ทองคำจะหมดแรงฟื้นตัวเพียงเท่านี้หรือจะยังไปต่อได้?

เผยแพร่ 26/06/2019 14:37

ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา นักลงทุนที่ไม่ได้สนใจทองคำมากนักก็คงจะยังมองไม่เห็นทิศทางที่ชัดเจนของทองได้สักเท่าไร ในช่วงไตรมาสแรก ราคาทองคำมีการเคลื่อนไหวน้อยมากเนื่องจากเงิน ดอลลาร์ กลายมาเป็นสินทรัพย์ที่ผู้คนต้องการในช่วงที่กำลังมีสงครามการค้า ทองคำจึงกลายเป็นสินทรัพย์ที่ “ไม่มีความน่าตื่นเต้น” ใดๆ

แต่เมื่อหันกลับมามองสถานการณ์ในสัปดาห์นี้ ทองคำปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นทำลายสถิติอย่างต่อเนื่อง โดยปรับตัวสูงขึ้นติดต่อกันได้เป็นวันที่ 4 ทำลายสถิติราคาสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2013 เป็นต้นมา

ถึงแม้ว่านายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ได้ ส่งสัญญาณ ออกมาในวันอังคารที่ผ่านมาแล้วว่ายังไม่ได้มีการตัดสินใจว่าจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนกรกฎาคม แต่ราคาทองคำก็ได้ปรับตัวขึ้นนำไปก่อนแล้ว หลังจากที่ราคาทองคำเกิดความปั่นป่วนอยู่พักหนึ่ง สัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้า ของสหรัฐฯ ในตลาด Comex ก็ปรับตัวสูงขึ้นเป็นเวลา 4 วันติดต่อกัน โดยมีการปรับขึ้นถึง 9 ครั้งในช่วง 11 วัน

ผู้จัดการกองทุนรวมถึงนักลงทุนที่เคยไม่สนใจใยดีทองคำในช่วงต้นปี จึงเริ่มประดังประเดวิ่งเข้าหาทองคำกันยกใหญ่

Gold 300-Min Chart - Powered by TradingView

ราคาซื้อขายทองคำ ซึ่งอ้างอิงจากราคาทองแท่งในปีนี้ปรับตัวสูงขึ้นถึงเกือบ 10% ซึ่งเกือบทั้งหมดของการฟื้นตัวดังกล่าวขึ้นในช่วงเดือนมิถุนายน นับว่าเป็นการปรับขึ้นครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2016 เป็นต้นมา

บริษัทจัดการสินทรัพย์ประเภททองคำ SPDR Gold Trust (NYSE:GLD) ซึ่งเป็นกองทุนที่ลงทุนในทองคำที่ใหญ่ที่สุดของโลกพบว่าเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ทองคำมีเปอร์เซ็นต์การปรับตัวสูงขึ้นมากที่สุดในรอบเกือบ 11 ปี

สินทรัพย์มาแรง

อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้ทองคำกลายเป็นสินทรัพย์ที่มาแรงได้ในเวลารวดเร็วเช่นนี้?

นักวิเคราะห์ต่างก็ให้เหตุผลที่หลากหลายแตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นการคาดการณ์ว่าเฟดจะ ปรับลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นได้ในเดือนกรกฎาคมนี้ หรือการต่อสู้ทางภาษีในสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนทียังคงยืดเยื้อ ซึ่งทำให้เศรษฐกิจทั่วโลกชะลอตัวลงในช่วงนี้ หรือแม้แต่การที่อิหร่านตอบโตมาตรการคว่ำบาตรของประธานาธิบดีทรัมป์อันเป็นผลให้เกิดความรุนแรงและตึงเครียดขึ้นในบริเวณอ่าวเปอร์เซีย

นายจอร์จ เจโร นักวิเคราะห์ทางด้านทองคำจากบริษัท RBC Wealth Management ในกรุงนิวยอร์คกล่าวกับ Investing.com ว่า

“ทองคำยังคงเดินหน้าปรับตัวสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ท่ามกลางความกังวลทางด้านเศรษฐกิจโลกและการเมืองในขณะนี้ สถานการณ์ทางการเมืองของสหรัฐฯ ก็เป็นปัจจัยหนุนให้หลายประเทศเข้าซื้อทองคำเพิ่มขึ้น เมื่อพิจารณาต้นทุนค่าเสียโอกาส นักลงทุนจึงมีความกล้าซื้อมากขึ้น”

“ไม่ว่าจะมองไปทางอเมริกาใต้ จีน หรือตะวันออกกลาง เราจะเห็นว่าสหรัฐฯ ได้เข้าไปทำสงครามทางการเมืองด้วยทั้งสิ้น ทุกคนจึงต้องการป้องกันความเสี่ยงที่อาจจะเกิดจากปัจจัยต่างๆ ดังกล่าว รวมทั้งความเสี่ยงที่จะเกิดจากตลาดหุ้นด้วย”

คำพูดในช่วงท้ายนี้ดูจะมีความเป็นได้กับนักลงทุนส่วนใหญ่จริงๆ สังเกตได้จากการที่สัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้ามีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากในวันอังคาร แม้ว่าก่อนหน้านี้จะปรับตัวลงบ้างในช่วงที่นายพาวเวลล์แถลงว่าเฟดจะดำเนินการตามความเหมาะสมในการปรับอัตราดอกเบี้ยโดยไม่เกรงกลัวต่อคำแนะนำจากทำเนียบขาว และดัชนีหลักๆ ทั้งสามตัวของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ก็ยังปิดตลาดได้ต่ำกว่าเดิม

การซื้อขายในตลาดเอเชียเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ราคาทองคำดูผิดปกติไปเนื่องจากยังอยู่ในแดนลบ หลายฝ่ายคาดว่าน่าจะเป็นสัญญาณว่าการฟื้นตัวในรอบเดือนมิถุนายนนั้นมีปริมาณที่สูงเกินไป

ทองคำอาจยังไปต่อได้หากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟดไม่เป็นไปตามคาด

หลังจากที่นายพาวเวลล์ออกมาให้ความเห็นว่า “นโยบายทางด้านการเงินนั้นไม่ควรตื่นตูมไปตามข้อมูลอย่างใดอย่างหนึ่งหรือข้อมูลระยะสั้นที่มีความผันผวนสูงเพียงอย่างเดียวเท่านั้น" ตลาดพันธบัตร ตลาดหุ้น และตลาดฟอเร็กซ์ต่างเริ่มมีความกังวลว่าเฟดจะเลือก ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 50 จุดเบสิส เพื่อให้ทองคำยังคงพุ่งขึ้นได้ต่อไป

หรือว่าเฟดจะเลือกปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงน้อยกว่าที่มีการคาดกันไว้เพียง 25 จุดเบสิส ก็อาจทำให้ประธานาธิบดีทรัมป์วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของธนาคารกลางและนายพาวเวลล์หนักขึ้นกว่าเดิม มีกระแสข่าวว่าประธานาธิบดีทรัมป์อาจพยายามเปลี่ยนตัวผู้มารับหน้าที่แทนนายพาวเวลล์ก็ได้ แม้ว่าวาระการทำงานของนายพาวเวลล์ในตำแหน่งประธานธนาคารกลางจะยังคงอยู่เหมือนเดิมก็ตาม ซึ่งยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าการดำเนินการดังกล่าวจะทำได้อย่างไร แต่อย่างไรก็ตามวิกฤติการณ์ของเฟดดังกล่าวก็ยังเป็นข่าวดีสำหรับทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัยสูงกว่าได้อยู่ดี

ปัจจัยดังกล่าวเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้หลายฝ่ายเชื่อว่า การที่ราคาทองคำปรับตัวลงเล็กน้อยในตอนนี้เป็นเพียงการย่อตัวเพื่อเตรียมดีดกลับขึ้นไปทำสถิติสูงสุดใหม่อีกครั้งที่ระดับ $1,450 ถึง $1,500 ให้ได้

จาก ข้อมูลการวิเคราะห์ทางเทคนิครายวัน ของ Investing.com เห็นว่าควร “ซื้อทันที” สำหรับ ทองคำในตลาด Comex สำหรับเดือนสิงหาคม โดยกำหนดแนวต้านระยะสั้นไว้ที่ 1,464.45

เมื่อพิจารณาจากมูลค่าชำระสัญญาวันอังคารที่ระดับ $1,418.70 จะมีกำไรอยู่ที่ประมาณเกือบ $50 หรือเพิ่มขึ้นราว 3%

ความคิดเห็นล่าสุด

การเปิดเผยความเสี่ยง: การซื้อขายตราสารทางการเงินและ/หรือเงินดิจิตอลจะมีความเสี่ยงสูงที่รวมถึงความเสี่ยงต่อการสูญเสียจำนวนเงินลงทุนของคุณบางส่วนหรือทั้งหมดและอาจไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทั้งหมด ราคาของเงินดิจิตอลแปรปรวนอย่างมากและอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เช่น เหตุการณ์ทางการเงิน กฎหมายกำกับดูแล หรือ เหตุการณ์ทางการเมือง การซื้อขายด้วยมาร์จินทำให้ความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มขึ้น
ก่อนการตัดสินใจซื้อขายตราสารทางการเงินหรือเงินดิจิตอล คุณควรตระหนักดีถึงความเสี่ยงและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายในตลาดการเงิน ควรพิจารณาศึกษาอย่างรอบคอบในด้านวัตถุประสงค์การลงทุน ระดับประสบการณ์ และ การยอมรับความเสี่ยงและแสวงหาคำแนะนำทางวิชาชีพหากจำเป็น
Fusion Media อยากเตือนความจำคุณว่าข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่แบบเรียลไทม์หรือเที่ยงตรงแม่นยำเสมอไป ข้อมูลและราคาที่แสดงไว้บนเว็บไซต์ไม่ใช่ข้อมูลที่ได้รับจากตลาดหรือตลาดหลักทรัพย์เสมอไปแต่อาจได้รับจากผู้ดูแลสภาพคล่องและดังนั้นราคาจึงอาจไม่เที่ยงตรงแม่นยำและอาจแตกต่างจากราคาจริงในตลาดซึ่งหมายความว่าราคานี้เป็นเพียงราคาชี้นำและไม่เหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการซื้อขาย Fusion Media และผู้ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้จะไม่รับผิดชอบใด ๆ สำหรับความเสียหายหรือการสูญเสียที่เป็นผลมาจากการซื้อขายของคุณหรือการพึ่งพาของคุณในข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้
ห้ามใช้ จัดเก็บ ทำซ้ำ แสดงผล ดัดแปลง ส่งผ่าน หรือ แจกจ่ายข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้โดยไม่ได้รับการอนุญาตล่วงหน้าอย่างชัดแจ้งแบบเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Fusion Media และ/หรือจากผู้ให้ข้อมูล ผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและ/หรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้
Fusion Media อาจได้รับผลตอบแทนจากผู้โฆษณาที่ปรากฎบนเว็บไซต์โดยอิงจากปฏิสัมพันธ์ของคุณที่มีกับโฆษณาหรือผู้โฆษณา
เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษของเอกสารฉบับนี้เป็นเวอร์ชั่นหลักซึ่งจะเป็นเวอร์ชั่นที่เหนือกว่าเมื่อใดก็ตามที่มีข้อขัดแย้งไม่สอดคล้องตรงกันระหว่างเอกสารเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษกับเอกสารเวอร์ชั่นภาษาไทย