ทองคำสามารถพุ่งสู่จุดสูงสุดใหม่เหนือ 5,600 ดอลลาร์ในปี 2026 ได้หรือไม่
การที่เรือบรรทุกน้ำมันสัญชาติสวีเดนที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซโดยมีธงประเทศอังกฤษติดอยู่ได้ ถูกเข้ายึด โดยกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่านในช่วงต้นสัปดาห์นี้นั้น มีผลให้ราคา น้ำมัน ปรับตัวขึ้นเพียง 1.1% หากพิจารณามาตั้งแต่ช่วงฤดูใบไม้ผลิจนถึงฤดูร้อน เหตุการณ์นี้ไม่ใช่ครั้งแรก ที่ตลาดน้ำมันเพิกเฉยกับภัยคุกคามทางด้านการกระจายและขนส่งน้ำมันในบริเวณอ่าวเปอร์เซีย ราคาน้ำมันที่ยังคงไม่สะทกสะท้านต่อความตึงเครียดด้านภูมิศาสตร์การเมืองของการซื้อขายน้ำมันในดินแดนตะวันออกกลางแม้แต่น้อยนั้นทำให้นักลงทุนเกิดความสงสัยว่าเหตุการณ์ความไม่สงบดังกล่าวจะส่งผลกับตลาดหรือไม่และจะเกิดขึ้นเมื่อใด

เหตุใดราคาน้ำมันจึงไม่ตอบสนองกับกระทำอันป่าเถื่อนของกองกำลังทหารของอิหร่านที่ลิดรอนสิทธิ์และความปลอดภัยของเรือบรรทุกน้ำมันที่ควรแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างเสรี? ปัจจัยที่เกี่ยวข้องมีดังต่อไปนี้
1. ความต้องการน้ำมันในอนาคตยังน้อยลง
สัญญาณที่ชี้ว่า ความต้องการน้ำมัน ในอนาคตจะลดน้อยลง ยังเป็นปัจจัยหลักสำคัญที่ทำให้ราคาน้ำมันไม่สามารถปรับตัวสูงขึ้นได้ ตัวชี้วัดทางเศรษฐศาสตร์มหภาคและการขาดมุมมองเชิงบวกว่าสหรัฐฯ กับจีนจะสามารถบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับ สงครามการค้า ได้นั้นเป็นปัจจัยสำคัญที่เป็นตัวผลักดันตลาดในขณะนี้มากกว่าปัญหาเรื่องอุปทานน้ำมันในตะวันออกกลางด้วยซ้ำไป
2. การขนส่งน้ำมันดิบยังไม่ได้ผลกระทบ
ปัจจุบันอิหร่านยังไม่ได้กระทำการใดๆ ที่จะเป็นการข่มขู่และเป็นอุปสรรคต่อการส่งออก น้ำมันดิบ เรือบรรทุกน้ำมันที่ถูกโจมตี ในเดือนมิถุนายนก็ไม่ได้บรรทุกน้ำมันดิบมาในขณะนั้นแต่อย่างใด รวมทั้งเรือบรรทุกน้ำมันที่ถูกยึดในช่วงต้นสัปดาห์นี้ก็ไม่ได้บรรทุกน้ำมันเช่นกัน เมื่อมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น บ่อยครั้งที่การรายงานข่าวออกมาในครั้งแรกมักจะทำให้ดูเหมือนว่าน้ำมันดิบจะต้องได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน แต่ต้องขอขอบคุณ ผู้เชี่ยวชาญ อย่าง TankerTrackers.com ที่สามารถหาข้อเท็จจริงในพื้นที่มาได้อย่างรวดเร็วจนทำให้นักลงทุนและตลาดน้ำมันทราบว่าการขนส่งน้ำมันดิบนั้นไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด ถึงแม้อิหร่านจะมีเจตนาร้ายเพียงใดก็ตาม ความสามารถในการติดตามสถานการณ์การขนส่งน้ำมันในปัจจุบันจากหลายองค์กรก็ช่วยทำให้นักลงทุนเข้าใจในสถานการณ์ที่แท้จริงโดยไม่เกิดความตื่นตระหนกจนเกินเหตุได้
3. ตลาดได้รับรู้ถึงความเสี่ยงด้านภูมิศาสตร์การเมืองไปแล้ว
ตลาดน้ำมันได้รับรู้ความเสี่ยงในด้านภูมิศาสตร์การเมืองไปก่อนหน้านี้เรียบร้อยแล้ว เราจะเห็นได้ชัดเจนจากการที่ราคาน้ำมันปรับลดลงในสัปดาห์ก่อนเนื่องจากมีรายงานว่ารัฐบาลของทรัมป์และอิหร่านอาจดำเนิน กระบวนการทางการทูต ร่วมกัน หลังจากนั้นไม่นานเมื่อพบว่าข่าวดังกล่าวไม่มีมูลความจริง ราคาน้ำมันก็ปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้ง สิ่งที่เกิดขึ้นดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าตลาดได้รับรู้ถึงความเสี่ยงด้านภูมิศาสตร์การเมืองที่เกี่ยวกับความเสี่ยงในตะวันออกกลางในทำนองนี้ไปแล้ว ดังนั้นตลาดจะเกิดการปรับตัวอีกครั้งก็ต่อเมื่อเหตุการณ์ความตึงเครียดเริ่มลดลงแล้วเท่านั้น
4. ปริมาณการผลิตน้ำมันในสหรัฐฯ เพิ่มมากขึ้น
ปริมาณการผลิตน้ำมันในสหรัฐฯ ถือเป็นแรงผลักดันที่มีความสำคัญในตลาดอย่างมาก ปัจจุบันสหรัฐฯ ผลิตน้ำมัน ได้ราว 12 ล้านบาร์เรลต่อวันและส่งออกไปยังลูกค้าที่ต้องการซื้อน้ำมันเพื่อชดเชยปริมาณที่ขาดไปจากประเทศตะวันออกกลางบางแห่ง จาก ข้อมูลขององค์กรข้อมูลด้านพลังงานของสหรัฐฯ (EIA) ที่เกี่ยวข้องกับปริมาณการผลิตน้ำมันของสหรัฐฯ ปริมาณน้ำมันสำรอง การส่งออก และการใช้ เป็นข้อมูลสำคัญที่ส่งผลกระทบกับราคาน้ำมันในตลาดมากกว่าเหตุการณ์ความตึงเครียดใดๆ ที่เกิดขึ้นในบริเวณอ่าวเปอร์เซียด้วยซ้ำไป การผลิตและส่งออกน้ำมันจากสหรัฐฯ จึงเป็นการช่วยควบคุมราคาน้ำมันไม่ให้ได้รับผลกระทบที่มากเกินไปจากการคว่ำบาตรอิหร่าน รวมทั้งภัยคุกคามที่อิหร่านกระทำต่อเรือขนส่งน้ำมันในบริเวณอ่าวเปอร์เซีย
หากอิหร่านยังมีพฤติกรรมก้าวร้าวเช่นนี้หรือมากขึ้นไปกว่านี้อีกในอนาคต ปัจจัยทั้งสี่อย่างที่กล่าวมาจะช่วยดึงราคาน้ำมันให้ต่ำลงได้อีกนานแค่ไหนก็ยังไม่มีใครทราบ
การที่ราคาจะปรับตัวสูงขึ้นอย่างยั่งยืนได้ในขณะนี้อาจต้องอาศัยการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ต่างๆ ที่กล่าวมาข้างต้นมากกว่าหนึ่งอย่างพร้อมๆ กัน เช่น การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับจีนส่อแววไปในทิศทางที่ดี รวมทั้งมีการลดภาษีให้กับอิหร่านเนื่องจากสหรัฐฯ เกิดอุปสรรคทางด้านการผลิต (เช่น การที่ท่อส่งน้ำมันหรือท่าเรือต้องปิดดำเนินการชั่วคราว เป็นต้น) กรณีเช่นนี้จึงอาจทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นได้อย่างยั่งยืน
มีความเป็นไปได้ที่อิหร่านอาจเพิ่มการโจมตีให้รุนแรงขึ้นกว่าเดิม จนทำให้ตลาดต้องเปลี่ยนแนวคิดว่าราคาน้ำมันควรจะต้องสูงขึ้น หากอิหร่านสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงหรือทำให้เรือบรรทุกน้ำมันดิบถึงกับต้องจมจนมีน้ำมันรั่วไหลลงสู่อ่าว ราคาน้ำมันอาจดีดตัวขึ้นสูงอย่างต่อเนื่องไปจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายก็เป็นได้ การโจมตีที่รุนแรงที่สร้างความเสียหายรุนแรงขนาดนี้ยังไม่ใช่สิ่งที่ตลาดรับรู้ในขณะนี้ เนื่องจากนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังเชื่อว่าอิหร่านไม่น่าคิดสั้นถึงขนาดที่จะต้องทำลายสภาพแวดล้อมของอ่าวเปอร์เซียและยังจะส่งผลกระทบกับตนเองด้วย
นักลงทุนที่เชื่อว่าอิหร่านจะสนใจแต่เพียงการเอาตัวรอดของตนเองเท่านั้นควรพิจารณาถึงความน่าจะเป็นที่ราคาน้ำมันจะได้รับผลกระทบจากความตึงเครียดบริเวณอ่าวเปอร์เซียในด้านอื่นๆ เอาไว้หลายๆ ทางด้วย ส่วนผู้ที่เชื่อว่าอิหร่านยังคงยากต่อการคาดเดาและเอาแน่เอานอนไม่ได้ก็อาจเชื่อว่าสถานการณ์จะต้องเปลี่ยนแปลงไปจากปัจจุบันเมื่อสงครามอ่าวทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นกว่านี้
