ราคาทองพุ่งทะลุสถิติสูงสุดที่ $5,500/ออนซ์ จากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน
ราคาทองคําวันนี้ (7 ต.ค.) อ่อนตัวเล็กน้อยสู่ระดับราว 3,950 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ยังเคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดเป็น ประวัติการณ์ โดยได้รับแรงหนุนจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลกและการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตรา ดอกเบี้ยเพิ่มเติม ตลาดให้น้ําหนักถึง 93% ต่อการลดดอกเบี้ย 0.25% ในเดือนตุลาคม และ 82% ในเดือนธันวาคม ขณะ ที่วิกฤตชัตดาวน์รัฐบาลสหรัฐฯ ยังคงยืดเยื้อหลังวุฒิสภาไม่สามารถผ่านร่างงบประมาณได้เป็นครั้งที่ 5 ทําให้นักลงทุน ขณะที่ ขาดข้อมูลสําคัญในการประเมินทิศทางเศรษฐกิจและเพิ่มแรงกดดันต่อเฟดในการตัดสินใจนโยบายการเงิน ธนาคารกลางจีนได้เพิ่มการถือครองทองคําเป็นเดือนที่ 11 ติดต่อกันในเดือนกันยายน สะท้อนดีมานด์ต่อทองคํา ขณะที่ Goldman Sachs ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาทองคําปลายปี 2026 สู่ระดับ 4,900 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากเดิม 4,300 ดอลลาร์ โดยให้เหตุผลว่าการไหลเข้าของกองทุน ETF และแรงซื้อจากธนาคารกลางทั่วโลกที่หนุนราคาทองคําปรับขึ้น กว่า 17% ตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคมนั้นเป็นปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งและยั่งยืนในระยะยาว อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควร ติดตามถ้อยแถลงของกรรมการเฟดและประธาน ECB คริสติน ลาการ์ด ในคืนนี้อย่างใกล้ชิด
คําแนะนํา
• สําหรับกลยุทธ์การลงทุน ขายทํากําไรสถานะซื้อหากไม่ผ่าน 3,987 ดอลลาร์ต่อออนซ์
• ผ่านได้ชะลอขาย และขยับ Trailing Stop มาที่ $3,922 เพื่อ Lock กําไร
• เสี่ยงซื้อหากราคาไม่หลุด $3,922 หากหลุดให้ชะลอไปเข้าซื้อที่ 3,895-3,863 ดอลลาร์ต่อออนซ์
• ตัดขาดทุนหากหลุด 3,820 ดอลลาร์ต่อออนซ์
บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 02-687-9888 กด 1 หรือเว็บไซต์ ylgbullion.co.th
