ทองคำสามารถพุ่งสู่จุดสูงสุดใหม่เหนือ 5,600 ดอลลาร์ในปี 2026 ได้หรือไม่
ราคาน้ำมัน (NYSE:WTI) ที่ติดลบนั้นผ่านไปอาทิตย์นึงแล้ว... ถึงแม้ว่าผลกระทบต่อผู้ซื้อขายน้ำมันจะจบลงไปตั้งแต่วันนั้นแล้ว แต่ผลกระทบต่อกลไกตลาดน้ำมัน นั้นยังคงไหลเข้ามาเป็นระลอกๆ
การที่ทุกคนตั้งสมมุติฐานไว้ว่าราคาน้ำมันไม่ควรจะติดลบได้มาตลอด และมาเจอเหตุการณ์แบบนี้เข้า ทำให้ตลาดต้องปรับเปลี่ยนกลไกหลายๆอย่างมาก
1. ตลาด Options ต้องรื้อเขียน Model ใหม่หมด
หลายท่านที่คุ้นเคยกับตลาด Options จะเข้าใจว่ามูลค่าของราคา Put/Call ที่เราซื้อขายกันนั้น จะเป็นเท่าไหร่ก็ขึ้นอยู่กับ Model ของ Options ที่เรานำมาใช้เขียน แต่เมื่อก่อนนั้น Model ที่เรานำมาเขียนจะมีสมมุติฐานว่าราคาน้ำมันไม่ควรติดลบ ทำให้หลังเกิดเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ในครั้งนี้เหล่านักคณิตศาสตร์จึงต้องมาเร่งทำ Model Options ขึ้นมาใหม่ทั้งหมด ! รื้อความเข้าใจเก่าออกใหม่หมดเลย จนทำให้ราคาของ Put นั้นแพงขึ้นกว่าเดิมเพราะผู้ซื้ออาจได้กำไรไปจนถึงแดนราคาติดลบ
2. ตลาด Options ใน Nymex เปิดให้ซื้อขาย Strike ที่ติดลบได้
ลองนึกภาพเป็นหุ้น DW ที่ทุกท่านอาจคุ้นชินมากกว่าซื้อขายในราคา Exercise ติดลบได้ดูซิครับ จะแปลกแค่ไหนถ้าคุณสามารถซื้อ Put Options ของหุ้นตัวนึงที่ราคาติดลบได้ ? ตอนนี้ตลาด Nymex ได้เปิดให้มีการขายประกันของราคาน้ำมันในระดับติดลบด้วยแล้ว ถึงแม้จะราคาจะไม่สูงมากแต่ก็น่าแปลกใจมากๆที่เห็นสิ่งนี้เกิดขึ้น
3. ตลาด Nymex ต้องเรียกเก็บค่าประกัน Margin Call สูงขึ้นหลายเท่า
ทุกๆครั้งที่เราทำการซื้อขายสัญญาน้ำมันดิบนั้น ทางตลาด Exchange จะไม่ได้เก็บเงินเราเต็มๆจากมูลค่าของที่เราซื้อ แต่จะเก็บเงินประกันหรือ Initial Margin ไว้แค่สำหรับส่วนต่างของราคาปัจจุบันกับราคาที่อาจเปลี่ยนแปลงไปได้ในอนาคตเท่านั้น เพื่อเป็นประกันว่าผู้ซื้อขายจะไม่เบี้ยวเงินจ่าย
แต่ทุกวันนี้พอราคาไปถึงแดนติดลบได้ โอกาสที่ราคาอาจเปลี่ยนแปลงไปได้ในอนาคตนั้นก็กว้างขึ้นหลายเท่า ทำให้ทางตลาดต้องเก็บเงินค้ำประกันมากขึ้น ทำให้การทำ Leverage Trade ของน้ำมันนั้นมีต้นทุนสูงขึ้นหลายเท่า
4. กองทุน US Oil Fund ผู้ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เสียหายหลักในคืนนี้ต้องเปลี่ยนระบบของกองทุนใหม่หมด !
เราเคยอธิบายไปแล้วว่ากองทุนน้ำมัน ETFs เหล่านี้นั้นต้องการที่จะพยายามล้อผลตอบแทนจากการลงทุนของกองทุนให้ใกล้เคียงกับราคาน้ำมันในปัจจุบันให้มากที่สุด เป็นที่มาให้กองทุนเหล่านี้เข้าซื้อสัญญาล่วงหน้าในเดือนที่ใกล้ที่สุดด้วย (เกิน 90% ของสัญญาที่กองทุนซื้อจะเป็นเดือนต้น) แล้วจะค่อยๆทำการ Roll หรือเปลี่ยนสัญญาออกไปเป็นเดือนถัดไปทุกๆครั้งที่สัญญาซื้อขาย Futures นั้นจะหมดอายุลง
แต่ด้วยเหตุการณ์ราคาน้ำมันติดลบที่เกิดขึ้น ทำให้กองทุนใหญ่อย่าง US Oil Fund ต้องเปลี่ยนรูปแบบในการลงทุนใหม่หมดทั้งแผงทันที
1) คือทางกองทุนจะไม่ถือแค่สัญญาเดือนแรกอีกต่อไป แต่จะถือสัญญาเดือนแรกเพียง 30% เท่านั้นและจะกระจายไปในสัญญาเดือนที่ 2-5 เดือนข้างหน้าอีกสัญญาละ 15% และ 10% สุดท้ายจะไปถือสัญญาของปีถัดไปเลย
2) ทางกองทุนจะทำการ Roll สัญญาออกไปก่อนสัญญาจะหมดอายุอย่างเนิ่นๆ ไม่รอจนถึงวันสุดท้ายอย่างเดียวอีกต่อไป
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่มากๆสำหรับวงการกองทุน ETFs เพราะแปลว่าต่อไปนี้ผลตอบแทนของกองทุนน้ำมัน US Oil Fund จะไม่ล้อกับราคาน้ำมันดิบในเดือนปัจจุบันแล้ว แต่จะให้ผลตอบแทนตามราคาน้ำมันดิบในระยาวมากกว่า โดยจะลดความผันผวนลงไปได้เยอะจากทั้งราคาขาขึ้นและราคาขาลง ถือว่าเป็นกองทุนน้ำมันต่างชาติกองทุนแรกที่พยายามจะลงทุนโดยไม่ล้อกับราคาที่เราเห็นรายวัน
บทความนี้อาจจะลงลึกไปในรายระเอียดของกลไกการเทรดซึ่งหลายท่านอาจจะไม่คุ้น แต่การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้นั้นถือว่าใหญ่สำหรับวงการ Futures น้ำมัน และเชื่อว่ายังจะมีการเปลี่ยนแปลงอื่นๆตามมาอีกเรื่อยๆ
บทวิเคราะห์นี้เผยแพร่ครั้งแรกที่เพจ Oil Trading - ทันตลาดน้ำมันและเศรษฐกิจโลกกับ KP
