ราคาทองพุ่งทะลุสถิติสูงสุดที่ $5,500/ออนซ์ จากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน
Highlight ปัจจัยสําคัญ
• วันศุกร์ ราคาทองคําปิดลบ $12.00 แม้ช่วงต้นตลาดสหรัฐ ราคาจะได้รับแรงหนุนหลังนายจอห์น วิลเลียมส์ ประธานธนาคารกลาง สหรัฐฯ (เฟด) สาขานิวยอร์ก ส่งสัญญาณว่า เฟดอาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยได้อีกภายในปีนี้ ซึ่งกระตุ้นคาดการณ์ว่า เฟดมีแนวโน้มที่จะ ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมเดือนธ.ค.
• สะท้อนจาก CME FedWatch Tool บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ําหนักกว่า 70% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะลดดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุม เดือนธ.ค. หลังจากที่ให้น้ําหนักไม่ถึง 40% ในช่วงก่อนหน้านี้ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันดอลลาร์และหนุนราคาทองคํา
• อย่างไรก็ดี ทองคําถูกขายทํากําไรท้ายตลาดสหรัฐ ท่ามกลางความหวังเกี่ยวสันติภาพในยูเครน หลังปธน.ทรัมป์ เสนอแผนสันติภาพ เพื่อแก้ไขความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน ซึ่งจะปูทางให้มีการยกเลิกมาตรการคว่ําบาตรต่อรัสเซีย ปัจจัยดังกล่าวกดดันทองคํา ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
คําแนะนํา
• วันศุกร์ ราคาดีดไม่ผ่าน $4,134 ทําให้ภาพรวมราคาจะยังแกว่งออกข้าง-ดีดได้ และยังคงไม่เลือกทิศทางชัดเจน สําหรับวันนี้ สามารถใช้กรอบ $4,109-4,022 เป็นกรอบในการซื้อ-ขาย และการ Breakout กรอบด้านใดด้านหนึ่งจะทําให้ทิศทางมีความชัดเจนมากขึ้น หากการย่อตัวลงไม่ หลุด $4,022 ยังมีโอกาสเทสแนวต้าน แต่หากหลุด $4,022 ราคาจะกลับมามีมุมมองในเชิง Bearish อีกครั้ง
• สําหรับกลยุทธ์การลงทุน ซื้อคืนสถานะขายถ้าราคาไม่หลุด $4,055-4,020 พร้อมขยับ Trialing Stop มาที่ $4,109 เพื่อ lock กําไร
• เปิดสถานะขายใหม่หากไม่ผ่าน $4,134-4,109 (ตัดขาดทุนหากผ่าน $4,134 เพื่อดูการเคลื่อนไหวอีกครั้ง)
บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 02-687-9888 กด 1 หรือเว็บไซต์ ylgbullion.co.th
