ราคาทองพุ่งทะลุสถิติสูงสุดที่ $5,500/ออนซ์ จากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน
ราคาทองคําวันนี้ เคลื่อนไหวบริเวณราว 4,320 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์และมีแนวโน้ม ปรับขึ้นรายสัปดาห์เป็นสัปดาห์ที่สอง หลังเงินเฟ้อสหรัฐเดือนพฤศจิกายนออกมาต่ํากว่าคาด โดย CPI ชะลอลงสู่ 2.7% และเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 2.6% ต่ําสุดนับตั้งแต่มี.ค. 2021 สะท้อนแรงกดดันด้านราคาที่คลี่คลายลงและ หนุนความคาดหวังต่อการลดดอกเบี้ยของเฟด แม้ข้อมูลบางส่วนถูกจํากัดจากผลกระทบของภาวะรัฐบาลชัตดาวน์ ขณะที่ตลาดให้น้ําหนักราว 25% ต่อโอกาสลดดอกเบี้ยในเดือนม.ค. และเกือบแน่นอนในเดือนเม.ย. อย่างไรก็ดี ราคาทองคําเผชิญแรงกดดันระยะสั้นจากการฟื้นตัวของบอนด์ยีลด์สหรัฐ ตามบอนด์ยีลด์ญี่ปุ่นอายุ 10 ปีที่พุ่งแตะ 2% หลัง BOJ ปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% สู่ 0.75% สูงสุดในรอบ 30 ปี โดยผู้ว่า BOJ ส่งสัญญาณพร้อมขึ้น ดอกเบี้ยเพิ่มเติม โดยจะขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ ขณะเดียวกัน ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งการที่สหภาพ ยุโรปเตรียมกู้เงินสนับสนุนยูเครนเพื่อการป้องกันประเทศจากรัสเซีย และความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับ เวเนซุเอลา ยังช่วยพยุงความต้องการทองคําในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ทั้งนี้ นักลงทุนควรติดตามยอดขายบ้าน มือสอง ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค และคาดการณ์เงินเฟ้อ ซึ่งอาจชี้นําทิศทางดอลลาร์และราคาทองคําในระยะถัดไป
คําแนะนํา
• สําหรับกลยุทธ์การลงทุน ขายทํากําไรหากไม่ผ่าน 4,354 - 4,380 ดอลลาร์ต่อออนซ์
• พร้อมขยับ Trailing Stop มาที่ 4,306 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพื่อ Lock กําไร
• การเข้าซื้ออีกครั้งรอจังหวะย่อตัว แล้วเสี่ยงซื้อถ้าราคาไม่หลุด 4,306 - 4,292 ดอลลาร์ต่อออนซ์
• ตัดขาดทุนหากหลุด 4,292 ดอลลาร์ต่อออนซ์
บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 02-687-9888 กด 1 หรือเว็บไซต์ ylgbullion.co.th
