ทองทําสถิติสูงสุดใหม่จากความกังวลเรื่องอิหร่าน; เงินพุ่งเหนือ $90/ออนซ์
อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ (BK:ANAN)
ต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว คาดกลับมาโตอีกครั้งในปี 2564
► 2Q63 พลิกขาดทุน 575 ล้านบาท ลดลง YoY และ QoQ หลังบันทึก Cost Overrun จาก Non-Core Business
► Presales 2Q63 ที่ 4,918 ล้านบาท (+13%QoQ) ดีกว่าที่บริษัทคาดไว้ โดยส่วนใหญ่เป็นโครงการ Ready to Move ซึ่งสามารถรับรู้รายได้ภายใน 1 ไตรมาส
► คาดผลประกอบการ 2Q63 ต่่าสุดของปี และเห็นการฟื้นตัวใน 2H63
► ปรับประมาณการก่าไรสุทธิปี 2563-64 ลง 90% และ 22% เหลือ 88 ล้าน บาท และ 665 ล้านบาท หลังรายได้ธุรกิจก่อสร้างลดลง
► แนะน่าเพียง “เก็งกำไร” ให้ราคาเป้าหมายปี 2563 ที่ 1.40 บาท กำไรสุทธิ 2Q63 พลิกขาดทุน 575 ล้านบาท (-580%YoY และ -482%QoQ) บริษัทรายงานผลการด าเนินงานใน 2Q63 พลิกขาดทุน 575 ล้านบาท ลดลงทั้ง YoY และ QoQ
โดยหลักเกิดจากการรับรู้ต้นทุนจากการประเมินที่ต่ำเกินไปจากงานภาครัฐ (Cost Overrun) ใน Helix ซึ่งเป็นธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ทำให้มีการลงบันทึกในต้นทุนค่า ก่อสร้างจำนวน 787 ล้านบาท คิดเป็นผลขาดทุนจำนวน 560 ล้านบาท (One Time โดย บริษัทมีแผนยุติการดำเนินงานในธุรกิจดังกล่าวภายในปี 2563) อย่างไรก็ตามหากมอง ธุรกิจหลักยังมี Core EBITDA ที่เพิ่มขึ้น 14%QoQ เป็น 253 ล้านบาท หลังการโอน โครงการ JVs เกินเป้าที่บริษัทตั้งไว้ โดยสามารถโอนโครงการ JVs (Ananda Share) ได้ที่ 1,638 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.4%QoQ Presales 2Q63 ท่าได้เกินเป้าที่บริษัทตั้งไว้
บริษัทมียอด Presales 2Q63 ที่ 4,918 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13%QoQ และ สูงกว่าเป้าที่ บริษัทตั้งไว้ 28% โดยเป็นยอดขายที่เติบโตจากทั้งโครงการแนวราบ และคอนโดมิเนียม ซึ่งยอดขายที่ทำได้มาจากโครงการที่มีอยู่แล้วทั้งหมด เนื่องจากบริษัทไม่มีแผนการเปิด โครงการใหม่ในปี 2563 ทั้งนี้แนวโน้มยอด Presales ที่ฟื้นตัว ซึ่งสะท้อนจากยอด Presales ใน 2Q63 แม้จะเป็นช่วงการระบาดของ COVID-19 แต่แสดงให้เห็นถึงอุปสงค์ที่ ยังมีอยู่ โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมตามแนวรถไฟฟ้า ทำให้บริษัทปรับเป้า Presales ทั้งปี 2563 ขึ้นเล็กน้อยเป็น 16,800 ล้านบาท (เดิม 16,600 ล้านบาท) หลังยอด Presales 1H63 คิดเป็น 55% ของเป้าหมายทั้งปี
ปรับประมาณการกำไรสุทธิของปี 2563-64 ลง เราปรับประมาณการรายได้รวมของปี 2563-64 ลง 19% และ 43% เหลือ 5,545 ล้าน บาท และ 4,619 ล้านบาท ตามลำดับ ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการปรับลดลงของรายได้จาก ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง หลังบริษัทมีแผนที่จะยุติการดำเนินงานในธุรกิจดังกล่าวภายในปี 2563 ทำให้เราประเมินกำไรสุทธิในปี 2563-64 ลดลง 90% และ 22% เหลือ 88 ล้าน บาท และ 665 ล้านบาท โดยในปี 2563 กำไรสุทธิที่ปรับตัวลงอย่างมีนัยยะเนื่องจากการ รับรู้ต้นทุน Cost Overrun ของ Non-Core Business ไปใน 2Q63
แนะน่าเพียง “เก็งก่าไร” ปรับไปใช้ราคาเป้าหมายปี 2564 ที่ 1.40 บาท เรามีมุมมองลบต่อผลประกอบการใน 2Q63 ที่พลิกเป็นขาดทุน และต่ำกว่าที่เราประเมิน ไว้ซึ่งมาจากการบันทึกขาดทุน 560 ล้านบาท จาก Helix ทำให้เราคาดว่ากำไรสุทธิปี 2563 จะลดลง 88%YoY เหลือเพียง 88 ล้านบาท โดยจะเห็นกำไรสุทธิที่กลับมาเติบโตอีก ครั้งในปี 2564 ที่ 665 ล้านบาท ทั้งนี้บริษัทมีแผนขายสินทรัพย์ที่เป็น Non-Core Business อีกราว 1,300 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะมีอัตรากำไรขั้นต้นสูง แต่ทั้งนี้อยู่ในขั้นตอน เจรจา เราจึงไม่ได้นำมาคิดในประมาณการของเรา โดยหากมีการขายสินทรัพย์ดังกล่าวจะ เป็น Upside ต่อประมาณการในอนาคต แนะนำเพียง “เก็งกำไร” ปรับไปใช้ราคา เป้าหมายปี 2564 ที่ 1.40 บาท อิง PER 7.0 เท่า
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Asia Wealth Securities
