สัญญาซื้อขายล่วงหน้าหุ้นสหรัฐฯ ร่วงท่ามกลางความวุ่นวายเรื่องภาษีของทรัมป์ รอผลประกอบการ Nvidia
ในขณะที่ราคาน้ำมันร่วงลงอย่างหนักในวันศุกร์ โดยรัสเซียแนะนำให้โอเปกว่าไม่ควรตัดลดการผลิตเพิ่มเติมอีกในการประชุมในสัปดาห์นี้ Bloomberg ได้ลงข่าวเกี่ยวกับการเตือนความจำที่ทางซาอุดิอาระเบียต้องการจากสมาชิกและพันธมิตรโอเปกคือ ให้เคารพการตัดสินใจในการคงตัวเลขการผลิตไว้เมื่อครั้งก่อน
โดยภาพรวมแล้ว สิ่งที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของรัสเซีย นาย Alexander Novak และคู่หูจากซาอุดิอาระเบียนาย Abdulaziz bin Salman หวังถึงสิ่งที่จะได้รับข้อสรุปจากการประชุมในวันที่ 5-6 ธ.ค. นี้ดูจะแตกต่างกัน อย่างไรก็ตามทั้งสองท่านดูจะมีวัตถุประสงค์ที่ตรงกัน นั่นคือ การลดภาวะความเครียดสำหรับการผลิตน้ำมันและอาจจะ….แค่อาจจะ….ทำให้น้ำมันดิบมีราคาเพิ่มขึ้น
แต่สิ่งที่ทำให้ซาอุดิอาระเบียปรารถนานั้นยากมาก นั่นคือการที่ต้องการให้รัสเซียจัดการกับการผลิตน้ำมันทั่วโลกรวมไปถึงราคา
ซึ่งแตกต่างจากทางมอสโคว
ยืนอยู่ระหว่างผู้ผลิตน้ำมันอันดับ 1 สหรัฐฯ และอันดับสามอย่าง ซาอุดิอาระเบีย รัสเซียเป็นเพียงแค่พันธมิตรที่อยู่ในกลุ่ม OPEC+ ไม่ใช่สมาชิก
รัวเซียเลือกที่จะร่วมมือกับทางซาอุดิอาระเบีย เพราะว่าเป็นความต้องการส่วนตัว และเป็นอิสระในการตัดสินใจในการปรับลดการผลิตในตอนไหนและเท่าไหร่ก็ได้ โดยมีไม่สนใจสัญญาที่เคยให้ไว้
ซาอุดิอาระเบียพึ่งพารัสเซีย
เพราะรัฐบาลของประธานาธิบดีปูตินมีอิทธิพลเหนือภาคเอกชน ทำให้สามารถทำในสิ่งที่ทีมบริหารของประธานาธิบดีทรัมป์ไม่สามารถทำได้ในอุตสาหกรรมน้ำมันที่เป็นเอกชนในสหรัฐฯ
ซึ่งซาอุดิอาระเบียมีตัวเลือกไม่มากแต่ต้องเชื่อประธานาธิบดีรัสเซียอย่างประธานาธิบดีวลาดีเมียร์ ปูตินที่จะส่งน้ำมันในจำนวนบาร์เรลน้อยสู่ตลาด ในขณะที่ประธานาธิบดีขอสหรัฐ นายโดนัลด์ ทรัมป์ปฏิเสธที่จะทำเช่นนั้นเพราะเขารู้ดีว่าน้ำมันที่มีราคาสูงขึ้นจะเป็นพิษต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯและโอกาสที่จะได้รับการเลือกตั้งของเขาอีกครั้งในปี 2020
การเข้าข้างรัสเซียทำให้ซาอุดิอาระเบียตกอยู่ใต้อำนาจของรัสเซียผู้ซึ่งจะสั่งการอะไรก็ได้
ตามที่ปรากฎใน Bloomberg ซาอุดิมีแนวโน้มที่จะส่งสัญญาณว่าจะไม่มีการชดเชยใดๆ หากประเทศพันธมิตรไม่ทำตามข้อตกลงด้านการลดการผลิตลง ซึ่งตกลงกันไว้ที่ 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งซาอุดิอาระเบียกล่าวว่าพวกเขาต้องรับภาระนี้มากกว่าสมาชิกประเทศอื่นๆ หรือพันธมิตรทั้งหมด
ซึ่งอิรักเป็นประเทศที่ผลิตเกินข้อตกลงเป็นเวลากว่า 3 ปี โดยบางเดือนในปีนี้อิรักผลิตน้ำมันอยู่ที่ 4.8 ล้านบาร์เรลต่อวันโดยเปรียบเทียบกับโควต้าที่มีที่ 4.51 ล้าน และไนจีเรียที่ผลิตน้ำมันได้ 1.8 ล้านบาร์เรลต่อวันต่างกับที่ให้สัญญาไว้ที่ 1.68 ล้าน
ซึ่งในปีนี้ที่ติดรายชื่อเข้ามาในผู้ผลิตมากเกินไปได้แก่ ประเทศคาซักสถานที่ตกลจะผลิตที่ 1.86 ล้านบาร์เรลต่อวันแต่ผลิตจริงได้ 1.95 ล้านต่อวัน
จากข้อมูลของสำนักข่าวรอยเตอร์สพบว่าการผลิตเกินกำลังของรัสเซียอยู่ที่ประมาณ 70,000 บาร์เรลต่อวันและเป็นส่วนหนึ่งในการชดเชยการขาดของท่อส่งน้ำมัน Druzhba ในเดือนพฤษภาคม - มิถุนายนที่มอสโกสูญเสีย 19 ล้านบาร์เรลเนื่องจากการปนเปื้อน
แม้ว่าจะไม่เป็นอุปสรรคต่อ OPEC + เท่าไหร่นัก แต่การมีส่วนร่วมของรัสเซียในแผนนี้มีความสำคัญต่อความเชื่อมั่นของตลาดเนื่องจากสถานะของการเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่อันดับสองของโลก สนธิสัญญา OPEC + จะหมดอายุในเดือนมีนาคมและซาอุดิอาระเบียหวังว่าจะได้รับการขยายเวลาจนถึงเดือนมิถุนายนในการประชุมสัปดาห์นี้
ยังคงต้องลุ้นในเรื่องของราคาน้ำมันเพราะต้องรอการตัดสินใจของรัสเซียใน OPEC+
หากมอสโกเพิกเฉยกับแผนการของซาอุฯ อีกครั้งราคาน้ำมันอาจตกอีก 4% หรือมากกว่านั้นเหมือนกับสัปดาห์ที่แล้ว น้ำมันดิบยังคงไต่ระดับขึ้นอย่างแข็งแกร่งในปีนี้ ด้วยน้ำมันดิบเวทส์เท็กซัสของสหรัฐฯ ที่แสดงผล 23% ของการปรับขึ้นและราคาน้ำมันดิบ U.K. แบรนท์ ที่ได้ปรับขึ้น 14%
ซึ่งถ้า OPEC ไม่ตัดสินใจปรับลดตัวเลขการผลิต จะทำให้ยากต่อการปรับขึ้นของราคาอีก
ซึ่งหากใครคุ้นเคยกับการคิดของซาอุฯ แล้ว อาจจะเดาได้ว่า นาย Abdulaziz จะเรียกร้องให้ประเทศที่ผลิตเกินข้อสัญญาให้ปรับลดการผลิตตามที่เคยตกลงกันไว้
ซึ่งน่าจะเป็นการยากสำหรับรัสเซียที่จะให้ทำตามข้อตกลง
เพื่อหลีกเลี่ยงการล่มสลายของตลาด รัสเซียอาจจะทำตามแผนของซาอุฯ
บางทีซาอุฯอาจจะโล่งใจ หากรัสเซียยอมร่วมมือ เหตุผลก็คือเหตุการณ์ดราม่าที่มอสโควสร้างขึ้นเองไายในประเทศอาจจะทำให้รัสเซียตกลงที่จะเลื่อนการปรับลดน้ำมันออกไปในเดือนมิ.ยปีหน้าในการประชุมในสัปดาห์นี้
เราเคยเห็นว่าสุดท้ายแล้วปูตินก็ทำตามแผนของ OPEC ซึ่งก็มีโอกาสที่เขาจะทำเช่นนั้นอีกครั้ง ซึ่ง Novak ได้มีการปรับแผน - เปลี่ยนวิธีคำนวณการผลิตของรัสเซีย
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของรัสเซียกล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่ามอสโกได้รวม condensates ซึ่งเป็นน้ำมันดิบชนิดเบาคุณภาพสูงที่สกัดได้จากระหว่างการผลิตก๊าซ ทำให้ ในข้อมูลการส่งออกทำให้ตัวเลขโดยรวมดีขึ้น หากตัวเลขนั่นถูกลบออกไปบางทีรัสเซียอาจจะกลับไปสู่การปฏิบัติตามข้อกำหนดของ OPEC +
สำหรับซาอุดิแล้วตอนนี้กำลังมุ่งไปที่การขายหุ้นสู่สาธารณะครั้งแรก (IPO) ของบริษัท Aramco
การที่ตลาดมองว่าการประชุมOPEC ในสัปดาห์นี้มีความสำคัญต่อซาอุดิอาระเบียอย่างไรนั้น เพราะว่าความต้องการอย่างหนักของพวกเขา ในการรักษาระดับราคาน้ำมันให้เพิ่มสูงขึ้นท่ามกลางการดำเนินงานเพื่อจดทะเบียน Aramco ให้เป็นบริษัทน้ำมันแห่งรัฐ
ไม่ใช่ความบังเอิญที่จะมีการเปิดขายหุ้นสูสาธารณะในวันที่ 5 ธ.ค. ซึ่งเป็นวันเดียวกับการประชุม OPEC เพื่อเป็นการเอื้อผลประโยชน์ให้กับบริษัทนั้นเอง
ซึ่งนั่นอธิบายว่าทำไมซาอุฯ ถึงไม่ต้องการแบกรับการปรับลดการผลิตอีกต่อไปในฐานะสมาชิก OPEC เพราะไม่อยากให้บริษัท Aramco ต้องมาแบกรับภาระนี้
ซึ่งแตกต่างจากในอดีตที่ผ่านมา ที่มีการปรับลดตัวเลขการผลิตเพื่อเพิ่มราคาน้ำมัน ตอนนี้ Aramco จำเป็นต้องเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของตัวเองภายใต้ข้อ จำกัด ของ OPEC เพื่อสร้างงบดุลที่มีสุขภาพดีสำหรับนักลงทุน
เป็นเพียงไอเดียของสิ่งที่ Riyadh ได้สูญเสียรายได้จากน้ำมันในช่วงสามปีที่ผ่านมา :รัสเซียมีรายได้มากกว่า $170 ล้านเหรียญต่อวันในไตรมาสสุดท้ายของปี 2016 เมื่อมีการตกลงในการปรับลดการผลิตครั้งแรกของ OPEC+ ซึ่งซาอุฯได้ทำรายได้มากกว่าเพียง $125 ล้านเหรียญ
แนวโน้มของโลกโลกและการคาดการณ์ยังไม่สอดคล้องกับแผนการของซาอุดิอาระเบีย
ตลาดโลกยังไม่เชื่อในความคิดของซาอุฯ การสำรวจของ Reuters เมื่อสัปดาห์ที่แล้วนักเศรษฐศาสตร์และนักวิเคราะห์ 42 คนคาดการณ์ว่า น้ำมันดับแบรนท์ จะเฉลี่ยอยู่ที่ $62.50 เหรียญในปีหน้า ซึ่งเปลี่ยนไปเล็กน้อยจากแนวโน้มที่ $62.38 เหรียญในเดือนตุลาคม
แนวโน้มการผลิตของ OPEC สะท้อนถึงการเกินดุลประมาณ 70,000 บาร์เรลต่อวันในปีหน้า นักวิเคราะห์ระบุอุปสงค์เพิ่มขึ้นที่ 0.8-1.4 ล้านบาร์เรลต่อวันในปีหน้า
ปัญหาของการค้า: ความเศร้าโศกของน้ำมันและเวลาทองของทองคำ?
และยังมีปัญหาด้านการเจรจาด้านการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ที่ตลาดยังคงต้องรอการตัดสินใจรายวันจากประธานาธิบดีทรัมป์
ซึ่งเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีสหรัฐฯได้ลงนามในกฎหมายที่มีจุดประสงค์เพื่อสนับสนุนผู้ประท้วงในฮ่องกงที่ต่อต้านการปกครองจากจีน ถือว่าเป็นการเคลื่อนไหวที่สร้างผลกระทบต่อข้อตกลงทางการค้าเป็นอย่างมาก ซึ่งหากว่ามีเหตุการณ์เชิงลบออกมาอีก ราคากรอบทองคำจะขึ้นมาอยู่ที่ $1,460-$1,480
ทั้งทองฟิวเจอร์ของเดือนกุมภาพันธ์บนตลาด COMEX และทองสปอต ต่างก็มีแนวโน้มเป็นบวกเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
“หรือของขวัญปีใหม่จากซานต้าจะเป็นราคาทองคำที่ $1,500 เหรียญ?”ถามโดย นายMark Mead Baillie ในบทความเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
“หากราคาทองคำยังคง “รักษาระดับ” ได้ที่ $1,454- $1,434 และการรวมราคายังดำเนินต่อไป เรากำลังคิดว่าราคาทองคำอาจจะแตะ (ที่) $1,500 เพื่อสิ้นสุดปีนี้”
