BofA เปิดเผย 10 ไอเดียการลงทุนชั้นนำในสหรัฐฯ สำหรับไตรมาส 1 ปี 2026
Economic Highlight
ไฮไลท์สำคัญจะอยู่ที่ รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด และรายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน
|
ราคา |
ราคาปัจจุบัน |
แนวรับ |
แนวต้าน |
คาดการณ์แนวโน้ม |
|
32.47 |
32.10/32.30 |
32.50/32.85 |
Sideways Up *ระวังผันผวนสูง |
|
|
ทองคำ** (ดอลลาร์ต่อออนซ์) |
3,970 |
3,900/3,950 |
4,050/4,150 |
Sideways *อยู่ในช่วงพักฐานและผันผวนสูง |
**ราคาทองคำ = Spot Gold price (XAUUSD)
FX Highlight
- สัปดาห์ที่ผ่านมา เงินดอลลาร์พลิกกลับมาทยอยแข็งค่าขึ้น ตามการปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด หลังผู้เล่นในตลาดรับรู้ผลการประชุม FOMC ล่าสุดของเฟด ที่มีลักษณะ “Hawkish Cut”
- ในส่วนเงินดอลลาร์นั้น เรามองว่า เงินดอลลาร์เสี่ยงเผชิญ Two-Way risk (พร้อมเคลื่อนไหวได้สองทิศทาง) ตามการปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยเฟด
- โดยเงินดอลลาร์อาจแข็งค่าขึ้นต่อได้บ้าง หากผู้เล่นในตลาดปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด ซึ่งต้องเห็นรายงานข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใส
- นอกจากนี้ ถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด ควรต้องย้ำว่า การลดดอกเบี้ยของเฟดอาจไม่ได้เยอะเท่าที่ตลาดคาดหวัง ก็อาจช่วยหนุนการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ได้เพิ่มเติม
- ทว่าการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ก็อาจถูกจำกัดจากแรงขายทำกำไรและการปรับสถานะถือครองได้
- นอกจากนี้ ต้องติดตามรายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน อย่างกลุ่มเทคฯ ใหญ่ สหรัฐฯ ซึ่งอาจกระทบต่อบรรยากาศในตลาดการเงินและทิศทางเงินดอลลาร์ได้
- ในส่วนของเงินบาทนั้น เราพบว่า โมเมนตัมการอ่อนค่าของเงินบาทกลับมามีกำลังอีกครั้ง ตามการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์และการย่อตัวลงของราคาทองคำ
- ทว่า ผู้เล่นในตลาดต่างก็รอทยอยขายเงินดอลลาร์และปรับสถานะถือครอง ทำให้การอ่อนค่าของเงินบาทจะมีลักษณะค่อยเป็นค่อยไป
- ในเชิงเทคนิคัลนั้น เงินบาทจะกลับเข้าสู่แนวโน้มอ่อนค่าลงอีกครั้ง หากเงินบาท (USDTHB) สามารถอ่อนค่าลงเหนือโซน 32.75 บาทต่อดอลลาร์ เมื่อประเมินด้วยกลยุทธ์ Trend-Following
- ทั้งนี้ แนวต้านของเงินบาท (USDTHB) อยู่แถว 32.50 บาทต่อดอลลาร์ (แนวรับถัดไป 32.65 บาทต่อดอลลาร์ และโซน 32.85 บาทต่อดอลลาร์) ส่วนโซนแนวรับแรกจะอยู่ในช่วง 32.30 บาทต่อดอลลาร์ (แนวรับถัดไป 32.00-32.10 บาทต่อดอลลาร์)
Gold Highlight
- นับตั้งแต่ช่วง สัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาทองคำ (XAUUSD) ทยอยปรับตัวลง และยังคงอยู่ในช่วงการพักฐาน หลังผู้เล่นในตลาดทยอยคลายกังวลความเสี่ยงสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ขณะเดียวกัน เงินดอลลาร์ก็ทยอยแข็งค่าขึ้น
- เรามองว่า ในช่วงนี้ ราคาทองคำจะยังคงขาดปัจจัยหนุนที่ชัดเจน จนกว่าตลาดจะกลับมาปรับเพิ่มความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด ซึ่งอาจต้องเห็นรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่แย่กว่าคาดชัดเจน
- นอกจากนี้ หากตลาดการเงินโดยรวมยังคงอยู่ในภาวะเปิดรับความเสี่ยง ก็อาจเป็นเรื่องยากที่จะเห็นราคาทองคำปรับตัวขึ้นได้ชัดเจน
- และนอกเหนือจากปัจจัยดังกล่าว เรามองว่า ในช่วงนี้ก็อาจยังไม่มีปัจจัยความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์มาช่วยหนุนราคาทองคำเพิ่มเติมได้
- ความผันผวนของราคาทองคำ (1-month volatility) ยังคงอยู่ในระดับสูง ทำให้ผู้เล่นในตลาดควรระมัดระวังและติดตามการเคลื่อนไหวของราคาทองคำอย่างใกล้ชิด
- เราประเมินว่า ราคาทองคำอาจยังพอมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นต่อได้ ในระยะกลาง-ยาว ทว่า ในช่วงระยะสั้น การปรับตัวขึ้นเร็ว แรง ของราคาทองคำก็เสี่ยงต่อการปรับฐานได้ ทำให้เราไม่แนะนำให้ผู้เล่นในตลาดไล่ราคาซื้อ และควรรอจังหวะการปรับฐานของราคาทองคำ ในการเข้าซื้อเท่านั้น
- ทั้งนี้ ในเชิงเทคนิคัล หากประเมินจากกลยุทธ์ Trend-Following ราคาทองคำ (XAUUSD) ได้หลุดจากแนวโน้มขาขึ้น และจะกลับเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นอีกครั้ง หากราคาทองคำปรับตัวขึ้นเหนือระดับ 4,150 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้ชัดเจน
- ภายใต้แนวโน้มการเคลื่อนไหวของราคาทองคำ ที่ยังพอมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นได้ในระยะปานกลาง-ยาว แต่เสี่ยงที่จะเข้าสู่ช่วงพักฐานในระยะสั้น ทำให้เรามองว่า กลยุทธ์ที่น่าสนใจ คือ รอจังหวะ Buy on Dip (ขอย้ำว่า ไม่ควร ไล่ราคาซื้อ) สำหรับผู้เล่นที่ต้องการถือทองคำบ้างในพอร์ตการลงทุน 5%-10% เพื่อช่วยกระจายความเสี่ยง ส่วนผู้เล่นในตลาดที่มีสถานะลงทุนแล้ว ก็อาจ Let Profits Run หรืออาจทยอยพิจารณาขายทำกำไร ในกรณีที่ ราคาทองคำกลับมาปรับตัวขึ้นทะลุโซน 4,150 ดอลลาร์ต่อออนซ์
Economics Highlight
|
สถานการณ์/เหตุการณ์สำคัญ |
ผลกระทบต่อ |
|
|
ค่าเงินบาท |
ราคาทองคำ |
|
|
ภาวะ Government Shutdown ของสหรัฐฯ มีแนวโน้มที่อาจจะยืดเยื้อ กินระยะเวลาราว 30 วัน หรือ มากกว่าได้ |
ปัจจัยบวกเล็กน้อย |
ปัจจัยบวก |
|
ดัชนี ISM PMI ภาคการผลิตและภาคการบริการของสหรัฐฯ ออกมาดีกว่าคาด |
ปัจจัยลบเล็กน้อย |
ปัจจัยลบเล็กน้อย |
|
ยอดการจ้างงานภาคเอกชน โดย ADP ออกมาดีกว่าคาด |
ปัจจัยลบ |
ปัจจัยลบ |
|
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค โดยมหาวิทยาลัยชิมิแกน ปรับตัวขึ้น ดีกว่าคาด |
ปัจจัยลบเล็กน้อย |
ปัจจัยลบเล็กน้อย |
|
BOE คงดอกเบี้ยที่ 4.00% ตามคาด แต่ส่งสัญญาณพร้อมเดินหน้าลดดอกเบี้ยเพิ่มเติม |
ปัจจัยลบเล็กน้อย *หากเงินปอนด์อังกฤษอ่อนค่าลงบ้าง |
ปัจจัยลบเล็กน้อย *หากเงินปอนด์อังกฤษค่าลงบ้าง |
|
ดัชนี RatingDog PMIs ภาคการผลิตและภาคการบริการของจีน ในเดือนตุลาคม ปรับตัวสูงขึ้น ดีกว่าคาด |
ปัจจัยบวกเล็กน้อย |
- |
|
ยอดการส่งออกของจีน ออกมาดีกว่าคาด |
ปัจจัยบวกเล็กน้อย |
- |
|
บรรยากาศปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงิน จากความผิดหวังรายงานผลประกอบการบรรดาบริษัทจดทะเบียน |
ปัจจัยบวกเล็กน้อย |
ปัจจัยบวก |
|
บรรดานักลงทุนต่างชาติเริ่มกลับเข้ามาซื้อบอนด์ไทย หลังบอนด์ยีลด์ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงก่อนหน้า |
ปัจจัยบวกเล็กน้อย |
- |
