจะเป็นสิ่ง ภาครัฐจะต้องทำเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวขึ้นมาได้
แต่แนวโน้ม 2H20 ฟื้นตัวจาก 1H20 ได้ แม้รายได้จะยังปรับลดลงแต่ผลประกอบการคาดว่าจะเห็นการปรับตัวเพิ่มขึ้น จากช่วง 1H20 ได้ เป็นผลมาจากส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม อย่าง BEM และ CKP ที่คาดว่าจะเห็นผลประกอบการฟื้นตัวขึ้นมาได้ หลังจากชะลอตัวไปอย่างมากในช่วง 1H20 ที่ผ่านมา โดยเฉพาะ BEM ที่ผู้โดยสารเริ่มกลับสู่ภาวะปกติแล้วทั้งรถไฟฟ้าและผู้ใช้ทางด่วน ส่วน CKP เขื่อนหลักอย่างไซยะบุรีและน้้างึมเริ่มมีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นแล้วหลังเข้าสู่ช่วง ฤดูฝนซึ่งจะท้าให้ผลประกอบการทั้ง 2 บริษัทปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมากและ เป็นผลดีกับ CK ตามไปด้วย
ปรับประมาณการลงหลัง 1H20 ยังขาดทุน แต่ยังคงแนะนำเดิม แต่ด้วยผลประกอบการในช่วง 1H20 ที่ยังขาดทุนทำให้เราปรับประมาณการ ปี 20 ลงจากเดิม 46% มาอยู่ที่ 546 ลบ. (-69%YoY) แต่สำหรับปี 21 คาด ว่าด้วยส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนที่คาดว่าจะกลับสู่ภาวะปกติจะทำให้กำไร ทั้งปีขยายตัวได้อย่างมากมาอยู่ที่ 1,465 ลบ. (+168%YoY) ทั้งนี้ประมาณ การดังกล่าวเราปรับลดจากเดิม 13% เนื่องจากมีการปรับเป้ารายได้ลงหลัง งานใหม่ยังไม่มีเข้ามา แต่หาก CK ชนะงานใหญ่ 2 งานข้างต้นรายได้มี โอกาสปรับเพิ่มขึ้นได้ ซึ่งเราจะต้องติดตามอีกครั้ง สำหรับคำแนะนำการลงทุน เรายังมีมุมมองที่ดีกับ CK ที่เป็นผู้ประกอบการที่ มีโอกาสชนะงานสายสีส้มสูงจากการที่บริษัทลูกมีประสบการณ์ด้านการเดิน รถใต้ดินมากที่สุดในประเทศ รวมถึงเป็นตัวเก็งงานขนาดใหญ่ของภาครัฐที่ จะทยอยออกมา เราจึงยังคงแนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” เช่นเดิมโดยประเมิน มูลค่าเหมาะสมได้ใหม่ที่ 26 บาท (30XPER’21E)
บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกที่ cgsec.co.th
