ราคา Bitcoin วันนี้: ซบเซาใกล้ระดับต่ําสุดในรอบ 1 เดือนจากความระมัดระวังต่อ Fed และการเทขาย
ลุ้น ผลการประชุม FOMC พร้อมจับตา ความตึงเครียด สหรัฐฯ – อิหร่าน และความเสี่ยงการเข้าแทรกแซงเงินเยนญี่ปุ่น
- สัปดาห์ที่ผ่านมา เงินดอลลาร์อ่อนค่าลงหนัก ท่ามกลางความกังวลต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายต่างๆ ของรัฐบาล Trump 2.0 และความกังวลต่อแนวโน้มการเข้าแทรกแซงค่าเงินเยนญี่ปุ่น (JPY)
- ระวังความผันผวนในช่วงตลาดรับรู้ ผลการประชุม FOMC พร้อมทั้งติดตามสถานการณ์ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ และแนวโน้มการเข้าแทรกแซงค่าเงินเยนญี่ปุ่น ที่อาจกระทบต่อตลาดค่าเงินได้อย่างมีนัยสำคัญ
- เงินดอลลาร์เสี่ยงผันผวนสูง โดยมีโอกาสแข็งค่าขึ้นบ้าง หากผลการประชุม FOMC ทำให้ผู้เล่นในตลาดปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของFED แต่หากเกิดการเข้าแทรกแซงค่าเงินเยนญี่ปุ่นจริง อาจกดดันเงินดอลลาร์เพิ่มเติม ในส่วนของค่าเงินบาท เราประเมินว่า แม้เงินบาทจะมีโอกาสแข็งค่าขึ้นบ้าง แต่การแข็งค่าขึ้นอาจชะลอลงได้ ทว่าเงินบาทอาจผันผวนสูง โดยต้องจับตาทิศทางเงินดอลลาร์และเงินเยนญี่ปุ่นเป็นสำคัญ นอกจากนี้ ราคาทองคำก็เสี่ยงเข้าสู่ช่วงการพักฐานได้ หากตลาดคลายกังวลปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ในช่วงที่ผ่านมา และที่สำคัญ เงินบาทจะแข็งค่าเกินปัจจัยพื้นฐานไปมาก หากสามารถแข็งค่าทดสอบโซน 30.50-30.75 บาทต่อดอลลาร์ เพิ่มความเสี่ยงที่จะกลับมาอ่อนค่าลงในระยะ 3-6 เดือน ข้างหน้า
- มองกรอบเงินบาทสัปดาห์นี้
30.80-31.50 บาท/ดอลลาร์
มุมมองเศรษฐกิจทั่วโลก
- ฝั่งสหรัฐฯ – ไฮไลท์สำคัญจะอยู่ที่ ผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ FED โดยเราประเมินว่า FED จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 3.50-3.75% สอดคล้องกับมุมมองของผู้เล่นในตลาดและบรรดานักวิเคราะห์ ทว่าผู้เล่นในตลาดจะรอจับตาแถลงการณ์การประชุม FED และถ้อยแถลงของประธาน FED Jerome Powell ในช่วง Press Conference อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ FED ท่ามกลางประเด็นความเป็นอิสระของ FED และรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในระยะหลังที่ทยอยออกมาดีกว่าคาดเป็นส่วนใหญ่ นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม รายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน โดยเฉพาะบรรดาหุ้นเทคฯ ใหญ่ และหุ้นธีม AI/Semiconductor ซึ่งอาจกระทบต่อบรรยากาศของตลาดการเงินได้ รวมถึงรอจับตาพัฒนาการของสถานการณ์ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ อย่าง ความเสี่ยงที่สหรัฐฯ และพันธมิตร อาทิ อิสราเอล อาจเปิดฉากโจมตีอิหร่าน หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ระบุว่า สหรัฐฯ ได้ส่งกำลังทหาร โดยเฉพาะ กองเรือขนาดใหญ่ เข้าพื้นที่ตะวันออกกลาง โดยความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ที่พุ่งสูงขึ้น ได้ส่งผลให้ หลายสายการบิน อย่าง Air France และ KLM ได้ยกเลิกเที่ยวบินที่ผ่านน่านฟ้าของตะวันออกกลาง
