เงินเอเชียอ่อนค่า ดอลลาร์แข็งค่าหลัง Fed เหยี่ยวจัด ดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าจากข้อมูลการจ้างงานที่แข็งแกร่ง
ตลาดทองคำในช่วงนี้มีความคึกคักเป็นพิเศษหลังจากที่ไม่ได้เกิดขึ้นมาพักใหญ่ รวมถึงสถานการณ์ที่ทำให้น่าปวดเศียรเวียนเกล้าได้อยู่พอสมควรเลยทีเดียว
การขยายตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่ต่อเนื่องยาวนานมาเกือบสิบปีนั้นเคยทำให้ราคาทองคำต้องติดกับอยู่ในแนวโน้มขาลงมาเป็นเวลาหลายปี หลังจากที่สัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้าเคยทำลายสถิติราคาสูงสุดที่ระดับ $1,911.60 ต่อออนซ์ได้ในเดือนกันยายน ปี 2011
วงจรราคาที่ย่ำแย่ดังกล่าวน่าจะถูกทำลายลงได้ด้วยฤทธิ์ของ “ผู้บงการค่าเงิน” อย่างจีน
สงครามการค้าแห่งศตวรรษก็ไม่มีทีท่าว่าจะบรรลุข้อตกลงกันได้ในเร็ววันนี้ เนื่องจากรัฐบาลของทรัมป์ก็ยังคงหาช่องทางที่จะเอาชนะการลดค่าเงินหยวนของจีนให้จงได้ สัญญาซื้อขายล่วงหน้าทองคำจึงมีสิทธิ์ที่จะพุ่งต่อไปยังระดับ $1,800 หลังจากที่สามารถไต่ขึ้นผ่านระดับ $1,500 ได้เป็นครั้งแรกในรอบหกปีเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา
ทองคำฟื้นตัวขึ้นได้ด้วยตัวเองโดยยังไม่ได้พึ่งพาค่าเงินดอลลาร์เลยแม้แต่น้อย
สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าก็คือ การที่ราคาทองคำทะลุกรอบไปได้ในครั้งนี้นั้นเป็นการยืนยันว่าทองคำยังเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่มีคุณภาพสูงและไม่ได้ใช้ทดแทนเงินดอลลาร์ การที่ราคาทองคำเคลื่อนไหวได้ด้วยตัวเองในครั้งนี้กลายเป็นเสมือนแม่เหล็กที่ดึงดูดนักลงทุนที่มีความกังวลเกี่ยวกับปัญหาสภาวะเศรษฐกิจและการเมืองในปัจจุบัน
ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งใช้เป็นตัวชี้วัดค่าเงินดอลลาร์เทียบกับอีกหกสกุลเงินมีความยืดหยุ่นสูงจนน่าแปลกใจ เพราะตั้งแต่ช่วงที่สงครามการค้าทวีความรุนแรงขึ้น จนมาถึงช่วงที่เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 25 จุดเบสิสเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้ว่าจะมีการคาดการณ์ว่าคณะกรรมการนโยบายการเงินอาจจะพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้านี้อีกก็ตาม ดัชนีนี้ก็ยังทรงตัวอยู่เหนือระดับ 97 ได้เพียงเพื่อจะตอบสนองกับค่าเงินหยวนที่ลดต่ำลง
คริสโตเฟอร์ เวคชิโอ นักวิเคราะห์สกุลเงินและผู้วางกลยุทธ์ทางด้านทองคำเชื่อว่าสัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้าในตลาด Comex ในนิวยอร์คกำลังมีโอกาสที่จะพลิกขึ้นไปทำสถิติสูงสุดได้อีกครั้งหลังจากที่สามารถหลุดออกจากแนวโน้มขาลงที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 2011 ไปได้
เวคชิโอเสริมว่า
“การวางตัวของแนว neckline เป็นตัวกำหนดเป้าหมายขาขึ้นระยะยาวที่ราคาทองคำจะฟื้นตัวกลับขึ้นไปได้ นับตั้งแต่ช่วงสิ้นเดือนมิถุนายนเป็นต้นมา ราคาทองคำยังคงมีทิศทางที่สอดคล้องกับการคาดการณ์ของเราว่าจะสามารถปรับตัวสูงขึ้นต่อไปได้ในระยะยาว”
หากใช้วิธีพิจารณาแบบเสี่ยงน้อยโดยวาดเส้นราคาที่ทะลุระดับ neckline เทียบกับราคาสูงสุดในเดือนมกราคม 2018 ที่ระดับ $1,365.95 ประกอบกับวิธีพิจารณาแบบเสี่ยงมากโดยวาดเส้นราคาที่ทะลุระดับ neckline เทียบกับราคาสูงสุดในเดือนสิงหาคม 2013 ที่ระดับ $1,433.61 จะทำให้ได้เป้าหมายอยู่ที่ $1,820.99”
ในช่วงการซื้อขายระหว่างวันเมื่อวันพุธที่ผ่านมาในตลาดเอเชีย สัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้าในตลาด comex ที่จะครบกำหนดส่งมอบในเดือนธันวาคมปรับตัวเพิ่มขึ้น $14.25 หรือคิดเป็นเกือบ 1% ไปอยู่ที่ระดับ $1,498.45 โดยมีระดับราคาซื้อขายสูงสุดอยู่ที่ $1,502.25 ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2013 เป็นต้นมา
กราฟราคาทองคำรายสัปดาห์ - สร้างโดย TradingView
สัญญาซื้อขายล่วงหน้าปรับตัวสูงขึ้นเกือบ 3% ในรอบสัปดาห์ หรือคิดเป็น 4% ในรอบเดือน และ 14% ในรอบปี
คำแนะนำสำหรับการลงทุนในทองคำแท่งและสัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้าในช่วงนี้คือให้ 'ซื้อทันที'
จากการวิเคราะห์ทางเทคนิครายวัน Investing.com ขอแนะนำให้นักลงทุนสัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้า “ซื้อทันที" โดยวางเป้าหมายระยะสั้นไว้ที่จุดสูงสุดของแนวต้านที่ระดับ $1,516.66
ราคาซื้อขายทองคำ อ้างอิงตามการซื้อขายทองคำแท่ง มีการซื้อขายกันที่ระดับ $1,486.44 หากพิจารณาราคาในช่วงระหว่างวันที่สามารถขึ้นไปได้ถึง
$1,490.22 ทองคำแท่งจึงนับว่าปรับตัวขึ้นได้ 3% ในรอบสัปดาห์ หรือ 5% ในรอบเดือน และเกือบ 16% ในรอบปี
จากการวิเคราะห์ทางเทคนิครายวัน Investing.com ขอแนะนำให้นักลงทุนทองคำแท่ง “ซื้อทันที” เช่นกัน โดยวางเป้าหมายระยะสั้นไว้ที่จุดสูงสุดของแนวต้านที่ระดับ $1,504.85
ถึงแม้ว่าราคาจะปรับตัวลง แต่ก็น่าจะทรงตัวอยู่ได้ที่ระดับ $1,300
แล้วถ้าหากว่าราคาที่ทะลุกรอบไปได้ในครั้งนี้หยุดไปเสียดื้อๆ ทิศทางต่อไปจะเป็นอย่างไร?
เจมส์ สแตนลีย์นักวางแผนกลยุทธ์ทองคำอีกคนหนึ่งซึ่งเคยเห็นว่าราคาน่าจะลงไปอยู่ที่ราว $1,300 ตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมากล่าวว่า ไม่ต้องกังวลว่าเหตุการณ์เช่นนั้นจะเกิดขึ้นเหมือนในอดีต
สแตนลีย์กล่าวว่า
“ธนาคารกลางในหลายๆ แห่งคงจะยังไม่นำนโยบายเข้มงวดทางการเงินมาใช้ในเร็วๆ นี้อย่างแน่นอน รวมทั้งจะยังมีแรงกดดันที่ส่งผลกระทบกับการเติบโตทางเศรษฐกิจทั่วโลกอยู่จนกว่าปัญหาทางด้านสงครามการค้าต่างๆ จะหมดไป”
ในขณะนี้ดูเหมือนว่ากลยุทธ์ของจีนคือการรอประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จนกว่าจะมีการเลือกตั้งครั้งใหม่ในปี 2020 ซึ่งก็น่าจะเป็นการสร้างแรงกดดันต่อไปได้อีกช่วงหนึ่ง”
ในสถานการณ์ดังกล่าว เขาเชื่อว่าทองคำกำลังอยู่ในสภาวะที่ใกล้เคียงกับช่วงหลังเกิดวิกฤติการณ์ทางการเงินในช่วงที่ธนาคารกลางสำคัญๆ หลายแห่งยังไม่กล้าใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนปรน หรือใช้แต่น้อยมาก
สแตนลีย์กล่าวว่า
“ดังนั้น หากช่วงเวลานี้ต้องสิ้นสุดลงจริงๆ เหมือนกับช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายนที่ผ่านมา แนวรับระยะยาวยังคงเป็นระดับสำคัญของระดับแนวต้านก่อนหน้าที่ราคายังไม่สามารถไปทดสอบได้สำเร็จนับตั้งแต่มีการทะลุกรอบได้ในเดือนมิถุนายนเป็นต้นมา”
ระดับดังกล่าวมีค่าอยู่ที่ประมาณ 1375 กับ 1357.50 ซึ่งทั้งสองค่านี้เป็นค่าสูงสุดของปีก่อนที่แสดงให้เห็นแนวต้านของ follow-through”
