CEO ของ Nvidia เผย การลงทุนใน OpenAI ยังคงเดินหน้าต่อไป
- สัปดาห์ที่ผ่านมา ภาคการส่งออกในเอเชียเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว ขณะที่ ภาคการผลิตของสหรัฐฯ หดตัวเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 10ปี
- สัปดาห์นี้ ควรติดตามการประชุม G-7 ที่ฝรั่งเศส และจับตารายงานข้อมูลเศรษฐกิจในฝั่งสหรัฐฯ หากที่ประชุม G-7 ไม่ได้มีข้อตกลงเพื่อลดความขัดแย้งทางการค้าหรือรับมือปัญหาเศรษฐกิจโลกชะลอตัว และข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯแย่กว่าคาด อาจทำให้ตลาดปิดรับความเสี่ยงและกดดันให้เงินบาทอาจอ่อนค่าลงได้
- กรอบเงินบาทสัปดาห์หน้า 30.50-31.00 บาท/ดอลลาร์
มุมมองนโยบายการเงิน
- การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) ในวันศุกร์ คาดว่าจะ“คง”อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (7D Repo) ที่ระดับ 1.50% หลังลดดอกเบี้ยลง 0.25% ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา
มุมมองเศรษฐกิจทั่วโลก
- ฝั่งสหรัฐฯ –วันอังคาร คาดว่าดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (CB Consumer Confidence) จะลดลงต่อเนื่อง สู่ระดับ 130.0จุด จากความกังวลแนวโน้มเศรษฐกิจถดถอย และตลาดการเงินที่ผันผวน วันพฤหัสฯ มองว่า ตัวเลขประมาณการครั้งที่ 2 ของจีดีพีไตรมาสที่ 2 จะโต 2.0% จากไตรมาสก่อนหน้า ลดลง 0.1% จากคาดการณ์ครั้งที่ 1 หลังภาคการผลิตและการลงทุนภาคเอกชนชะลอลงมากกว่าคาด และในวันศุกร์ คาดว่า ดัชนีราคาค่าใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ซึ่งเฟดใช้เป็นเกณฑ์วัดอัตราเงินเฟ้อ จะทรงตัวอยู่ที่ระดับ 1.4% ทำให้เฟดมองว่าเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับต่ำ และจำเป็นต้องใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากขึ้น เพื่อกระตุ้นให้เงินเฟ้อปรับตัวขึ้นใกล้เป้าหมายของเฟด
- ฝั่งยุโรป – ไฮไลท์สำคัญจะอยู่ที่การประชุม G-7 ที่ฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 24-26 นี้ โดยคาดว่าจะมีการพูดคุยในประเด็นสงครามการค้า การแยกตัวจากสหภาพยุโรปของอังกฤษ และแนวทางการรับมือปัญหาเศรษฐกิจโลกชะลอตัว นอกจากนี้ ตลาดจะติดตามรายงานเศรษฐกิจจากฝั่งเยอรมนี เริ่มจาก รายงานดัชนีความเชื่อมั่นเศรษฐกิจ (IFO Business Climate) ในวันจันทร์ ที่คาดว่าจะปรับตัวลดลงต่อเนื่องสู่ระดับ 95.0จุด ถัดมา ยอดค้าปลีก(Retail Sales) ในวันศุกร์ จะหดตัว 1.2% จากเดือนก่อนหน้า ทั้งหมดนี้จะย้ำว่าเศรษฐกิจเยอรมนียังไม่ฟื้นตัวและมีความเสี่ยงที่จะเข้าสู่สภาวะถดถอย(Recession) ในปีนี้
- ฝั่งเอเชีย – วันศุกร์ คาดว่า ยอดค้าปลีก (Retail Sales) ของญี่ปุ่นในเดือนกรกฎาคมจะหดตัวลง 0.9% จากเดือนก่อนหน้า สะท้อนว่าแนวโน้มเศรษฐกิจญี่ปุ่นยังไม่สดใส และมองว่า เศรษฐกิจอินเดียในไตรมาสที่2 จะขยายตัว 5.6% จากปีก่อน ชะลอลงจากที่โตได้ 5.8% จากแนวโน้มเศรษฐกิจโลกชะลอตัว และผลกระทบของการขึ้นดอกเบี้ยในปีที่แล้ว ขณะที่แรงหนุนต่อเศรษฐกิจมีน้อย เพราะมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะนโยบายช่วยเหลือเกษตรกรมีความล่าช้า และอานิสงส์ของการลดดอกเบี้ยต่อกัน 4 ครั้ง ยังไม่สามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้เต็มที่
