ราคาทองพุ่งทะลุสถิติสูงสุดที่ $5,500/ออนซ์ จากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน
ราคาทองคําวันนี้ (04 พ.ย.) อ่อนตัวลงต่ำกว่า 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังได้รับแรงกดดันจาก การแข็งค่าของดอลลาร์และความไม่แน่นอนต่อแนวโน้มการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟดในเดือน ธันวาคม โดยเจ้าหน้าที่เฟดหลายรายแสดงมุมมองที่แตกต่างกันต่อเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ ซึ่งสะท้อน ถึงความไม่เป็นเอกภาพด้านนโยบายการเงิน ลิซา คุก ระบุว่าเฟดอาจต้องลดดอกเบี้ยอีกครั้งหาก ตลาดแรงงานเริ่มอ่อนแรง ขณะที่ สตีเฟน มีแรน เห็นว่านโยบายปัจจุบันตึงตัวเกินไปและควรลด ดอกเบี้ยแรงกว่านี้ ส่วน ออสตัน กูลส์บี เตือนว่าการผ่อนคลายเร็วเกินไปอาจกระตุ้นเงินเฟ้อให้กลับมา สูงอีกครั้ง สถานการณ์ดังกล่าวหนุนให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น และกดดันราคาทองคําในฐานะ สินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทน ในด้านภูมิรัฐศาสตร์ สถานทูตจีนประจําสหรัฐฯ เรียกร้องให้วอชิงตัน หลีกเลี่ยงการแตะต้อง “4 ประเด็นอ่อนไหว” ได้แก่ ไต้หวัน สิทธิมนุษยชน ระบบการเมือง และสิทธิใน การพัฒนา เพื่อรักษาข้อตกลงสงบศึกทางการค้าชั่วคราวกับสหรัฐฯ ซึ่งแม้ช่วยคลายความตึงเครียด แต่ยังสะท้อนถึงความเปราะบางของข้อตกลงสงบศึกทางการค้าที่เพิ่งบรรลุในเกาหลีใต้เมื่อสัปดาห์ ก่อน และตอกย้ําว่า แม้ประเด็นสถานะของไต้หวันไม่ได้ถูกหยิบยกขึ้นหารือ แต่ยังคงเป็นเรื่องที่จีนให้ ความสําคัญสูงสุด ทั้งนี้ นักลงทุนควรจับตาข้อมูล ADP Employment และ ISM PMI สัปดาห์นี้ เพื่อประเมินทิศทางของเฟดและแนวโน้มราคาทองคําในระยะถัดไป.
คําแนะนํา
• สําหรับกลยุทธ์การลงทุน เสี่ยงซื้อหากไม่หลุด 3,955 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากหลุด 3,955 ดอลลาร์ต่อออนซ์
• ชะลอไปซื้อถ้าไม่หลุด 3,887 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ตัดขาดทุนหากหลุด 3,887 ดอลลาร์ต่อออนซ์
• ขายทํากําไรไม้ซื้อถ้าไม่ผ่าน 4,058-4,029 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากผ่านได้ชะลอไปขายที่ต้านถัดไป
บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 02-687-9888 กด 1 หรือเว็บไซต์ ylgbullion.co.th
