ทองคำสามารถพุ่งสู่จุดสูงสุดใหม่เหนือ 5,600 ดอลลาร์ในปี 2026 ได้หรือไม่
ราคาน้ำมันร่วงลงในสองวันที่ผ่านมา
ปัจจัยหนุนของทิศทางราคาน้ำมันในช่วงนี้ยังคงมีความผันผวนอย่างมากไม่ว่าจะเป็นทั้งสงครามในการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนผลประกอบการของในตลาดหุ้นทั้งดาวโจนส์และ S&P 500 ที่ส่งผลกระทบหนัก โดยในสองวันที่ผ่านมามีการปรับตัวร่วงลงถึง 5.22% ของ WTI และ 5.01% ของ Brent
โดยในสองวันที่ผ่านมาสิ่งที่นักลงทุนตลาดเงินต่างจับตามองอย่างมากก็คือการที่ มีปัจจัยหนุนของIPO ของ Saudi Aramco อาจจะไม่ได้ทำสถิติใหญ่ที่สุด ในประวิติศาสตร์ ซึ่งราคาประเมินยังโดนต่ำลงเรื่อยๆ โดยการเข้าขายบริษัทน้ำมันแห่งชาติของซาอุในครั้งนี้ทำให้บริษัท Saudi Aramco เป็นบริษัทมหาชนที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่ไม่สามารถทำลายสถิติ IPO ของ Alibaba ที่ออกมาขาย IPO ได้ที่เงินทุนรวม 25,000 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2014
โดยเหตุผลหลักที่ไม่สามารถทะลุสถิติได้มีดังนี้
- ปัจจัยแรกนักวิเคราะห์ได้ประเมินราคาบริษัทรวมอยู่เพียงแค่ 1.6 ถึง 1.7 ล้านเหรียญสหรัฐ 100 กว่าเป้าที่ทางซาอุดิอาระเบียได้ตั้งไว้ถึง 2 ล้านล้านเหรียญ
- ปัจจัยที่สองก็คือจากแผนตอนแรกที่จะมีการปล่อยขายในตลาดในประเทศที่ 2% ซึ่งทางซาอุดิอาระเบียปรับร่วงลงถึง 0.5% ขายเพียง 1.5% เท่านั้น
- โดยห้าปรับร่วงลง 1.5% สถิติ IPO จะมีมูลค่าเพียง 2,400 ล้านเหรียญเท่านั้นน้อยกว่าสถิติของ Alibaba
โดยอีกหนึ่งปัจจัยที่นักลงทุน ได้มีความกังวลก็คือภาวะน้ำมันที่ล้นตลาดหลังจากผลสำรวจของนักวิเคราะห์ระบุว่าสต๊อกน้ำมันดิบของสหรัฐมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่สี่รวมทั้งรายงานที่ว่ารัสเซียจะไม่มีการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันลงอีกและในการประชุม ผู้ส่งออกน้ำมันหรือเรียกว่า OPEC และประเทศพันธมิตรซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 5 ถึง 6 ธันวาคมนี้
โดยสินค้าคงคลังน้ำมันดิบของสหรัฐอเมริกาในวันที่ 30 ตุลาคม 2019 ประกาศออกมาอยู่ที่ 5.702 ล้านบาร์เรล ในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2019 น้ำมันดิบของสหรัฐประกาศออกมาอยู่ที่ 7.929 ล้านบาร์เรล และในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2019 สหรัฐประกาศน้ำมันดิบอยู่ที่ 2.219 ล้านบาร์เรล เป็นหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ทิศทางราคาน้ำมันมีการปรับตัวร่วงลงอย่างต่อเนื่อง
และในวันที่ 20 พฤศจิกายนนี้นักลงทุนต่างจับตามองการประกาศสินค้าคงคลังน้ำมันดิบของสหรัฐอเมริกาในเวลา 22:30 น. ตามเวลาประเทศไทยว่าจะออกมาในทิศทางไหนจะสร้างความผันผวนให้กับทิศทางราคาน้ำมันอีกหรือไม่
โดยถ้าเกิดว่าปัจจัยลบของทิศทางราคาน้ำมันส่งผลอย่างต่อเนื่อง Brent อาจจะมีการปรับตัวร่วงลงถึง 2.20% โดยแนวรับที่สำคัญจะอยู่ที่ 59.68 ดอลล่าร์ต่อบาร์เรลและ WTI อาจจะร่วงลงถึง 2.75% โดยแนวรับสำคัญจะอยู่ที่ 53.74 ดอลล่าร์ต่อบาร์เรล
และอีกหนึ่งปัจจัยที่นักลงทุนตลาดเงินต่างจับตามองอย่างมากก็คือสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนที่สร้างความผันผวนให้กับตลาดดาวโจนส์และ ตลาดดาวโจนส์ฟิวเจอร์ซึ่งส่งผลโดยตรงให้กับทิศทางราคาน้ำมันและความกังวลของนักลงทุนทุกตลาดจึงควรติดตามอย่างใกล้ชิดในสัปดาห์นี้
