Bitcoin ปรับตัวขึ้นสู่ $64,000 ท่ามกลางความกังวลเรื่องอิหร่านและอัตราดอกเบี้ย
Investing.com - กำไรของบริษัทใน S&P 500 ไตรมาส 2 ปี 2026 เติบโตถึง 50.4% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2021 แต่สัปดาห์นี้ตลาดต้องผ่านด่านสำคัญหลายด่านก่อนจะมีความชัดเจนเพิ่มเติม
ผลประกอบการค้าปลีกยักษ์ใหญ่อย่าง Home Depot, Walmart, Target และ Lowe's จะทยอยรายงานตัวเลขในสัปดาห์นี้ โดย Home Depot มีกำหนดรายงานวันที่ 18 สิงหาคม และ Walmart วันที่ 21 สิงหาคม นักลงทุนที่สนใจกลุ่มค้าปลีกสามารถใช้เครื่องมือ Financial Health Score และ Fair Value บน InvestingPro เพื่อประเมินความแข็งแกร่งพื้นฐานของหุ้นแต่ละตัวก่อนตัวเลขจะออก
ความกังวลหลักคือยอดค้าปลีกสหรัฐฯ เดือนกรกฎาคมที่ร่วงลงมากที่สุดในรอบกว่าหนึ่งปี ซึ่งทำให้ตลาดตั้งคำถามถึงกำลังซื้อผู้บริโภค หากผลประกอบการค้าปลีกออกมาอ่อนแอกว่าคาด แรงกดดันต่อดัชนีอาจเพิ่มขึ้นได้ เนื่องจากดัชนี S&P 500 แตะ 7,748.50 จุด เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และปรับขึ้นกว่า 13% นับตั้งแต่ต้นปี 2026
นอกเหนือจากผลประกอบการค้าปลีก รายงานการประชุม FOMC เดือนกรกฎาคมที่จะเผยแพร่วันที่ 19 สิงหาคมถือเป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญ ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ เดือนกรกฎาคมออกมาตรงตามคาด ส่งผลให้ความน่าจะเป็นที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายนลดลงเหลือเพียงประมาณ 30% Robert Pavlik นักจัดการพอร์ตโฟลิโออาวุโสจาก Dakota Wealth กล่าวกับ Reuters ว่า "ตัวเลขออกมาตรงตามที่คาดพอดี ปฏิกิริยาของตลาดเป็นบวกเล็กน้อยเพราะตลาดกังวลว่าจะออกมาแย่กว่านี้ ตลาดกำลังมองว่า Fed ไม่ถูกผลักให้ขึ้นดอกเบี้ย" นักลงทุนจะจับตาว่ารายงาน FOMC จะส่งสัญญาณอะไรเพิ่มเติมเกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงิน
ด้านกระแส AI ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของตลาด โดย NVIDIA (NVDA) มีกำหนดรายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปีงบประมาณ 2027 ในวันที่ 26 สิงหาคม บริษัทให้แนวโน้มรายได้ไว้ที่ 91,000 ล้านดอลลาร์ พร้อมอนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนมูลค่า 80,000 ล้านดอลลาร์ และเพิ่มเงินปันผลเป็น 0.25 ดอลลาร์ต่อหุ้น ตัวเลขดังกล่าวอ้างอิงจาก 247wallst.com ณ วันที่ 13 สิงหาคม ผลประกอบการของ NVDA จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่าวัฏจักรการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI ยังคงแข็งแกร่งหรือเริ่มชะลอตัว
Bill Merz หัวหน้าฝ่ายวิจัยตลาดทุนของ U.S. Bank Asset Management Group ให้ความเห็นผ่าน usbank.com ว่า "นักลงทุนสามารถเอาชนะความกังวลเรื่องความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และการประกาศนโยบายการค้าได้ โดยมุ่งเน้นไปที่ความแข็งแกร่งของปัจจัยพื้นฐาน โดยเฉพาะการเติบโตของกำไรบริษัท" มุมมองดังกล่าวสอดคล้องกับภาพรวมที่รายได้รวมของ S&P 500 เพิ่มขึ้นเกือบ 15% เทียบปีต่อปีในไตรมาสล่าสุด และเกินกว่าประมาณการเริ่มต้นของนักวิเคราะห์ถึงสองเท่า
อย่างไรก็ตาม การวิเคราะห์เชิงเทคนิคชี้ว่าตลาดอาจกำลังก่อรูปแบบยอดในช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายน ซึ่งเป็นสัญญาณที่นักลงทุนควรติดตามอย่างใกล้ชิด ขณะที่ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq 100 ปรับลงเล็กน้อยในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดย S&P 500 อยู่แถว 7,727 จุด Dow Jones บริเวณ 53,447 จุด และ Nasdaq 100 ราว 29,790 จุด ก่อนเข้าสู่สัปดาห์ที่เต็มไปด้วยปัจจัยกดดัน
ดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคบริการสหรัฐฯ เดือนสิงหาคม (เบื้องต้น) จะเผยแพร่พร้อมกันในวันที่ 21 สิงหาคม ตลาดคาดการณ์ว่าภาคการผลิตจะอยู่ที่ 54.0 จุด ขณะที่ภาคบริการคาดที่ 53.9 จุด ตัวเลขทั้งสองจะให้ภาพชัดเจนขึ้นเกี่ยวกับโมเมนตัมเศรษฐกิจ และอาจเปลี่ยนทิศทางคาดการณ์ดอกเบี้ยได้อีกครั้งหากออกมาแตกต่างจากที่คาด นักลงทุนที่ต้องการคัดกรองหุ้นที่ซื้อขายต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงในกลุ่มเทคโนโลยีและค้าปลีกสามารถใช้ฟีเจอร์ Pro Picks บน InvestingPro เป็นแนวทางประกอบการตัดสินใจได้ในช่วงที่ตลาดผันผวนเช่นนี้








