เงินเฟ้อจะลดลงเหลือ 3.8% ในปีนี้ และ 3.4% ในปี 2027 ตามที่หัวหน้า IMF กล่าว
Bank of Thailand Benchmark Interest Rate
Actual: 1.50% Previous: 1.50%
KTBGM: 1.50% Consensus: 1.50%
กนง. “คง” ดอกเบี้ยนโยบาย และมองว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าที่ประเมินไว้เดิมจากภาคส่งออก
เรามองนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายทั่วโลก จะเป็นประเด็นให้ กนง. สามารถลดดอกเบี้ยได้อีกในปีนี้และในปี 2020
การประชุมครั้งถัดไป: 6 พฤศจิกายน 2562
กนง. มีมติเป็นเอกฉันท์ ให้ “คง” ดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 1.50% โดยมองว่านโยบายการเงินในปัจจุบันผ่อนคลายในระดับที่เหมาะสม ซึ่งจะช่วยหนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจ และเอื้อให้เงินเฟ้อขึ้นถึงเป้าหมาย
ด้านภาพรวมเศรษฐกิจ กนง. มองว่า ปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจล้วนชะลอตัวมากกว่าที่คาดไว้ โดยการส่งออก และการลงทุนยังคงซบเซาจากผลกระทบของมาตรการกีดกันการค้าและวัฏจักรสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังไม่ฟื้นตัว อย่างไรก็ดีการย้ายฐานการผลิตมาไทยอาจช่วยสนับสนุนการลงทุนในระยะถัดไป นอกจากนี้ การบริโภคภาคเอกชนยังมีโอกาสชะลอตัวจากปัญหาหนี้ครัวเรือนในระดับสูง และผลกระทบจากการส่งออกที่ชะลอตัวต่อรายได้และการจ้างงานในภาคการผลิตเพื่อส่งออก
อัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มลดลงสู่ระดับ 0.8% ลดลงจากที่ประเมินไว้ในครั้งก่อนที่ 1.0% และต่ำกว่ากรอบเป้าหมาย จากราคาสินค้าพลังงานที่ต่ำกว่าคาด นอกจากนี้ก็ยังมีผลกระทบจากการแข่งขันราคาของ e-commerce รวมถึงเทคโนโลยีที่ดีขึ้นกดดันเงินเฟ้ออยู่
อย่างไรก็ดี กนง.มองว่าระบบการเงินมีเสถียรภาพอยู่ โดย กนง.มองว่ามาตราดูแลสถาบันการเงิน (microprudential) และมาตราการดูแลเสถียรภาพระบบการเงิน (macroprudential) ที่ได้ดำเนินการไปช่วยลดความเปราะบางของระบบการเงินได้ระดับหนึ่ง ขณะที่ กนง.ก็ยังคงติดตามทิศทางเงินบาทอย่างใกล้ชิดเนื่องจากการแข็งค่ามากเพื่อเทียบกับคู่แข่ง อาจส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจได้ในอนาคต
เรามอง กนง. มีโอกาสที่จะลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% สู่ระดับ 1.25% ในเดือนธันวาคม เพื่อช่วยพยุงเศรษฐกิจปี 2020 ร่วมกับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจการคลัง
แม้ กนง. จะมีมติ 7 ต่อ 0 ให้คงดอกเบี้ย แต่กลับมีมุมมองเศรษฐกิจแย่ลงมาก ชี้ว่าโอกาสลดดอกเบี้ยยังมีอยู่ โดย กนง. ก็สามารถลดดอกเบี้ยตามกระแสนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากขึ้นของธนาคารกลางทั่วโลกได้ เพื่อเป็นตัวช่วยพยุงเศรษฐกิจ และรักษาสมดุลค่าเงินบาท
อนึ่ง เราเชื่อว่านโยบายการเงินเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ ดังจะเห็นได้จากที่เศรษฐกิจยังมีแนวโน้มชะลอตัวลง แม้ว่าจะมีการลดดอกเบี้ยก็ตาม กนง. ควรมีการวางแผนร่วมกันกับหน่วยงานของภาครัฐ เพื่อออกนโยบายช่วยพยุงเศรษฐกิจในช่วงท้ายปี
