สัญญาซื้อขายล่วงหน้าหุ้นสหรัฐฯ ร่วงท่ามกลางความวุ่นวายเรื่องภาษีของทรัมป์ รอผลประกอบการ Nvidia
ราคาน้ำมันดิบยังปรับตัวเพิ่มขึ้นหลังจากที่ปิดตลาดเหนือ $60 เมื่อวันพุธที่ผ่านมาได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเป็นต้นมา เนื่องจากนักลงทุนเริ่มกังวลว่าจะเกิดปัญหาการขาดแคลนด้านการผลิตในช่วงที่พายุจะเข้าสู่อ่าวเม็กซิโก ในขณะเดียวกันสถานการณ์ทางด้านภูมิศาสตร์การเมืองและสภาพตลาดยังหนุนให้น้ำมันทะยานขึ้นสู่ระดับ $70 ได้
ราคา น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ปรับตัวขึ้นไปแตะจุดสูงสุดในรอบเจ็ดสัปดาห์จากปัจจัยด้านบวกหลายอย่างที่เข้ามาช่วยหนุนให้ราคาเพิ่มสูงขึ้น ปริมาณการผลิตน้ำมันของสหรัฐฯ ที่ลดลงรวมทั้งพายุในบริเวณอ่าวเม็กซิโกอาจทำให้มีปริมาณน้ำมัน น้อยลงกว่าเดิม นอกจากนี้ ความตึงเครียดทางด้านการทหารที่ยังคงปะทุรุนแรงจากการที่อิหร่านยิงโดรนของสหรัฐฯ ตก รวมทั้งข้อพิพาทระหว่างอิหร่านกับสหราชอาณาจักรที่เริ่มจะบานปลาย และการที่อิหร่านวางแผนที่จะเสนอสัญญาซื้อขายน้ำมันล่วงหน้าโดยไม่แยแสมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ
นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ได้ส่งสัญญาณออกมาเมื่อวานนี้ว่าน่าจะมีการ ปรับลดอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากยังมีความกังวลว่าเศรษฐกิจจะชะลอตัว การกระตุ้นทางนโยบายของเฟดน่าจะช่วยลดต้นทุนการกู้ยืมและช่วยให้เกิดความต้องการน้ำมันมากขึ้น
เมื่อพิจารณากำลังระหว่างอุปสงค์กับอุปทานจะทำให้เห็นข้อมูลเพิ่มเติมของทิศทางการเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันมากขึ้น

น้ำมันปรับตัวขึ้นทำลายสถิติราคาสูงสุดของวันที่ 1 กรกฎาคม ทำให้มีเส้นแนวโน้มระยะสั้นเส้นใหม่เกิดขึ้นโดยทำรูปแบบ peak และ trough ขาขึ้นสองรอบ ซึ่งก่อนหน้านั้นราคาได้ดีดตัวขึ้นเหนือเส้นแนวโน้มขาลงที่ลากมาจากราคาสูงสุดของวันที่ 23 เมษายน
ราคาที่กระโดดขึ้นมาเมื่อวานนี้นั้นได้พุ่งผ่านเส้น 200 DMA, 50 DMA รวมทั้งเส้น 100 DMA ได้ทั้งหมดในคราวเดียว การปรับตัวขึ้นครั้งนี้ดึงเส้น 50 DMA ขึ้นมาได้หลังจากที่เข้าไปใกล้จุดสูงสุดของเส้น 200 DMA ซึ่งเป็นสัญญาณขาขึ้นที่บอกถึงความแข็งแกร่งของระดับราคาปัจจุบัน
ตัวชี้วัดที่น่าสนใจมาจากเส้น ADX ซึ่งเป็น Positive divergence กับแนวโน้มราคาระยะกลางที่ยังลดลง เส้น ADX ชี้ว่าการเพิ่มขึ้นของราคามีความแข็งแกร่งมากกว่าการปรับลดลง
กลยุทธ์การซื้อขาย – สถานะ Long
นักลงทุนที่ไม่ชอบความเสี่ยง ควรรอให้เส้นเฉลี่ยราคาระยะกลางสอดคล้องกับแนวโน้มขาขึ้นทั้งในระยะยาวและระยะสั้นเสียก่อน โดยรอให้ราคาขึ้นไปอยู่เหนือจุดสูงสุดที่เคยทำได้ในช่วงเดือนเมษายน
นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ปานกลาง อาจรอให้ราคาย้อนไปหาเส้นแนวโน้มขาขึ้นระยะสั้นที่ลากมาจากราคาต่ำสุดในเดือนมิถุนายนอีกครั้ง เพื่อเข้าซื้อในระดับที่ใกล้แนวรับมากขึ้น หรืออาจรอให้เกิดการทดสอบแนวโน้มด้วยการสะสมตัวสร้างฐานเหนือเส้นแนวโน้มขาขึ้นก่อนก็ได้
ตัวอย่างการซื้อขาย
-
ราคาเข้า: $59
-
Stop-Loss: $57 ต่ำกว่าเส้น 200 DMA
-
ความเสี่ยง: $2
-
เป้าหมาย: $65
-
ผลตอบแทน: $6
-
อัตราความเสี่ยงต่อผลตอบแทน: 1:3
นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง อาจเปิดสถานะ long ได้ทันที โดยพิจารณาจากแผนการซื้อขายที่เหมาะสมกับทุนของตนเอง
ตัวอย่างการซื้อขาย
-
ราคาเข้า: $60.00
-
Stop-Loss: $59
-
ความเสี่ยง: $1
-
เป้าหมาย: $63
-
ผลตอบแทน: $3
-
อัตราความเสี่ยงต่อผลตอบแทน: 1:3
