นักกลยุทธ์ทางเทคนิคระบุ S&P 500 "กำลังเตรียมพร้อมสำหรับการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่" ในเร็วๆ นี้
มีอยู่สองสิ่งที่เทรดเดอร์น้ำมันต้องจับตามองเป็นพิเศษในสัปดาห์นี้นั่นคือ วันหยุดเทศกาลวันขอบคุณพระเจ้าและความผันผวน
จำนวนการซื้อขายในช่วงนี้ของปีจะค่อนข้างเบาบางเนื่องจากการเดินทางและวันหยุดในเทศกาลขอบคุณพระเจ้า ซึ่งทำให้สถานการณ์ตลาดนั้นไม่นิ่งมากยิ่งขึ้น
และมีหลายๆ สิ่งที่มีแนวโน้มที่จะผันผวนเช่นเดียวกับราคาน้ำมัน เนื่องจากผู้เข้าร่วมในตลาดต่างก็พยายามสร้างสมดุลระหว่างการพูดคุยของสหรัฐฯ และจีน และพูดคุยการปรับลดอัตราการผลิตของโอเปก
การออกอากาศของประธานาธิบดีทรัมป์ ที่ปรึกษารัฐบาล นาย Larry Kudlow และ รัฐมนตรีพาณิชย์ นาย Wilbur Boss ทาช่อง Fox รายสัปดาห์นั้น กลายเป็นรายการทอร์คโชว์ที่น่าขัน เพราะพวกเขาพยายามที่จะทำให้พวกเขาประทับใจ โดยการพูดทุกครั้งว่าข้อตกลงทาการค้าใกล้จะบรรลุแล้ว แต่ความจริงมันไม่เคยเกิดขึ้นเลย
คำว่า “ใกล้” จะลงนามในข้อตกลงที่ไม่เคยเกิดขึ้ยจริง
คำพูดล่าสุดจากทรัมป์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาก็คือข้อตกลงนั้น“ ใกล้จะลงนาม” แล้ว ถึงแม้เขายังคงพูดถึงการเพิ่มภาษีในวันที่ 15 ธ.ค.นี้ ทรัมป์ยังกล่าวอีกว่าจีนนั้นเป็นฝ่ายที่ต้องการให้ข้อตกลงทางการค้าเกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด
ประธานาธิบดีทรัมป์ยังโอ้อวดด้วยว่าเขาเป็นผู้ “ช่วย” ฮ่องกง จากการคุกคามโดยการยื้อเวลาของการเจรจาการค้ากับจีนออกไปเพื่อที่ปักกิ่งจะไม่ส่งกองกำลังทหารเข้าต่อต้านผู้ประท้วงในฮ่องกงที่ต่อต้านการปกครองของจีน ซึ่งในทางการทูตแล้ว นี่เป็นการแสดออกที่ไม่สมควรเป็นอย่างยิ่งต่อประเทศที่คุณกำลังต้องการทำข้อตกลด้วย
ราวกับว่าข้อความที่ได้จากประธานาธิบดีทรัมป์ยังสร้างความสับสนไม่พอ เขายังได้กล่าวเพิ่มเติมว่า เขาอาจจะโหวตยับยั้ง (Veto) ข้อกฎหมายผ่านสภาคองเกรสของสหรัฐฯเพื่อสนับสนุนผู้ประท้วงในฮ่องกง
เขากล่าวว่าสิ่งที่กล่าวเป็นการกดดันให้ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงลงนามในข้อตกลง ด้านประธานาธิบดี สี ได้ตอบกลับด้วยความสุภาพว่าจีนจะไม่ถูกควบคุมโดยอำนาจของอาณานิคมและจะสู้กลับหากจำเป็น
ข้อตกลงระยะแรก เหมือนเป็นการ “หลอกลวง เต็มไปด้วยข้อผิดพลาด และไร้สาระ”
อ้างอิงจากบทความประจำสัปดาห์ของ นาย Pinchas Cohenเพื่อนร่วมงานของผม ที่ได้กล่าวถึงว่า เจ้าหน้าที่อาวุโสจาก Yale นาย Stephen Roach ที่ได้อธิบายว่า ข้อตกลทางการค้าระยะแรกน้นเป็นเรื่อง “หลอกลวง” “มีข้อผิดพลาด” “ไร้สาระ” เป็นเรื่องของ “กลุ่มการช่วยเหลือ” ทางการเมือง เพื่อช่วยในการเลือกตั้งใหม่ในปี 2020 ของประธานาธิบดีทรัมป์
ในขณะที่วันหยุดเทศกาลขอบคุณพระเจ้าทำให้จำนวนการซื้อขายเบาบางลง นั่นอาจหมายถึงราคาน้ำมันจะถูกปรับลงอีกเหตุเพราะสงครามทางการค้า ผู้ค้าน้ำมันดิบและแบบจำลองอัลกอริทึมของพวกเขาดูเหมือนจะถูกปิดตัวลงตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว
กองทุนน้ำมันและอัลกอริทึ่มของพวกเขาได้เปลี่ยนเป้าหมายจากที่ต้องไล่ตามข่าวโอเปกที่จะมีการประชุมในเดือนธันวาคมนี้ ไปที่การสร้างเรื่องราวของตัวเองเพื่อขยายตลาดแทน
หลังจากที่ราคาน้ำมันปรับขึ้นในช่วงสองวันแรกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ท่ามกลางความกังวลในเรื่องของอุปสงค์ในตลาด ก็มีข่าวลือออกมาจากโอเปกว่าอาจจะมีการเลื่อนหัวการประชุมเรื่องการขอให้พันธมิตรประบลดอัตรการผลิตเหลือ 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวันไปในเดือนมิ.ย.
รัสเซียไม่ทำตามสัญญาโอเปก
ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซียได้ออกมาสนับสนุนข่าวลือที่ว่าโดยกล่าวว่าในฐานะที่มอสโคว์เป็นพันธมิตรที่ใหญ่ที่สุดจะให้การสนับสนุนโอเปกในนโยบายลดกำลังการผลิต แม้ว่าจะมีบันทึกว่ารัสเซียนั้นไม่ได้ทำตามนโยบายที่โอเปกให้ไว้ก็ตาม
ตลาดซื้อขายน้ำมันดิบเวสท์เท็กซัส (WTI) บน NYMEX และ ตลาดซื้อขายน้ำมันดิบฟิวเจอร์แบรนท์ (Brent) บน ICE มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยต่อข่าวที่เกิดขึ้น หลังจากที่มีการแกว่งแบบผสมผสาน 5% ในช่วง 2 วันแรกและฟื้นตัวในระดับสูงสุดในรอบ 2 เดือน
เหลืออีก 10 วันก่อนที่จะเริ่มการประชุมในวันที่ 5-6 ธันวาคมนี้ โอเปกและสมาชิกยังคงหวังว่าตลาดจะมีการทำการต่อไป
โอเปกอาจจะดำเนินการต่อในเรื่องหินน้ำมัน
นาย Mohamed Barkindo เลขาธิการโอเปกได้กล่าวว่าหลังจากได้พูดคุยกับ “ผู้ผลิตหลายๆเจ้าแล้ว โดยเฉพาะในผู้ผลิต shale basin พบว่ามีความกังวลเกิดขึ้นเนื่องจากเกิดการชะลอตัวลงเรื่อยๆ จนเหมือนจะหยุดการผลิต”
Barkindo กล่าวเสริมว่า บริษัท เหล่านี้“ กำลังบอกเราว่าเราอาจจะมองโลกในแง่ดีมากกว่าที่เป็นอยู่เมื่อพิจารณาถึงความท้าทายที่หลากหลายที่พวกเขาเผชิญอยู่”
จำนวนแท่นขุดน้ำมันของสหรัฐฯลดลงติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ห้าเมื่อสัปดาห์ที่แล้วท่ามกลางการลดค่าใช้จ่ายด้านต้นทุนอย่างต่อเนื่อง
แน่นอนว่าความจริงก็คือการที่โอเปกก็มีปัญหาของตัวเองที่ท้าทายอยู่เช่นกัน คือการที่ผู้นำซาอุดิอาระเบียยังทำตามข้อตกที่ให้ไว้เมื่อปีก่อนหน้าเกี่ยวกับการปรับลดอัตราการผลิตน้ำมันเหลือ 1.2 บาร์เรลต่อวัน ทำให้โอเปกไม่สามารถทำอะไรได้มาก เราคงได้แต่คาดหวังในเรื่องน้ำมันจากหินกันไปก่อน
ทองคำติดอยู่กรอบแคบ
ราคาทองคำอาจยังคงติดอยู่ในระดับ $1,460 เหรียญ ถึง $1,475 เหรียญ ต่อออนซ์ในสัปดาห์นี้ เนื่องจากเทรดเดอร์พยายามทำความเข้าใจว่าการเจรจาระหว่างสหรัฐฯกับจีนกำลังดำเนินไปถึงไหนแล้ว
ราคาทองฟิวเจอร์สำหรับเดือนธนวาคมบนตลาด COMEX ในนิวยอร์คปิดที่ $1,463.60 ต่อออนซ์ในวันศุกร์ ซึ่งหากติดตามการเทรดแบบสดจะเห็นว่าปิดการซื้อขายสุดท้ายที่ $1,462.11 เหรียญ ลดลง 0.4% ในอาทิตย์นี้
มีข้อมูลจากหลายๆ ที่ที่อาจจะมีอิทธิพลต่อกรอบราคาทองในสัปดาห์นี้ เช่น ยอดขายบ้านใหม่ในสหรัฐฯ คำสั่งซื้อสินค้าคงทน GDP และ ยอดมัดจำบ้าน รวมไปถึง ตัวเลขการเปลี่ยนแปลงของการว่างงานของเยอรมนี CPI ของยูโรโซน และดัชนี PMI ภาคการผลิตของจีน
