ฟิวเจอร์สปรับตัวสูงขึ้น โลหะมีค่าฟื้นตัว FTSE แตะ 10,000 — อะไรกำลังขับเคลื่อนตลาด
จับตา ถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด พร้อมรอลุ้น โอกาส US Government Shutdown จบในเร็ววันนี้
- สัปดาห์ที่ผ่านมา เงินดอลลาร์พลิกกลับมาย่อตัวลง หลังรายงานข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ จากภาคเอกชน ที่ออกมาแย่กว่าคาด ได้ทำให้ผู้เล่นในตลาดทยอยปรับเพิ่มความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด
- ควรรอติดตาม ถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด รวมถึง จับตาแนวโน้มภาวะ US Government Shutdown อาจจบลงได้ในเร็ววัน เปิดทางให้ตลาดทยอยรับรู้รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ
- เงินดอลลาร์อาจเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways จนกว่าภาวะ US Government Shutdown จะสิ้นสุดลงและตลาดกลับมารับรู้รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญสหรัฐฯ โดยเงินดอลลาร์จะผันผวนไปตามการปรับมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยเฟด ซึ่งต้องติดตามถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟดเช่นกัน ในส่วนของค่าเงินบาท แม้โมเมนตัมการอ่อนค่าได้อ่อนกำลังลง ทว่าเงินบาทยังคงเผชิญความเสี่ยง Two-Way Risk (พร้อมเคลื่อนไหวสองทิศทาง) ตามทิศทางเงินดอลลาร์และราคาทองคำ ทั้งนี้ การเคลื่อนไหวของเงินบาท (USDTHB) ก็อาจถูกจำกัดในกรอบ Sideways หลังมีทั้งผู้เล่นในตลาดที่รอทยอยซื้อและขายเงินดอลลาร์ ในโซนแนวรับ/แนวต้านของเงินบาท จนกว่าตลาดจะรับรู้ปัจจัยใหม่ๆ เพิ่มเติม
- มองกรอบเงินบาทสัปดาห์นี้
32.20-32.70 บาท/ดอลลาร์
มุมมองเศรษฐกิจทั่วโลก
- ฝั่งสหรัฐฯ – เนื่องจากช่วงนี้ สหรัฐฯ ยังคงเผชิญกับ ภาวะ Government Shutdown ทำให้ รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ที่ควรจะประกาศในสัปดาห์นี้ อาทิ อัตราเงินเฟ้อ CPI ดัชนีราคาผู้ผลิต PPI และ ยอดค้าปลีก (Retail Sales) อาจถูกเลื่อนประกาศไปก่อน ทำให้ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ และทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของเฟด ผ่านถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด รวมถึง รายงานข้อมูลเศรษฐกิจจากฝั่งภาคเอกชน อย่าง ดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจขนาดเล็ก (NFIB Small Business Optimism) ในเดือนตุลาคม เป็นต้น (สำหรับผู้ใช้งาน Bloomberg Terminal สามารถดูข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ แบบ Alternative Data ที่น่าสนใจ จาก WSL ALTE
) และนอกเหนือจากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจดังกล่าว ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม พัฒนาการของสถานการณ์การเมืองสหรัฐฯ หลังเริ่มมีข่าวว่า ภาวะ Government Shutdown อาจสิ้นสุดลงได้ในเร็ววันนี้ มิเช่นนั้น ผลกระทบต่อเศรษฐกิจอาจเพิ่มขึ้น หากภาวะดังกล่าวยืดเยื้อจนกระทบกับการใช้จ่าย การเดินทางในช่วงเทศกาล Thanksgiving (ปลายเดือนพฤศจิกายน) ไปจนถึง ช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ (ปลายเดือนธันวาคม)
- ฝั่งยุโรป – บรรดาผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของทั้งธนาคารกลางยุโรป (ECB) และธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) ผ่านถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ ECB และ BOE รวมถึงรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ อย่าง ข้อมูลตลาดแรงงานอังกฤษ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของ BOE ได้ โดยเราประเมินว่า หากตลาดแรงงานอังกฤษส่งสัญญาณชะลอตัวลงชัดเจนมากขึ้น เช่น ยอดการจ้างงานปรับตัวลดลง ขณะเดียวกันอัตราการว่างงานก็เพิ่มสูงขึ้น ส่วนอัตราการเติบโตของค่าจ้างก็ชะลอตัวลงต่อเนื่อง ทาง BOE ก็มีโอกาสเดินหน้าลดดอกเบี้ย 25bps ในการประชุมเดือนธันวาคม หลังการประชุม BOE ล่าสุด ที่ BOE คงดอกเบี้ยตามคาด ณ ระดับ 4.00% ทว่า มีจำนวนเจ้าหน้าที่ BOE มากขึ้น ที่สนับสนุนการลดดอกเบี้ย หรืออาจกล่าวได้ว่า การประชุม BOE มีลักษณะ Dovish Hold อนึ่ง ผู้เล่นในตลาดต่างประเมินว่า BOE มีโอกาสราว 71% ที่จะเดินหน้าลดดอกเบี้ย ในการประชุมเดือนธันวาคมนี้
- ฝั่งเอเชีย – ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจจีน ผ่านรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญรายเดือน อาทิ ยอดค้าปลีก (Retail Sales) ยอดผลผลิตอุตสาหกรรม (Industrial Production) และยอดการลงทุนสินทรัพย์ถาวร (Fixed Assets Investment) รวมถึงข้อมูลตลาดแรงงาน อย่าง อัตราการว่างงาน ในเดือนตุลาคม โดยรายงานข้อมูลเศรษฐกิจจีนที่ทยอยออกมาดีกว่าคาด ก็อาจหนุนบรรยากาศในฝั่งตลาดการเงินจีนและช่วยหนุนเงินหยวนจีน (CNY) ได้บ้าง หลังสัปดาห์ก่อนหน้า อัตราเงินเฟ้อ CPI ของจีนในเดือนตุลาคม ได้ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 0.2%y/y สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ (โมเมนตัมรายเดือน %m/m ก็ออกมาที่ระดับ +0.2% สูงกว่าคาด เช่นกัน)
- ฝั่งไทย – ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (Consumer Confidence) ในเดือนตุลาคม
