ทองคำสามารถพุ่งสู่จุดสูงสุดใหม่เหนือ 5,600 ดอลลาร์ในปี 2026 ได้หรือไม่
ราคาน้ำมันที่ยังไม่สามารถฟื้นตัวขึ้นได้แสดงให้เห็นถึงความกังวลของนักลงทุนในตลาดน้ำมันที่มีต่อสภาวะความตึงเครียดในอิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ในขณะนี้ ซึ่งจะส่งผลกระทบให้มีการเก็บปริมาณน้ำมันสำรองสูงขึ้นและทำให้สภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกเกิดการชะลอตัว
การบุกยึดเรือบรรทุกน้ำมันต้องสงสัยของอิหร่านที่คาดว่าจะส่งน้ำมันให้กับซีเรียซึ่งเป็นการละเมิดมาตรการคว่ำบาตรของอียูก็เป็นอีกเหตุการณ์หนึ่งที่สร้างความกังวลในตลาดมากขึ้นอีก ทางด้านอิหร่านก็ออกแถลงการณ์ว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็น “การสกัดกั้นที่ถือเป็นการคุกคาม” การปะทะกันดังกล่าวทำให้เกิดความเสี่ยงที่จะมีการยกระดับการใช้มาตรการทางทหารในพื้นที่ ซึ่งหากมีสัญญาณว่าจะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นจริงก็จะทำให้ราคาน้ำมันถีบตัวขึ้นสูงอย่างรวดเร็ว แต่จนถึงปัจจุบันนักลงทุนก็ยังคงดูจะไม่ประทับใจเท่าใดนัก
อิหร่านเป็นประเทศผู้ส่งออก น้ำมันดิบ ที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 12 ในปี 2014 จากรายงานของ World Factbook ชี้ว่าอิหร่านมีการส่งออกน้ำมัน 1,342,000 บาร์เรลต่อวัน จนในปี 2018 ข้อมูลของ องค์กรข้อมูลด้านพลังงานของสหรัฐฯ รายงานว่าอิหร่านสามารถส่งออกน้ำมันได้มากขึ้นถึงสามเท่าเป็นปริมาณ 4,470,000 บาร์เรลต่อวัน จนทำให้อิหร่านกลายเป็นประเทศผู้ผลิตน้ำมันที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 6 ของโลก คิดเป็น 4% ของตลาดทั้งหมดและทำให้อิหร่านมีรายได้จากน้ำมันจำนวนมาก
ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ดูจะไม่พอใจ กับข้อมูลดังกล่าวและตั้งใจที่จะหยุดยั้งไม่ให้อิหร่านส่งออกน้ำมันซึ่งเป็นรายได้หลักของประเทศได้ หากสามารถหยุดการส่งน้ำมันจากประเทศอิหร่านจำนวน 4% ไม่ให้เข้าสู่ตลาดได้ก็จะทำให้ราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้นได้ แต่เหตุการณ์ดังกล่าวยังไม่เกิดขึ้นจริง
ปริมาณน้ำมันสำรองที่เพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับความกังวลเกี่ยวกับสภาวะเศรษฐกิจต่างส่งผลกระทบกับความต้องการน้ำมันเป็นอย่างมาก นักลงทุนในตลาดน้ำมันยังคงรอการแถลงจาก นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ว่าทิศทางของอัตราดอกเบี้ยจะเป็นเช่นไรต่อไป หลังจากที่ตัวเลข ปริมาณการจ้างงาน ที่ประกาศออกมาเมื่อวันศุกร์ออกมาดีจนน่าตกใจ ซึ่งอาจเป็นเหตุผลที่เฟดจะนำมาเป็นข้ออ้างที่จะยังไม่นำนโยบายผ่อนปรนทางการเงินมาใช้ตามที่ตลาดต้องการได้

ราคาน้ำมันดิบยังคงได้รับผลกระทบจากการปรับลดลง 4.8% เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เนื่องจากการชะลอตัวทางเศรษฐกิจทั่วโลกยังส่งผลรุนแรงมากกว่ามาตรการปรับลดการผลิตของโอเปก รวมถึงการเผชิญหน้ากันระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน จึงทำให้ราคาน้ำมันลดลงไปอยู่ในระดับประมาณครึ่งหนึ่งของการปรับลดลงในสัปดาห์ก่อน
ปัจจุบันราคากำลังไปทดสอบที่เส้น 200 DMA อีกครั้งหลังจากที่เมื่อวันจันทร์ยังไม่สามารถขึ้นไปยืนเหนือเส้นนี้ได้ เส้น 50 DMA กำลังวิ่งไปหาเส้น 200 DMA และอาจเป็นไปได้ว่าจะตัดผ่านลงไปและจะทำให้เกิด Death Cross ที่ด้านล่างของเส้นแนวโน้มขาลงระยะกลางที่ลากมาจากวันที่ 23 เมษายน
การที่ราคาตกลงไปต่ำกว่าราคาต่ำสุดเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาน่าจะเกิดจากความต้องการให้มี trough เป็นครั้งที่สองเพื่อให้เกิดแนวโน้มขาลงระยะสั้น เส้น RSI ยังคงชี้ว่าใกล้จะทะลุราคาต่ำสุดในครั้งก่อนหน้านี้เพื่อทำรูปแบบ trough เป็นหนที่สอง
แน่นอนว่าหากมีกระแสข่าวที่จะส่งผลดีต่อความต้องการน้ำมัน อย่างเช่น ท่าทีประนีประนอมของนายพาวเวลล์ที่เคยมีตั้งแต่เดือนมกราคมเป็นต้นมา หรือความคืบหน้าจากการเจรจาทางการค้าของสหรัฐฯ กับจีนก็อาจเป็นสิ่งที่นักลงทุนกำลังต้องการเพื่อให้ราคาสามารถดีดตัวขึ้นไปเหนือ $60 เพื่อกลับตัวให้ได้ อย่างไรก็ตาม ในระหว่างที่รอให้มีปัจจัยต่างๆ มากระตุ้นนี้ ราคายังน่าจะปรับลดลงไปได้อีกเนื่องจากความต้องการที่ลดลงยังคงส่งผลมากกกว่ามาตรการคว่ำบาตรกับอิหร่าน รวมถึงความตึงเครียดที่ยังทวีความรุนแรงอยู่ในขณะนี้
กลยุทธ์การซื้อขาย
นักลงทุนที่ไม่ชอบความเสี่ยง ไม่ควรเปิดสถานะ short แม้ว่าจะเป็นช่วงที่เส้นระยะสั้นมาบรรจบกับเส้นระยะกลางก็ตาม เนื่องจากเส้นระยะยาวตั้งแต่ปี 2016 เป็นต้นมายังคงเป็นขาขึ้นอยู่ แนะนำให้เปิดสถานะ long หลังจากที่เส้นระยะสั้นและระยะกลางมาบรรจบกับเส้นระยะยาวขาขึ้น เมื่อราคาดีดขึ้นสูงกว่าราคาสูงสุดในเดือนเมษายนที่ระดับ $66.60
นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ปานกลาง อาจเปิดสถานะ short เมื่อราคาปิดต่ำกว่า $56 ซึ่งเป็นราคาที่ต่ำที่สุดของสัปดาห์ที่ผ่านมา หรืออาจเปิดสถานะ long เมื่อราคาขึ้นไปเหนือ $60 ถ้าเส้นแนวโน้มระยะกลางขึ้นไปทำ peak ครั้งที่สองให้เกิดรูปแบบ peak trough ขาขึ้นได้สมบูรณ์
นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง อาจพิจารณาเปิดสถานะ short ได้ทันที โดยอาศัยช่วงได้เปรียบของระยะราคากับแนวต้าน ซึ่งจะให้อัตราความเสี่ยงต่อผลตอบแทนที่ดีกว่า ในช่วงตลาดยังคงมีแต่ข่าวทางด้านลบ ไม่ว่าสถานการณ์ด้านภูมิศาสตร์ทางการเมืองอาจจะทำให้ราคาปรับขึ้นได้ก็ตาม ให้ดูจากเส้นแนวโน้มขาลงระยะกลางเป็นหลัก ประกอบกับเส้น 200 DMA และระวังการตัดกันของเส้น 50 DMA กับเส้น 200 DMA
ตัวอย่างการซื้อขายสถานะ Short
-
ราคาเข้า: $58.30
-
Stop-Loss: $ 60.30, above July’s high
-
ความเสี่ยง: $2
-
เป้าหมาย: $52.30
-
ผลตอบแทน: $6
-
อัตราความเสี่ยงต่อผลตอบแทน: 1:3
