+48%, +37%: หุ้นที่ AI คัดเลือกพุ่งแรงท่ามกลางความผันผวนที่สูงขึ้น
Earnings Results เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (BK:AP)
บริษัทรายงานรายได้และกำไรปกติ1Q63 ที่ 5.4 พันลบ. (+0.7% QoQ, -30.7% YoY) และ 618 ลบ. (-29.9% QoQ, -42.6%YoY) ตามลำดับ ใกล้เคียงกับเราและตลาด กำไรที่หดตัวลง QoQ มากจากยอดโอนโครงการ JV ที่น้อยกว่าช่วง 4Q62 และลดลง YoY จากยอดโอนโครงการที่สูงใน 1Q62 เพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการ LTV
อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 34.5% ปรับตัวดีขึ้น 160 bps YoY จากการโอนโครงการ Aspire Sukhumvit – Onnut Phase 1 ซึ่งมีอัตรากำไรชั้นต้นสูง
Presale ใน 1Q63 อยู่ที่ 6.1 พันลบ. (+40.7% QoQ, -52.0% YoY) ปรับตัวดีขึ้น QoQ จาก โครงการแนวราบใน 1Q63 ทำได้5.1 พันลบ. ดีที่สุดในรอบ 4 ไตรมาส
Backlog ณ สิ้ 1Q63 อยู่ที่ 4.9 หมื่นลบ. แบ่งเป็นโครงการแนวราบที่ 7.3 พันลบ. และแนวสูงที่ 4.2 หมื่นลบ. ตามลำดับ (โครงการ AP ที่ 4.0 พันลบ. และโครงการ JV ที่ 3.8 หมื่นลบ.) โดย บริษัทมีแผนการโอนโครงการแนวสูงในช่วงที่เหลือของปี ที่ 1.5 หมื่นลบ. (แบ่งเป็นโครงการ AP ที่ 2.4 พันลบ. และ โครงการ JV ที่ 1.2 หมื่นลบ.) เมื่อรวมกับ Backlog แนวราบจะคิดเป็น Secure revenue ที่ 71.3% ของประมาณการรายได้ทั้งปี 2563 ของเราที่ 2.1 หมื่นลบ
บริษัทได้มีการปรับแผนการดำเนินงานในปี 2563 โดยได้เลื่อนการเปิดตัวโครงการแนวสูงทั้งหมด 4 โครงการไปยังปี 2564 (รวมมูลค่า 1.2 หมื่นลบ) ทำให้เป้าหมายการเปิดตัวโครงการใหม่ทั้งปี 2563 อยู่ที่ 33 โครงการ รวมมูลค่า 3.5 หมื่นลบ. (-26.8% YoY) เป็นโครงการแนวราบทั้งสิ้น
ทั้งนี้บริษัทยังมีการปรับลดงบประมาณในการซื้อที่ดินในปี 2563 จากเดิมราว 8.5 พันลบ. เป็นราว 3.5-4.0 พันลบ. เพื่อเสริมสภาพคล่องในการดำเนินงานในปี 2563-64
Our Take
ณ สิ้น 1Q63 บริษัทมีเงินสดและวงเงินกู้ระยะสั้นจากสถาบันการเงินที่ 1.2 หมื่นลบ. มากกว่าเมื่อเทียบกับ หุ้นกู้ระยะยาวและตั๋ว BE ที่จะครบกำหนดในปี 2563 ทั้งสิ้น 8.1 พันลบ. ทำให้บริษัทมีความเสี่ยงด้านสภาพคล่องที่อยู่ในระดับต่ำ
เรามีมุมมองเป็นบวกต่อยอดเยี่ยมชมโครงการที่ปรับตัวดีขึ้น (โดยเฉพาะโครงการบ้านเดี่ยว และ ทาวน์เฮ้าส์) ส่งผลให้ Presale ในเดือน เม.ย. 63 ทำได้สูงถึง 2.3 พันลบ. แบ่งเป็นโครงการแนวราบและแนวสูงที่ 1.8 พันลบ. และ 486 ลบ. ตามลำดับ รวมถึงการเลื่อนการเปิดตัวโครงการ แนวสูงทั้งหมดเพื่อลดค่าใช้จ่ายและการเสริมสภาพคล่องของบริษัท
เราคงประมาณการกำไรปกติปี 2563 ที่ 3.3 ลบ. (+6.4% YoY) และ ราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2563 ที่ 6.55 บาท คงแนะนำ “ซื้อ” จากพื้นฐานธุรกิจแนวราบที่แข็งแกร่ง พร้อมคาดเงินปันผลปี 2563 ที่ 0.43 บาท/หุ้น คิดเป็น Dividend Yield ที่สูงถึง 9.3%
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Yuanta Securities









