เงินเอเชียอ่อนค่า ดอลลาร์แข็งค่าหลัง Fed เหยี่ยวจัด ดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าจากข้อมูลการจ้างงานที่แข็งแกร่ง
แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่อุปสงค์อุปทานของสินทรัพย์หนึ่งๆ จะสามารถอยู่ในระดับที่เท่ากับมูลค่าแท้จริงของสินทรัพย์สิ่งนั้นได้ ไดนามิคที่เกิดขึ้นกับด้านใดก็ด้านหนึ่งแล้วมักจะพาราคาของสินทรัพย์นั้นๆ ไปไกลจนถึงระดับที่นักลงทุนไม่อาจจะจินตนาการได้ เหมือนกับการแกว่งของลูกตุ้มเพนดูลั่มที่เมื่อได้เริ่มออกแรงแล้วเราไม่รู้ว่าแรงที่เกิดจะแหว่งลูกตุ้มด้านซ้ายหรือขวาสุดไปได้ไกลเท่าใดแต่แรงที่ส่งกลับมาจะมีระดับที่เท่ากันเสมอ
สถานการณ์ที่กล่าวถึงนั้นคือสิ่งที่เกิดขึ้นกับดัชนี S&P 500 Index ในตอนนี้ที่นักลงทุนไม่อาจคาดเดาได้เลยว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อจากนี้ เมื่อไม่สามารถพึ่งพาการวิเคราะห์ด้วยปัจจัยพื้นฐานได้ก็เป็นหน้าที่ของการวิเคราะห์ทางเทคนิคที่ต้องเข้ามาวิเคราะห์เพื่อหาคำตอบและดูว่าราคากำลังกระทำการสิ่งใดอยู่ซึ่งจากรูปเราบอกได้เลยว่าขาลงในตอนนี้ยังไม่จบลงง่ายๆ
สิ่งที่เราเปรียบเทียบกับแพนดูลั่มคือเมื่อราคาใช้เวลาในการปรับฐานเป็นรูปแบบธงขาขึ้นนานเท่าใดแรงขาลงที่เกิดขึ้นก็จะใช้ความแรงในการลงมากเท่านั้น จากคราวก่อนที่เราวิเคราะห์ว่าดัชนี S&P 500 จะลงต่อแล้วราคาก็ลงมาจริงๆ
เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ได้ออกมาเรียกความเชื่อมั่นของนักลงทุนและประชาชนด้วยการประกาศว่าจะมีแพคเกจเยียวยาเศรษฐกิจจากรัฐบาลเพื่อต่อกรกับวิกฤติไวรัสโคโรนา เราคาดการณ์ว่าเมื่อรายละเอียดของแพคเกจนี้ถูกเปิดเผยออกมาเมื่อใด กราฟก็จะปรับฐานขึ้นเป็นเหมือนรูปแบบธงลู่ขึ้นก่อนหน้านี้และจะตามมาด้วยขาลงซ้ำอีกรอบ
หากการพักตัวครั้งนี้ของดัชนียังคงไว้ซึ่งรูปแบบเดิมกราฟอาจจะสามารถวิ่งขึ้นไปทดสอบจุดต่ำสุดก่อนหน้าที่ตอนนี้ทำหน้าที่เป็นแนวต้านไปแล้วซึ่งเราไม่สามารถคาดการณ์ระยะเวลาที่กราฟจะพักตัวในครั้งนี้ได้ว่าจะใช้เวลาสร้างรูปแบบพักตัวนานเท่าใดเพราะขึ้นอยู่กับบรรยากาศในตลาดทุนเมื่อคืนด้วย
อย่างไรก็ตามเราไม่เชื่อว่าการวิ่งกลับขึ้นไปของราคาจะสามารถทะลุแนวต้านที่เกิดจากเส้นค่าเฉลี่ย 200DMA ซึ่งอยู่ที่ระดับราคา 3,050 ได้ แต่เพราะการลงทุนเราต้องคิดถึงความเป็นไปได้อยู่ตลอดหากว่ากราฟสามารถขึ้นไปจนสามารถทะลุเทรนไลน์ขาขึ้น (เส้นสีดำ) ได้จริง แนวต้านที่ 3,200 ถือเป็นแนวต้านสุดท้ายสำหรับการพิจารณาว่ายังอยู่ในแนวโน้มขาลง
อินดิเคเตอร์ RSI เองก็แสดงให้เห็นแล้วว่าราคาอยู่ในโซน oversold นานแล้วซึ่งหมายความว่ามีนักลงทุนที่พร้อมจะเข้าซื้อที่จุดต่ำสุดอยู่มากมาย แต่เราเชื่อว่าแรงขาขึ้นในตอนนี้เมื่อเทียบกับไวรัสโคโรนายังไม่พอที่จะทำให้ดัชนีกลับไปเป็นขาขึ้นได้อีกครั้งแต่ทำได้เพียงเป็นการย่อเพื่อลงต่อของขาลงเท่านั้น การลงมาสร้างจุดต่ำสุดในครั้งนี้เป็นการยืนยันรูปแบบ Peak & Trough ครั้งที่สองว่าได้เกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์แล้ว
กลยุทธ์การเทรด
เทรดเดอร์ที่ไม่ชอบความเสี่ยง จะรอวางคำสั่งขายเมื่อรูปแบบยืนยันของขาลงเกิดขึ้นอย่างเต็มรูปแบบ กราฟต้องสามารถขึ้นมาทดสอบเส้นค่าเฉลี่ย 200DMA และสามารถทะลุขึ้นไปตั้งท่าลงที่ระดับราคา 3050 นอกจากนี้เทรดเดอร์ในกลุ่มนี้จะรอให้เกิดแท่งเทียนสีแดงขนาดใหญ่ที่มีราคาปิดต่ำกว่าราคาปิดของแท่งก่อนหน้าด้วย
เทรดเดอร์ที่รับความเสี่ยงได้ปานกลาง จะรอให้กราฟทำรูปแบบสะสมราคาในแนมโน้มขาขึ้นจริงแต่จะไม่รอสัญญาณยืนยันของแนวโน้มขาลง พวกเขาจะวางคำสั่งขายทันทีเมื่อกราฟสามารถขึ้นไปถึงแนวต้านได้โดยวาง stop-loss ให้เหมาะสมกับรูปแบบการเทรดของแต่ละคน
เทรดเดอร์ที่รับความเสี่ยงได้สูง จะเสี่ยงวางคำสั่งซื้อสวนแนวโน้มใหญ่อย่างขาลงขึ้นไปโดยได้พิจารณากำลังของขาขึ้นแล้วว่าสามารถขึ้นมาได้ประมาณไหนก่อนจะจะวางคำสั่งขายตามแนวโน้มใหญ่ลงมา
ตัวอย่างการเทรด (สำหรับการเทรดขึ้นสวนแนวโน้มหลัก)
- จุดเข้า: 2,800
- Stop-Loss: 2,750
- ความเสี่ยง: 50 จุด
- เป้าหมายในการทำกำไร:3,000
- ผลตอบแทน: 200 จุด
- อัตราความเสี่ยงต่อผลตอบแทน: 1:4
