กราฟประจำวัน: ข้อพิพาทระหว่างสหราชอาณาจักร-อิหร่านไม่สามารถฉุดราคาน้ำมันขึ้นได้

เผยแพร่ 09/07/2019 21:01

ราคาน้ำมันที่ยังไม่สามารถฟื้นตัวขึ้นได้แสดงให้เห็นถึงความกังวลของนักลงทุนในตลาดน้ำมันที่มีต่อสภาวะความตึงเครียดในอิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ในขณะนี้ ซึ่งจะส่งผลกระทบให้มีการเก็บปริมาณน้ำมันสำรองสูงขึ้นและทำให้สภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกเกิดการชะลอตัว

การบุกยึดเรือบรรทุกน้ำมันต้องสงสัยของอิหร่านที่คาดว่าจะส่งน้ำมันให้กับซีเรียซึ่งเป็นการละเมิดมาตรการคว่ำบาตรของอียูก็เป็นอีกเหตุการณ์หนึ่งที่สร้างความกังวลในตลาดมากขึ้นอีก ทางด้านอิหร่านก็ออกแถลงการณ์ว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็น “การสกัดกั้นที่ถือเป็นการคุกคาม” การปะทะกันดังกล่าวทำให้เกิดความเสี่ยงที่จะมีการยกระดับการใช้มาตรการทางทหารในพื้นที่ ซึ่งหากมีสัญญาณว่าจะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นจริงก็จะทำให้ราคาน้ำมันถีบตัวขึ้นสูงอย่างรวดเร็ว แต่จนถึงปัจจุบันนักลงทุนก็ยังคงดูจะไม่ประทับใจเท่าใดนัก

อิหร่านเป็นประเทศผู้ส่งออก น้ำมันดิบ ที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 12 ในปี 2014 จากรายงานของ World Factbook ชี้ว่าอิหร่านมีการส่งออกน้ำมัน 1,342,000 บาร์เรลต่อวัน จนในปี 2018 ข้อมูลของ องค์กรข้อมูลด้านพลังงานของสหรัฐฯ รายงานว่าอิหร่านสามารถส่งออกน้ำมันได้มากขึ้นถึงสามเท่าเป็นปริมาณ 4,470,000 บาร์เรลต่อวัน จนทำให้อิหร่านกลายเป็นประเทศผู้ผลิตน้ำมันที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 6 ของโลก คิดเป็น 4% ของตลาดทั้งหมดและทำให้อิหร่านมีรายได้จากน้ำมันจำนวนมาก

ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ดูจะไม่พอใจ กับข้อมูลดังกล่าวและตั้งใจที่จะหยุดยั้งไม่ให้อิหร่านส่งออกน้ำมันซึ่งเป็นรายได้หลักของประเทศได้ หากสามารถหยุดการส่งน้ำมันจากประเทศอิหร่านจำนวน 4% ไม่ให้เข้าสู่ตลาดได้ก็จะทำให้ราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้นได้ แต่เหตุการณ์ดังกล่าวยังไม่เกิดขึ้นจริง

ปริมาณน้ำมันสำรองที่เพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับความกังวลเกี่ยวกับสภาวะเศรษฐกิจต่างส่งผลกระทบกับความต้องการน้ำมันเป็นอย่างมาก นักลงทุนในตลาดน้ำมันยังคงรอการแถลงจาก นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ว่าทิศทางของอัตราดอกเบี้ยจะเป็นเช่นไรต่อไป หลังจากที่ตัวเลข ปริมาณการจ้างงาน ที่ประกาศออกมาเมื่อวันศุกร์ออกมาดีจนน่าตกใจ ซึ่งอาจเป็นเหตุผลที่เฟดจะนำมาเป็นข้ออ้างที่จะยังไม่นำนโยบายผ่อนปรนทางการเงินมาใช้ตามที่ตลาดต้องการได้

WTI Daily Chart

ราคาน้ำมันดิบยังคงได้รับผลกระทบจากการปรับลดลง 4.8% เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เนื่องจากการชะลอตัวทางเศรษฐกิจทั่วโลกยังส่งผลรุนแรงมากกว่ามาตรการปรับลดการผลิตของโอเปก รวมถึงการเผชิญหน้ากันระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน จึงทำให้ราคาน้ำมันลดลงไปอยู่ในระดับประมาณครึ่งหนึ่งของการปรับลดลงในสัปดาห์ก่อน

ปัจจุบันราคากำลังไปทดสอบที่เส้น 200 DMA อีกครั้งหลังจากที่เมื่อวันจันทร์ยังไม่สามารถขึ้นไปยืนเหนือเส้นนี้ได้ เส้น 50 DMA กำลังวิ่งไปหาเส้น 200 DMA และอาจเป็นไปได้ว่าจะตัดผ่านลงไปและจะทำให้เกิด Death Cross ที่ด้านล่างของเส้นแนวโน้มขาลงระยะกลางที่ลากมาจากวันที่ 23 เมษายน

การที่ราคาตกลงไปต่ำกว่าราคาต่ำสุดเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาน่าจะเกิดจากความต้องการให้มี trough เป็นครั้งที่สองเพื่อให้เกิดแนวโน้มขาลงระยะสั้น เส้น RSI ยังคงชี้ว่าใกล้จะทะลุราคาต่ำสุดในครั้งก่อนหน้านี้เพื่อทำรูปแบบ trough เป็นหนที่สอง

แน่นอนว่าหากมีกระแสข่าวที่จะส่งผลดีต่อความต้องการน้ำมัน อย่างเช่น ท่าทีประนีประนอมของนายพาวเวลล์ที่เคยมีตั้งแต่เดือนมกราคมเป็นต้นมา หรือความคืบหน้าจากการเจรจาทางการค้าของสหรัฐฯ กับจีนก็อาจเป็นสิ่งที่นักลงทุนกำลังต้องการเพื่อให้ราคาสามารถดีดตัวขึ้นไปเหนือ $60 เพื่อกลับตัวให้ได้ อย่างไรก็ตาม ในระหว่างที่รอให้มีปัจจัยต่างๆ มากระตุ้นนี้ ราคายังน่าจะปรับลดลงไปได้อีกเนื่องจากความต้องการที่ลดลงยังคงส่งผลมากกกว่ามาตรการคว่ำบาตรกับอิหร่าน รวมถึงความตึงเครียดที่ยังทวีความรุนแรงอยู่ในขณะนี้

กลยุทธ์การซื้อขาย

นักลงทุนที่ไม่ชอบความเสี่ยง ไม่ควรเปิดสถานะ short แม้ว่าจะเป็นช่วงที่เส้นระยะสั้นมาบรรจบกับเส้นระยะกลางก็ตาม เนื่องจากเส้นระยะยาวตั้งแต่ปี 2016 เป็นต้นมายังคงเป็นขาขึ้นอยู่ แนะนำให้เปิดสถานะ long หลังจากที่เส้นระยะสั้นและระยะกลางมาบรรจบกับเส้นระยะยาวขาขึ้น เมื่อราคาดีดขึ้นสูงกว่าราคาสูงสุดในเดือนเมษายนที่ระดับ $66.60

นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ปานกลาง อาจเปิดสถานะ short เมื่อราคาปิดต่ำกว่า $56 ซึ่งเป็นราคาที่ต่ำที่สุดของสัปดาห์ที่ผ่านมา หรืออาจเปิดสถานะ long เมื่อราคาขึ้นไปเหนือ $60 ถ้าเส้นแนวโน้มระยะกลางขึ้นไปทำ peak ครั้งที่สองให้เกิดรูปแบบ peak trough ขาขึ้นได้สมบูรณ์

นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง อาจพิจารณาเปิดสถานะ short ได้ทันที โดยอาศัยช่วงได้เปรียบของระยะราคากับแนวต้าน ซึ่งจะให้อัตราความเสี่ยงต่อผลตอบแทนที่ดีกว่า ในช่วงตลาดยังคงมีแต่ข่าวทางด้านลบ ไม่ว่าสถานการณ์ด้านภูมิศาสตร์ทางการเมืองอาจจะทำให้ราคาปรับขึ้นได้ก็ตาม ให้ดูจากเส้นแนวโน้มขาลงระยะกลางเป็นหลัก ประกอบกับเส้น 200 DMA และระวังการตัดกันของเส้น 50 DMA กับเส้น 200 DMA

ตัวอย่างการซื้อขายสถานะ Short

  • ราคาเข้า: $58.30

  • Stop-Loss: $ 60.30, above July’s high

  • ความเสี่ยง: $2

  • เป้าหมาย: $52.30

  • ผลตอบแทน: $6

  • อัตราความเสี่ยงต่อผลตอบแทน: 1:3

ความคิดเห็นล่าสุด

การเปิดเผยความเสี่ยง: การซื้อขายตราสารทางการเงินและ/หรือเงินดิจิตอลจะมีความเสี่ยงสูงที่รวมถึงความเสี่ยงต่อการสูญเสียจำนวนเงินลงทุนของคุณบางส่วนหรือทั้งหมดและอาจไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทั้งหมด ราคาของเงินดิจิตอลแปรปรวนอย่างมากและอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เช่น เหตุการณ์ทางการเงิน กฎหมายกำกับดูแล หรือ เหตุการณ์ทางการเมือง การซื้อขายด้วยมาร์จินทำให้ความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มขึ้น
ก่อนการตัดสินใจซื้อขายตราสารทางการเงินหรือเงินดิจิตอล คุณควรตระหนักดีถึงความเสี่ยงและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายในตลาดการเงิน ควรพิจารณาศึกษาอย่างรอบคอบในด้านวัตถุประสงค์การลงทุน ระดับประสบการณ์ และ การยอมรับความเสี่ยงและแสวงหาคำแนะนำทางวิชาชีพหากจำเป็น
Fusion Media อยากเตือนความจำคุณว่าข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่แบบเรียลไทม์หรือเที่ยงตรงแม่นยำเสมอไป ข้อมูลและราคาที่แสดงไว้บนเว็บไซต์ไม่ใช่ข้อมูลที่ได้รับจากตลาดหรือตลาดหลักทรัพย์เสมอไปแต่อาจได้รับจากผู้ดูแลสภาพคล่องและดังนั้นราคาจึงอาจไม่เที่ยงตรงแม่นยำและอาจแตกต่างจากราคาจริงในตลาดซึ่งหมายความว่าราคานี้เป็นเพียงราคาชี้นำและไม่เหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการซื้อขาย Fusion Media และผู้ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้จะไม่รับผิดชอบใด ๆ สำหรับความเสียหายหรือการสูญเสียที่เป็นผลมาจากการซื้อขายของคุณหรือการพึ่งพาของคุณในข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้
ห้ามใช้ จัดเก็บ ทำซ้ำ แสดงผล ดัดแปลง ส่งผ่าน หรือ แจกจ่ายข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้โดยไม่ได้รับการอนุญาตล่วงหน้าอย่างชัดแจ้งแบบเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Fusion Media และ/หรือจากผู้ให้ข้อมูล ผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและ/หรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้
Fusion Media อาจได้รับผลตอบแทนจากผู้โฆษณาที่ปรากฎบนเว็บไซต์โดยอิงจากปฏิสัมพันธ์ของคุณที่มีกับโฆษณาหรือผู้โฆษณา
เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษของเอกสารฉบับนี้เป็นเวอร์ชั่นหลักซึ่งจะเป็นเวอร์ชั่นที่เหนือกว่าเมื่อใดก็ตามที่มีข้อขัดแย้งไม่สอดคล้องตรงกันระหว่างเอกสารเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษกับเอกสารเวอร์ชั่นภาษาไทย