ทองคำหยุดแนวโน้มขึ้น 4 วันติดท่ามกลางการขายทำกำไร; ความตึงเครียดภาษีนำเข้ายังคงอยู่
ยุทธพงศ์ แสงรัตน์ นักวางแผนการเงิน CFP®
การลงทุนระยะยาว เช่น 7 ปีขึ้นไป ช่วยให้เป้าหมายในระยะยาวสำเร็จโดยไม่หวั่นไหวกับความผันผวนของผลตอบแทนในระยะสั้นที่ได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจ ภาวะอุตสาหกรรม ผลการดำเนินงานของบริษัท รวมถึงปัจจัยภายนอกอื่นๆ
ซึ่งในปัจจุบันการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ก็ยังเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับเป้าหมายระยะยาวที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างเช่น การวางแผนเพื่อการเกษียณ ด้วยเหตุผลที่สำคัญ 3 ข้อ ดังนี้
1. ช่วยลดโอกาสการขาดทุนและให้ผลตอบแทนที่ดี
ถ้าลองวิเคราะห์การลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ช่วง 16 ปีที่ผ่านมา โดยอ้างอิงจากดัชนีผลตอบแทนรวม (SET TRI) ซึ่งเป็นดัชนีที่สะท้อนถึงผลตอบแทนทุกอย่างที่ได้รับจากการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ จะเห็นได้ว่า การลงทุนที่นานพอ ตั้งแต่ 7 ปี เป็นต้นไป โอกาสขาดทุนจะมีค่าเท่ากับ 0%) ตามข้อมูลในตาราง
ผลตอบแทนอ้างอิง: ดัชนีผลตอบแทนรวม (SET TRI) ปี 2545 - 2560 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
2. ช่วยทำให้สามารถบรรลุเป้าหมายทางการเงินได้ง่ายขึ้น
ด้วยความมหัศจรรย์ของอัตราดอกเบี้ยทบต้น (Compound Interest) จากผลตอบแทนที่ได้รับในแต่ละปี จะถูกรวมกลายเป็นเงินต้นเพื่อลงทุนในปีต่อๆ ไป ยกตัวอย่างเช่น หากต้องการลงทุนเพื่อเป้าหมาย 1 ล้านบาท ด้วยผลตอบแทนคาดหวัง 8% ต่อปี
กรณีที่มีเวลาลงทุน 7 ปี จะต้องใช้เงินต้น เท่ากับ 583,490 บาท
กรณีที่มีเวลาลงทุน 10 ปี จะต้องใช้เงินต้น เท่ากับ 463,193 บาท
กรณีที่มีเวลาลงทุน 15 ปี จะต้องใช้เงินต้น เท่ากับ 315,242 บาท
จะเห็นได้ว่ายิ่งมีเวลาในการลงทุนที่นานขึ้น ก็จะยิ่งใช้เงินลงทุนน้อยลง ทำให้มีโอกาสประสบความสำเร็จจากการลงทุนมากขึ้น
3. ช่วยในเรื่องการลดหย่อนภาษี
นอกจากนั้นแล้วหากลงทุนได้ในระยะยาวอาจเลือกลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) เพราะนอกจากช่วยในเรื่องของเป้าหมายเพื่อการเกษียณแล้วยังสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย
สุดท้ายก็อยากจะฝากคำแนะนำเกี่ยวกับการสร้างความมั่งคั่งในอนาคตด้วยการลงทุนระยะยาว จำเป็นจะต้องมีการวางแผนการลงทุนที่ดีและลงมือปฏิบัติอย่างมีระเบียบวินัย นอกเหนือจากผลตอบแทนในสินทรัพย์ที่ลงทุนแล้ว ก็ต้องคำนึงถึงความเสี่ยงควบคู่ไปด้วยเสมอ
