ราคาทองคำปรับตัวขึ้นหลังการคาดการณ์ขึ้นดอกเบี้ยลดลงกดดันดอลลาร์
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาดัชนี S&P 500 ถือว่าทำผลงานประจำสัปดาห์ได้ย่ำแย่ที่สุดในรอบปีนี้เลยทีเดียว ตัวชี้วัดต่างๆ ยังคงชี้ว่าสัปดาห์นี้สถานการณ์จะยังแย่ลงไปอีก ดัชนี S&P 500 อาจยังดิ่งได้ต่อไปเนื่องจากเกิดแรงเทขายจำนวนมากออกมาในสัปดาห์นี้ หลังจากที่รูปแบบการซื้อขายในสัปดาห์ที่ผ่านมายืนยันว่าจะเกิด การกลับตัว ครั้งสำคัญตามที่เราได้เตือนไว้เมื่อสองสัปดาห์ก่อน
ประธานาธิบดีทรัมป์ทำให้จีนและตลาดทั่วโลกต้องตกใจเมื่อเขาประกาศที่จะจัดเก็บภาษี 10% กับสินค้าจากจีนรวมเป็นมูลค่า 300,000 ล้านเหรียญหลังจากที่จีนและนักลงทุนในตลาดเพิ่งจะได้พักหายใจหายคอกันในช่วงที่กลับมาเปิดการเจรจาครั้งใหม่ได้ไม่นานนี้ อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ให้เหตุผลว่าจีนไม่เพิ่มการนำเข้าผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรจากสหรัฐฯ ตามที่ตกลงกันไว้เพื่อให้การค้าระหว่างทั้งสองประเทศเกิดความสมดุล
ในขณะที่หลายฝ่ายอาจคิดว่าการดำเนินการดังกล่าวของทรัมป์เป็นการตัดสินใจที่หุนหันพลันแล่นและไร้เหตุผลเกินไปเพราะเพิ่งเริ่มเปิดโต๊ะเจรจาครั้งใหม่กันได้ไม่นานนี้เอง แต่ในความเป็นจริง นี่อาจเป็นกลยุทธ์หนึ่งที่ได้มีการวางแผนไว้ล่วงหน้าแล้วก็เป็นได้ นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ มั่นใจว่า อัตราดอกเบี้ยที่ลดลง ได้รับอิทธิพลส่วนหนึ่งมาจากผลของสงครามทางการค้า ทรัมป์มีจุดยืนที่ต้องการสู้รบทางสงครามการค้า รวมทั้งต้องการให้เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงมานานแล้ว ดังนั้นการยิงปืนในครั้งนี้เพียงครั้งเดียวจึงได้นกมาถึงสองตัว
ทรัมป์ออกอาการไม่พอใจอย่างชัดเจนกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟดลงเพียง 25 จุดเบสิส แทนที่จะเป็น 50 จุดอย่างที่หลายคนคาดหวังไว้ รวมทั้งการที่นายพาวเวลล์ออกมาชี้แจงว่าการปรับลดในครั้งนี้เป็นเพียง “การปรับในรอบระยะกลาง” เท่านั้น ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงนโยบายแต่อย่างใด
ดังนั้นจึงถึงคราวที่ทรัมป์จะต้องออกโรงแสดงฝีมือด้วยการใช้มาตรการทางภาษีในครั้งนี้ด้วยตัวเอง
กราฟดัชนี S&P 500 รายสัปดาห์
ดัชนี S&P 500 ยังมีการซื้อขายกันอยู่ในกรอบราคาแบบอ้าออกมาตั้งแต่เดือนมกราคม 2018 จากการราคามีการขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่ที่สูงกว่าเดิม ในขณะที่ก็ยังทำจุดต่ำสุดใหม่ที่ต่ำกว่าเดิมได้เช่นกัน ปัจจุบันจึงดูเหมือนจะเป็นการทำรูปแบบจุดสูงสุดและเป็นสัญญาณว่ากำลังจะเกิดความโกลาหลขึ้นเพราะหากนักลงทุนยังเชื่อว่าราคาจะเป็นแนวโน้มขาขึ้นก็จะมีการซื้อขายเพื่อดันราคาขึ้นทั้งจุดสูงสุดและจุดต่ำสุด ในทางกลับกัน หากนักลงทุนคาดกว่าจะเป็นขาลง ก็จะเกิดการเทขายออกมาทั้งจุดสูงสุดและจุดต่ำสุดเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม รูปแบบจะสมบูรณ์ได้ก็ต่อเมื่อมีการทะลุของราคาลงต่ำกว่ากรอบล่าง ซึ่งน่าจะเป็นไปได้ค่อนข้างยากเพราะกรอบล่างยังคงลดต่ำลงไปเรื่อยๆ กล่าวคือ ราคาจะต้องดิ่งลงอย่างรุนแรงจนไปทะลุกรอบล่างเพื่อให้เกิดรูปแบบขาลงเกิดได้อย่างสมบูรณ์
ในขณะเดียวกัน เส้นแนวโน้มเฉลี่ยระยะสั้นและระยะกลางยังคงพุ่งขึ้น หากสัปดาห์นี้ยังคงมีการเทขายอย่างต่อเนื่องเหมือนสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาจะไปทดสอบที่ระดับแนวโน้มขาขึ้นระยะกลางที่ลากมาตั้งแต่เดือนมกราคม 2019 โดยมีจุดทดสอบถัดไปอยู่ที่ระดับต่ำกว่า 2,720 ซึ่งก็คือจุดที่เกิดการฟื้นตัวก่อนหน้านี้ทั้งสองครั้งนั่นเอง
ไม่น่าแปลกใจหากจะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น เพราะจีนเองก็น่าจะต้องการตอบโต้ ในขณะที่ทรัมป์ก็ไม่ใช่คนที่ยอมใครง่ายๆ เหมือนกัน
กลยุทธ์การซื้อขาย
นักลงทุนที่ไม่ชอบความเสี่ยง ควรหลีกเลี่ยงการซื้อขายในช่วงนี้และรอจนกว่าราคาจะทะลุกรอบแบบอ้าออกไปได้เสียก่อน โดยอาจเปิดสถานะ long เมื่อราคาทะลุกรอบบนและขึ้นไปสูงกว่าจุดสูงสุดเดิม หรือรอให้ราคาทะลุกรอบล่างไปก่อน แล้วจึงเปิดสถานะ short
นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ปานกลาง ควรรอให้ราคาขึ้นไปทำจุดสูงสุดได้สูงกว่าจุดเดิมและทะลุแนวกรอบราคาขึ้นไปก่อนจึงค่อยเปิดสถานะ long หรือรอให้เกิดการกลับตัวในระยะกลางด้วยการสังเกตว่ามี peak กับ trough แบบขาลงก่อน
นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง อาจทำการซื้อขายสวนทางกับแนวโน้ม โดยซื้อในช่วงที่ราคาปรับตัวลงเหนือเส้นแนวโน้มขาขึ้น แล้วรอให้ราคาทะลุได้ก่อนจึงเปิดสถานะ short
ตัวอย่างการซื้อขาย
-
ราคาเข้า: 2,880
-
Stop-Loss: 2,870
-
ความเสี่ยง: 10 points
-
เป้าหมาย: 2,910
-
ผลตอบแทน: 30 points
-
อัตราความเสี่ยงต่อผลตอบแทน: 1:3
