อัตราผลตอบแทนสหรัฐฯ กลับพุ่งขึ้นอีกครั้ง หลังแรงขายบอนด์ระยะยาวกดดันตลาด
Event
เมื่อวานนี้ PLANB แจ้งข่าวความร่วมมือกันของ 4 พันธมิตร PLANB, GMM Grammy, Atime Media, และ Goodthings Happen ร่วมกันสร้างปรากฏการณ์ดนตรีในรูปแบบ Multi-Platform ภายใต้ชื่อกิจกรรม “Chang Music Connection presents “Good Morning Bangkok”ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในเมืองไทยที่จะได้ รับชม Live show ผ่านจอดิจิตอลของ PLANB ที่มีอยู่ทั่ว กรุงเทพมหานคร พร้อมเสียงผ่านวิทยุคลื่น GreenWave 106.5 และ 94 EFM รวมถึงสามารถชม ผ่าน Live Facebook ได้ ทางเพจ GMM Grammy, Atime Showbiz , PLANB , Goodthings Happen และ Chang World โดยจะเริ่มวันที่ 1 ก.ค.63 น
บริษัทให้ข้อมูลอัตราการใช้สื่อโฆษณาใน 2Q63 ลดลงมาเหลือ 20-30% จาก 1Q63 ที่ 60% สอดคล้องกับเม็ดเงินโฆษณาของอุตสาหกรรมตามที่นีลเส็นรายงานติดลบ ในเดือน เม.ย – พ.ค. 31%YoY จากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19
บริษัทมองว่าสื่อโฆษณานอกบ้าน และสื่อการตลาดแบบมีส่วนร่วม (Engagement) จะฟื้นตัวใน 2H63 หลังจากที่รัฐบาลคลาย Lockdown เฟส4 ซึ่งทำให้กิจกรรมด้านบันเทิงต่างๆกลับมาจัดได้ โดยบริษัทคาดว่าอัตราการใช้สื่อโฆษณาใน 3Q63จะฟื้นตัวเป็น 50% และใน 4Q63 จะฟื้นตัวเป็น 60-70% โดยกิจกรรมทางการตลาดทั้งของ BNK48 จะเริ่มกลับมาจัดได้อีกครั้ง และด้านการบริหารสื่อโฆษณาฟุตบอลไทยลีกส์ ได้รับการขยายเวลาออกไปจากสิ้นปี 2563 เป็นกลางปี 2564 โดยจะเริ่มกลับมาแข่งอีกครั้งในเดือน ก.ย. ส่วนโอลิมปิกส์ จะเริ่มรับรู้รายได้อีกครั้งช่วง 4Q63
ขณะที่งานติดตั้งสื่อป้ายโฆษณาใน 7-Eleven จะเริ่มเดินหน้าต่อจากที่ติดไปแล้ว 300 สาขา คาดสิ้นปีนี้ที่ 1,000 -1,200 สาขา ล่าสุดบริษัทได้รับงานใหม่ โครงการ “Smart Bus Shelter” จาก สำนักงานการจราจรกรมขนส่งกรุงเทพฯ ในการสร้างและใช้ป้ายรถโดยสารประจำทางอัจฉริยะและบริหารจัดการพื้นที่สื่อป้ายโฆษณาประชาสัมพันธ์ 1,170 ป้ าย และ ปรับปรุงดูแลและรักษาศาลาที่พักผู้โดยสารรถประจำจ านวน 691 หลัง โดยมีระยะเวลาของช่วย เพิ่ม Media capacity ราว 300 ล้านบาท
Our Take
เรามีมุมมองเป็นบวกต่อดีลความร่วมมือ ของ 4 พันธมิตร PLANB, GMM Grammy, Atime Media, และ Goodthings Happenซึ่งถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีของอุตสาหกรรมโฆษณา อย่างไรก็ตามในเชิงรายได้ถือว่าไม่ได้สูงนัก เบื้องต้นประเมินอยู่ที่ราว 10 ล้านบาท
แนวโน้ม 2Q63 คาดผลประกอบการชะลอตัว QoQ และ YoY และเป็นไตรมาสที่แย่สุดของปี ด้วยกิจกรรมทางการตลาดเกือบทั้งหมดถูกยกเลิก และลูกค้ามีการยกเลิกโฆษณา หรือลดงบ โฆษณาลงจากเดิม รวมถึงงานโอลิมปิค ซึ่งบริษัทได้สิทธิในการบริหารสื่อโฆษณา เดิมจะจัดใน วันที่24 ก.ค. ถูกเลื่อนออกไปหนึ่งปีทำให้รายได้จากการขายโฆษณาซึ่งเดิมจะทยอยรับรู้รายได้ เข้ามาถูกเลื่อนออกไปด้วย
สถานการณ์ใน 2H63 คาดว่าจะเริ่มดีขึ้น ด้วยตัวเลขผู้ติดเชื้อ COVID-19 ในประเทศไทยเริ่มเพิ่มในอัตราที่ลดลง และรัฐบาลคลาย lockdown เฟส4 ซึ่งคาดว่ากิจกรรมการตลาดจะกลับมาจัดมากขึ้น รวมถึงลูกค้าเริ่มกลับมาใช้งบโฆษณา บริษัทเริ่มเดินหน้าโครงการใหญ่ๆต่อ ได้แก่การ บริหารสื่อโฆษณาใน 7-11 โดยทยอยติดตั้งจำนวน 1,000-1,200 สาขาในกรุงเทพฯและหัวเมืองใหญ่ และได้รับงานใหม่ โครงการ “Smart Bus Shelter” จากสำนักงานการจราจรกรมขนส่ง กรุงเทพฯ โดยเราประมาณการรับรู้ รายได้จากโครงการดังกล่าวใน 2H63 และปี2564 ที่ 90 ล้านบาท และ 150 ล้านบาท ตามลำดับ ภาพรวมปี 2563 เราคงประมาณการกำไรที่ 512 ล้าน บาท ปรับลดลง 31%YoY
คงคำแนะนำ “เก็งกำไร”แม้คาดว่าผลประกอบการในปีนี้จะปรับลดลง จากผลกระทบ COVID19 แต่เรามองว่าตลาดรับรู้ไปแล้ว และคาดว่าเมื่อสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติPLANB เป็นหนึ่งในบริษัทที่ได้รับประโยชน์มากสุดจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมโฆษณา ด้วยส่วนแบ่ง ตลาดที่สูงสุดในอุตสาหกรรมสื่อป้ายโฆษณา โดยเราประเมินกำไรปีนี้ติดลบ 31%YoY ส่วน 2564 จะกลับมาเติบโต 53%YoY เป็น 785 ล้านบาท เราคงมูลค่าพื้นฐานใน 12 เดือนข้าง หน้าที่ 7 บาท มี Upside จากราคาปัจจุบัน 11%
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Yuanta Securities
บทความห้ามพลาด
ถ้า กนง. ลดดอกเบี้ยจะช่วยทั้งเศรษฐกิจ อัตราแลกเปลี่ยน และตลาดทุน









