ราคาทองคำลดลงต่อเนื่องจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แต่ยังคงมีผลงานยอดเยี่ยมในเดือนมกราคม
บางครั้งเวลาหนึ่งสัปดาห์ในตลาดก็ดูช่างยาวนานเสียเหลือเกิน และคงไม่มีใครรู้สึกถึงสถานการณ์เช่นนี้ได้ดีไปกว่านักลงทุนที่รอให้ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้น
นักลงทุนทองคำที่ยังคาดหวังว่าทองคำจะปรับตัวสูงขึ้นต่างคาดหวังที่จะเห็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ลงเป็นครั้งแรกในรอบทศวรรษนับตั้งแต่เกิดวิกฤติทางการเงินครั้งใหญ่เป็นต้นมา แต่ก็ต้องอดทนรอต่อไปอีกหนึ่งสัปดาห์ก่อนที่จะได้ทราบว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ จะทำให้ฝันของพวกเขาเป็นจริงได้หรือไม่ สิ่งที่ทำให้การรอคอยในครั้งนี้ค่อนข้างทรมานใจก็คือ การที่ธนาคารกลางจะหยุดการประกาศข้อมูลทุกชนิดที่มีผลกระทบต่ออัตราดอกเบี้ยตั้งแต่นี้เป็นต้นไปจนกว่าจะมีการ ตัดสินใจนโยบายทางการเงิน ในวันที่ 31 กรกฎาคม
ในเวลาเพียงไม่ถึงสัปดาห์ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ จะประกาศการเปลี่ยนแปลงนโยบายรายเดือน คณะกรรมการของเฟดต่างหลีกเลี่ยงการออกมาแสดงความคิดเห็นหรือให้สัมภาษณ์ทุกประเภทที่อาจทำให้ตลาดเกิดการตีความไปต่างๆ นาๆ ดังนั้นนักลงทุนจะไม่ได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับปัจจัยกระตุ้นหรือการคาดการณ์ใดๆ เลยในช่วงนี้ ไม่เพียงแต่เฟดเท่านั้นที่ต้องปิดปากเงียบ แต่ธนาคารกลางยุโรปก็เช่นกัน ที่จะต้องมีการ ปรับเปลี่ยนนโยบาย และมีความเป็นไปได้ที่จะประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในวันที่ 25 กรกฎาคมนี้เช่นกัน
ช่วงเวลาแห่ง "ความเงียบงัน" ของธนาคากลางสหรัฐฯ และธนาคารกลางยุโรปทำให้นักลงทุนที่หวังให้ราคาทองปรับตัวสูงขึ้นจำเป็นต้องรอต่อไป
นับเป็นเวลาหลายสัปดาห์แล้วที่ธนาคารกลางที่มีความสำคัญอันดับต้นๆ ของโลกทั้งสองแห่งมีการปล่อยข่าวและสัญญาณต่างๆ เกี่ยวกับการปรับอัตราดอกเบี้ยออกมาให้ทราบ แต่จู่ๆ ธนาคารทั้งสองแห่งก็กลับปิดปากเงียบไปเสียดื้อๆ ข้อมูลข่าวสารที่ “หยุดชะงัก” ไปเช่นนี้ทำให้นักลงทุนในทองคำที่เคยวิ่งเข้าซื้อทองคำอย่างหัวปักหัวปำในช่วงเดือนก่อนด้วยความหวังว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงเร็วๆ นี้ต้องรอลุ้นและพึ่งพาตนเองในการซื้อขายช่วงนี้จนกว่าจะมีการแถลงอัตราดอกเบี้ยออกมา
ข่าวดีสำหรับนักลงทุนทองคำก็คือพวกเขาอาจไม่ต้องรอฟังผลจากเฟดอย่างทรมานไปตลอดทั้งสัปดาห์ก็ได้ เพราะหาก ECB ตัดสินใจที่จะปรับลดดอกเบี้ยลงในวันพฤหัสบดีนี้ การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ลงนั้นก็มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นสูงมาก เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดมีความเชื่อมั่นมากกว่า 50% ว่า ECB จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 10 จุดเบสิส อีกทั้งธนาคารกลางที่มีขนาดเล็กกว่าอีกสองแห่งอย่างธนาคารกลางเกาหลีใต้และธนาคารกลางแอฟริกาใต้ก็ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงไปแล้วเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเช่นกัน
นักลงทุนในตลาดซื้อขายดอกเบี้ยนโยบายคาดการณ์ว่า เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 25 จุดเบสิส ในวันที่ 31 กรกฎาคม โดยอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะอยู่ในช่วง 2% ถึง 2.25% และเชื่อว่าจะมีการปรับลดอีก 25 จุดเบสิสในการประชุมของเฟดที่จะเกิดขึ้นในเดือนกันยายน
สัญญาณทางเทคนิคยังคงชี้ให้ “ซื้อ” ทองคำ ส่วนทิศทางในระยะสั้นยังคงผันผวนอยู่ระหว่าง $1,500 ถึง $1,385

นักลงทุนที่หวังจะเห็นราคาทองปรับตัวสูงขึ้นเชื่อว่า หากเฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงตามที่คาดไว้ ทองคำจะปรับตัวสูงขึ้นไปเหนือระดับ $1,500 ต่อออนซ์ซึ่งเป็นราคาสูงสุดในรอบ 6 ปีได้ ในช่วงเวลาอย่างน้อยสองสัปดาห์ที่ผ่านมา นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ได้ออกมาแถลงอย่างชัดเจนว่าต้องการที่จะใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนปรนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและป้องกันไม่ให้เกิดอุปสรรคใดๆ ต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องมาเกือบทศวรรษในขณะนี้
จากการวิเคราะห์ทางเทคนิคเป็นรายวันของ Investing.com ขอแนะนำให้ “ซื้อ” ทองคำ โดยมองแนวต้านสูงสุดในระยะสั้นไว้ที่ระดับ $1,436.05 จากการซื้อขายในตลาดเอเชียช่วงบ่ายวันอังคารที่ผ่านมา ราคาซื้อขายทองคำ ซึ่งเป็นไปตามราคาทองคำแท่ง รวมทั้ง สัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้าของสหรัฐฯ สำหรับเดือนสิงหาคมมีการซื้อขายกันที่เกือบ $1,418
คณะกรรมการบางคนของเฟดก็ไม่ได้เห็นด้วยที่จะให้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง ในช่วงก่อนหน้าที่ธนาคารกลางจะปิดปากเงียบ นายเอริค โรเซ็นเกรน ผู้ว่าการธนาคารกลางบอสตันกล่าวหลังปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ว่า เขา ไม่เห็นเหตุผลที่จะต้องปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 25 จุดเบสิสตามที่หลายคนคาดหวัง ในการประชุมที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้เลย
นายโรเซ็นเกรนยืนยันว่าเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ในปัจจุบันยังคงแข็งแกร่งกว่ายูโรโซนและญี่ปุ่นอยู่มาก แต่กระนั้นก็มีการคาดการณ์กันว่าธนาคารกลางของทั้งสองประเทศดังกล่าวจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงเช่นกัน
เขาให้สัมภาษณ์กับ CNBC ว่า “ผมไม่อยากให้ใช้นโยบายผ่อนปรนทางการเงินในช่วงที่เศรษฐกิจของสหรัฐฯ ยังคงไปได้ดีอยู่”
นายสตีเฟน อินส์ หุ้นส่วนบริหารของตลาดแวนการ์ดในสิงคโปร์ออกมาเตือนเกี่ยวกับปฏิกิริยาในตลาดทองคำว่า “หลังการประกาศลดอัตราดอกเบี้ยของเฟดในเดือนกรกฎาคม ราคาทองคำจะมีภาวะไม่สมดุล”
นายอินส์กล่าวว่า
“คำเตือนนี้ยังคงได้รับการยืนยันอยู่ในสัปดาห์นี้เนื่องจากระยะที่คาดหวังยังอยู่เหนือระดับ $1,400 อีกทั้งยังมีกระแสการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 25 จุดเบสิสในเดือนกรกฎาคม ดังนั้นจึงอาจต้องรอฟัง การแถลงข่าว จากนายพาวเวลล์ ประธานเฟดหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินอีกครั้ง”
“หากมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 50 จุดเบสิสจริงๆ ราคาทองคำอาจพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วไปอยู่ที่ $1,485 ได้ แต่หากการแถลงของนายพาวเวลล์ไม่ได้มีท่าทีจะใช้มาตรการการเงินแบบผ่อนปรนแล้วล่ะก็ ราคาทองคำก็น่าจะดิ่งลงไปต่ำกว่า $1,400 และอาจจะลงไปทดสอบที่ระดับ $1,385 หากเฟดมีท่าทีแข็งกร้าวกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้”
นักวิเคราะห์ในตลาดทองคำทางฝั่งของสหราชอาณาจักรและนักวิเคราะห์จาก Investing.com นายคลีฟ มอนด์ก็เชื่อเช่นเดียวกันว่าราคาทองคำอาจจะยังมีความผันผวนต่อไปในอนาคตได้เล็กน้อย แต่ก็ไม่อยากให้นักลงทุนเชื่อว่าทองคำจะปรับตัวสูงขึ้นได้มากนัก เนื่องจากการพิจารณาแนวโน้มทางเทคนิคเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ แต่ยังต้องดูข้อมูลปัจจัยพื้นฐานอื่นๆ อย่างเช่นเหตุการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านประกอบด้วย
นายมอนด์กล่าวเสริมอีกว่า
“หากดูในภาพรวมแล้ว ทองคำยังมีแนวโน้มเป็นขาขึ้น แต่เมื่อพิจารณาสถานการณ์ในอิหร่านซึ่งดูเหมือนจะแย่ลงนั้น อาจทำให้เกิดช่วงของการสะสมตัวเพื่อปรับฐานก่อนที่จะสามารถปรับเพิ่มขึ้นได้ หากทองคำและตลาดในกลุ่มนี้มีการตอบสนองจริงก็ไม่น่าจะมาก และปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นดังกล่าวก็อาจใช้เพื่อเปิดสถานะเพิ่มเติมในตลาดกลุ่มนี้ก็เป็นได้”
