ราคาทองพุ่งทะลุสถิติสูงสุดที่ $5,500/ออนซ์ จากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน
Highlight ปัจจัยสําคัญ
• วานนี้ ราคาปิดลบ$9.44 โดยราคาทองคําได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของดอลลาร์ หลังลอรี โลแกน ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) สาขาดัลลัสกล่าวว่า คณะกรรมการเฟดควรใช้ความระมัดระวังในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม
• อย่างไรก็ดี FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ําหนัก 99.9% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 3.75-4.00% ในการประชุมเดือนต.ค. ทําให้ราคาทองคําฟื้นตัวลดช่วงติดลบในที่สุด
• ประกอบกับทองคําได้รับแรงหนุนในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย หลังจากปธน. ปูติน ผู้นํารัสเซีย กล่าวตอบโต้ปธน.ทรัมป์หลังมีการเรียก รัสเซียว่าเป็น "เสือกระดาษ" พร้อมระบุว่า รัสเซียจะตอบโต้อย่างรวดเร็ว หากเห็นว่ายุโรปพยายามยั่วยุรัสเซีย
• ขณะที่นักลงทุนยังคงกังวลเกี่ยวกับภาวะ Shutdown สหรัฐ ทั้งนี้ วุฒิสภาสหรัฐได้พักการประชุมในวันพฤหัสบดีเนื่องในวัน Yom Kippur หรือที่เรียกว่า "วันชดใช้บาป" (Day of Atonement) ก่อนที่จะกลับมาเปิดการประชุมอีกครั้งในวันนี้ไปจนถึงสุดสัปดาห์เพื่อลง มติครั้งใหม่ต่อร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราว ซึ่งแนะนํานักลงทุนจับตาอย่างใกล้ชิด
คําแนะนํา
• วานนี้ ราคาทํา Higher High แต่ราคาเกิดสัญญาณ RSI Bearish Divergence ทั้งใน 1 และ 4 ชม.ต่อเนื่อง จึงเกิดการพักตัวอีกครั้ง สําหรับวันนี้ หากราคาผ่าน All Time High ล่าสุดที่ $3,895 ต้องระวังว่าการดีดตัวที่ผ่านมาจบแล้ว และราคากําลังจะเข้าสู่ชุดการพักตัวในดีกรี ใหญ่กว่า และการดีดในวันนี้อาจเป็นการดีดเพื่อพักตัวลงต่อ
• สําหรับกลยุทธ์การลงทุน ขายทํากําไรสถานะซื้อเมื่อคืนหากไม่ผ่าน $3,858-3,867 ผ่านได้ชะลอขายและขยับTrailing Stop มาที่ทุนเพื่อกันทุน
• เสี่ยงซื้ออีกครั้งหากราคาไม่หลุด $3,820-3,790 (ตัดขาดทุนหากหลุด $3,790 เพื่อถอยจุดซื้อไปยังแนวรับที่ต่ํากว่า)
บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 02-687-9888 กด 1 หรือเว็บไซต์ ylgbullion.co.th
