ราคาทองพุ่งทะลุสถิติสูงสุดที่ $5,500/ออนซ์ จากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน
Highlight ปัจจัยสําคัญ
• วานนี้ ราคาทองคําปิดบวก $83.52 ช่วงต้นวัน ทองคําได้รับแรงกดดันจากดัชนีดอลลาร์ที่แข็งค่า หลังจากประธานเฟด เตือนว่า การ ปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนธ.ค.ยังคงมีความไม่แน่นอน
• ประกอบกับปธน. ทรัมป์ กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า สหรัฐจะลดภาษีนําเข้าจากจีนลงเหลือ 47% จาก 57% เพื่อแลกกับการที่จีนกลับมาซื้อ ถั่วเหลือง และส่งออกแร่ธาตุหายากให้สหรัฐอีกครั้ง รวมถึงปราบปรามการค้าเฟนทานิลที่ผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันทองคําในฐานะ สินทรัพย์ปลอดภัย
• อย่างไรก็ดี ราคาทองคําได้รับ sentiment เชิงบวก หลัง World Gold Council รายงานว่า ชาวอินเดียเข้าซื้อทองคําแท่งและเหรียญ แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1 หมื่นล้านดอลลาร์ในไตรมาส 3 ส่งผลให้ดีมานด์ทองคําทั้งหมดเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ในรายไตรมาส
• ขณะที่ Wells Fargo Investment Institute ปรับเพิ่มเป้าหมายราคาทองคําในช่วงปลายปี 2026 ขึ้นเป็น $4,500-4,700 จากเดิม $3,900-4,100 โดยอ้างถึงความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายการค้า ส่งผลหนุนทองคําเพิ่ม
คําแนะนํา
• วานนี้ ราคาผ่าน $4,029 ทําให้มีมุมมองเชิงบวกมากขึ้น แต่ยังไม่ชัดว่าการดีดตัวนี้เป็นการขึ้นเลย หรือ เป็นการดีดเพื่อปรับฐานต่อ ทําให้ต้อง ระวังแรงขายเป็นระยะ สําหรับวันนี้ หากเกิดแรงขายแต่ราคาสามารถยืนเหนือ $3,955 ได้จะเริ่มสร้างมุมมองว่าการพักตัวอาจจบแล้วและยังไม่ เสียโมเมนตัมขาขึ้นในระยะสั้น กลับกัน หากกลับไปหลุด $3,955-3,915 แสดงว่าการการปรับฐานอาจยังไม่จบ
• สําหรับกลยุทธ์การลงทุน ขายทํากําไรไม้ซื้อถ้าไม่ผ่าน $4,058-4,029 พร้อมขยับ Trailing Stop มาที่ $3,982 เพื่อ Lock กําไร
• เสี่ยงซื้อหากไม่หลุด $3,955 หลุด $3,955 ชะลอไปซื้อถ้าไม่หลุด $3,887 (ตัดขาดทุนหากหลุด $3,887 )
บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 02-687-9888 กด 1 หรือเว็บไซต์ ylgbullion.co.th
