บมจ. ทิปโก้แอสฟัลท์ (TASCO) มีโอกาสฟื้นตัวในช่วงที่เหลือของปี

► รายงานกำไรสุทธิ 1Q63 ขาดทุน 784 ล้านบาท จากการตั้งสำรอง ค่าเผื่อมูลค่าสินค้าคงเหลือ

► แต่หากพิจารณาเฉพาะกำไรปกติอยู่ที่ 98 ล้านบาท ลดลง 82%QoQ ถูกกดดันจากมาตรการปิดประเทศในหลายประเทศ ทำให้ยอดขาย ตลาดต่างประเทศลดลง ซึ่งคิดเป็น 80% ของยอดขายทั้งหมด

► คาดหวังผลประกอบการฟื้นตัวตามลำดับในช่วงที่เหลือของปี หนุนจากมาตรการทยอยเปิดประเทศ โดยเฉพาะประเทศในกลุ่มอาเซียน รวมถึง การเร่งเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐฯ

► ระยะยาวยังมีปัจจัยบวก แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 23.20 บาท

กำไรสุทธิ 1Q63 แย่กว่าคาด

TASCO รายงานกำไรสุทธิ 1Q63 ขาดทุน 784 ล้านบาท เทียบกับ 1Q62 และ 4Q62 ที่มีก าไร 717 ล้านบาท และ 641 ล้านบาท ตามลำดับ ต่ำกว่าที่เรา และตลาดคาดอย่างมาก อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาเฉพาะกำไรตามปกติ หลังหักรายการพิเศษ เช่น การตั้งสำรองค่าเผื่อมูลค่าสินค้าคงเหลือ (Stock Loss) (-2.1 พันล้านบาท) ผลป้องกันความเสี่ยง (+1.3 พันล้านบาท) และค่าใช้จ่ายจากเหตุไฟไหม้ในมาเลเซีย (-41 ล้าน บาท) กำไรตามปกติอยู่ที่ 98 ล้านบาท ลดลง 82%QoQ เป็นผลจากยอดขาย ต่างประเทศที่ลดลง (คิดเป็นสัดส่วน 80% ของยอดขายทั้งหมด) อันเนื่องมาจาก มาตรการปิดประเทศในหลายประเทศ ทั้งประเทศจีน และมาเลเซีย นอกจากนี้บริษัท ยังมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น คิดเป็นอัตราส่วน SG&A-to-Sale ที่ 6.3% เทียบกับ 1Q62 และ 4Q62 ที่ 4.2% และ 3.4% ตามลำดับ

คาดผลประกอบการฟื้นตัวในช่วงที่เหลือของปี

ประเด็นการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 มีแนวโน้มที่ดีขึ้น โดยจะเริ่มเห็นจาก การกลับมาเปิดประเทศอีกครั้งในหลาย ๆ ประเทศ โดยเฉพาะประเทศจีน ซึ่งถือเป็น ประเทศคู่ค้าหลักของ TASCO คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 50% ของยอดขายทั้งหมด นอกจากนี้ยอดขายในประเทศก็มีแนวโน้มเร่งตัวขึ้น จากการเร่งจ่ายงบประมาณ ภาครัฐปี 2563 ให้จบภายในปีงบประมาณราวเดือน ก.ย. 63 ทำให้โดยรวม เราคาดว่า จะเห็นการฟื้นตัวของผลประกอบการอีกครั้ง ในขณะที่ความเสี่ยงด้านการขาดแคลน วัตถุดิบค่อนข้างต่ำ เนื่องจากปัจจุบันการซื้อขายยางมะตอยกับประเทศเวเนซุเอล่ายัง สามารถดำเนินการได้ตามแผน โดยปัจจุบันสามารถรองรับการผลิตได้ถึงช่วง 3Q63

แนวโน้มช่วงที่เหลือของปีดี คงคำแนะนำ “ซื้อ”

ผลประกอบการออกมาน่าผิดหวัง จากยอดคำสั่งซื้อจากตลาดต่างประเทศที่หายไป เรามองว่าจะกระทบเพียงระยะสั้น เราเชื่อว่าระยะยาว TASCO ยังมีปัจจัยบวกที่รออยู่ จาก (1) มาตรการผ่อนคลายล็อคดาวน์เมือง จะหนุนเศรษฐกิจภายในประเทศกลับมา อีกครั้ง โดยเฉพาะประเทศในกลุ่มอาเซียน ซึ่งเป็นประเทศคู่ค้าหลักของบริษัท (2) การเร่งเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐฯ และ (3) ต้นทุนน้ำมันดิบที่ลดลงจากการบังคับใช้ มาตรการ IMO2020 ทำให้ซัพพลายยางมะตอยจากโรงกลั่นลดลง เราจึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 23.20 บาท อิงค่า PER ที่ 15.5 เท่า

บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Asia Wealth Securities

ความคิดเห็นล่าสุด

การเปิดเผยความเสี่ยง: การซื้อขายตราสารทางการเงินและ/หรือเงินดิจิตอลจะมีความเสี่ยงสูงที่รวมถึงความเสี่ยงต่อการสูญเสียจำนวนเงินลงทุนของคุณบางส่วนหรือทั้งหมดและอาจไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทั้งหมด ราคาของเงินดิจิตอลแปรปรวนอย่างมากและอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เช่น เหตุการณ์ทางการเงิน กฎหมายกำกับดูแล หรือ เหตุการณ์ทางการเมือง การซื้อขายด้วยมาร์จินทำให้ความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มขึ้น
ก่อนการตัดสินใจซื้อขายตราสารทางการเงินหรือเงินดิจิตอล คุณควรตระหนักดีถึงความเสี่ยงและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายในตลาดการเงิน ควรพิจารณาศึกษาอย่างรอบคอบในด้านวัตถุประสงค์การลงทุน ระดับประสบการณ์ และ การยอมรับความเสี่ยงและแสวงหาคำแนะนำทางวิชาชีพหากจำเป็น
Fusion Media อยากเตือนความจำคุณว่าข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่แบบเรียลไทม์หรือเที่ยงตรงแม่นยำเสมอไป ข้อมูลและราคาที่แสดงไว้บนเว็บไซต์ไม่ใช่ข้อมูลที่ได้รับจากตลาดหรือตลาดหลักทรัพย์เสมอไปแต่อาจได้รับจากผู้ดูแลสภาพคล่องและดังนั้นราคาจึงอาจไม่เที่ยงตรงแม่นยำและอาจแตกต่างจากราคาจริงในตลาดซึ่งหมายความว่าราคานี้เป็นเพียงราคาชี้นำและไม่เหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการซื้อขาย Fusion Media และผู้ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้จะไม่รับผิดชอบใด ๆ สำหรับความเสียหายหรือการสูญเสียที่เป็นผลมาจากการซื้อขายของคุณหรือการพึ่งพาของคุณในข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้
ห้ามใช้ จัดเก็บ ทำซ้ำ แสดงผล ดัดแปลง ส่งผ่าน หรือ แจกจ่ายข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้โดยไม่ได้รับการอนุญาตล่วงหน้าอย่างชัดแจ้งแบบเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Fusion Media และ/หรือจากผู้ให้ข้อมูล ผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและ/หรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้
Fusion Media อาจได้รับผลตอบแทนจากผู้โฆษณาที่ปรากฎบนเว็บไซต์โดยอิงจากปฏิสัมพันธ์ของคุณที่มีกับโฆษณาหรือผู้โฆษณา
เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษของเอกสารฉบับนี้เป็นเวอร์ชั่นหลักซึ่งจะเป็นเวอร์ชั่นที่เหนือกว่าเมื่อใดก็ตามที่มีข้อขัดแย้งไม่สอดคล้องตรงกันระหว่างเอกสารเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษกับเอกสารเวอร์ชั่นภาษาไทย