OpenAI Ads จะส่งผลกระทบต่อคู่แข่งอย่าง Google และ Meta อย่างไร?
Economic Highlight
ไฮไลท์สำคัญจะอยู่ที่ รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่าง ยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม และดัชนี ISM PMI ภาคการผลิตและภาคการบริการ รวมถึงถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด และเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) รวมถึงเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB)
|
ราคา |
ราคาปัจจุบัน |
แนวรับ |
แนวต้าน |
คาดการณ์แนวโน้ม |
|
32.25 |
31.85/32.00 |
32.30/32.50 |
Two-Way Risk *ระวังผันผวนสูง |
|
|
ทองคำ** (ดอลลาร์ต่อออนซ์) |
3,780 |
3,700/3,750 |
3,780/- |
Two-Way Risk *ระวังผันผวนสูง |
**ราคาทองคำ = Spot Gold price (XAUUSD)
FX Highlight
สัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทพลิกกลับมาอ่อนค่าลงบ้าง ตามการทยอยแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ หลังรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ส่วนใหญ่ออกมาสดใสและบรรดาเจ้าหน้าที่เฟดส่งสัญญาณระมัดระวังในการเดินหน้าลดดอกเบี้ย
ในส่วนเงินดอลลาร์นั้น เรามองว่า เงินดอลลาร์มีโอกาสแข็งค่าขึ้นต่อได้ หากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ทยอยออกมาสดใส ทำให้ ผู้เล่นในตลาดอาจปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด
นอกจากนี้ หากเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง ก็อาจเห็นการปรับลดสถานะ Short USD ของผู้เล่นในตลาด ในลักษณะ Stop Loss ได้ ซึ่งอาจยิ่งเร่งการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์
อย่างไรก็ดี เงินดอลลาร์ยังคงเผชิญความเสี่ยง Two-way risk หรือพร้อมปรับตัวได้ทั้งสองทิศทาง ขึ้นกับการปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยเฟด
ไฮไลท์สำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อเงินดอลลาร์ คือ รายงานข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ ซึ่งผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น ยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม (Nonfarm Payrolls)
อนึ่ง หากรัฐบาลสหรัฐฯ เผชิญภาวะ Government Shutdown ในวันที่ 1 ตุลาคม นี้ ก็อาจทำให้ การประกาศข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ถูกเลื่อนออกไปได้
นอกเหนือจากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม ถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด อย่างใกล้ชิด
เราประเมินว่า นอกเหนือจากแนวโน้มเงินดอลลาร์ แนวโน้มราคาทองคำและเงินหยวนจีน (CNY) ก็อาจส่งผลกระทบต่อเงินบาทได้
อย่างไรก็ดี ควรติดตามการออกมาตรการโดยธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อลดทอนผลกระทบจากราคาทองคำต่อเงินบาท ซึ่งในระยะหลัง ความสัมพันธ์ระหว่างเงินบาทกับราคาทองคำ ได้เริ่มเปลี่ยนไปบ้าง
ส่วนฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติ ยังมีความเสี่ยงเห็นแรงขายสินทรัพย์เพิ่มเติมได้บ้าง หลังจากสัปดาห์ก่อนนักลงทุนต่างชาติ เทขายบอนด์ไทยกว่า -1 หมื่นล้านบาท และหุ้นไทย -1.3 พันล้านบาท
ในเชิงเทคนิคัลนั้น เงินบาทจะยังอยู่ในแนวโน้มอ่อนค่าลง ตราบใดที่เงินบาท (USDTHB) ยังเคลื่อนไหวเหนือ โซน 32.00 บาทต่อดอลลาร์ เมื่อประเมินด้วยกลยุทธ์ Trend-Following
ทั้งนี้ แนวรับของเงินบาท (USDTHB) อยู่แถว 31.80 บาทต่อดอลลาร์ (แนวรับถัดไป 31.50-31.60 บาทต่อดอลลาร์) ส่วนโซนแนวต้านแรกจะอยู่ในช่วง 32.30 บาทต่อดอลลาร์ (แนวต้านถัดไป 32.50 บาทต่อดอลลาร์)
Gold Highlight
นับตั้งแต่ช่วง สัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาทองคำ (XAUUSD) เคลื่อนไหวในกรอบ Sideways โดยยังพอได้แรงหนุนบ้าง จากภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินโดยรวม และความเสี่ยงสหรัฐฯ อาจเผชิญ Government Shutdown ทว่า การปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟดผู้เล่นในตลาด ก็กดดันการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำ
ในช่วงระยะสั้น เราคงมุมมองเดิมว่า ราคาทองคำเผชิญความเสี่ยง Two-way risk และมีโอกาสปรับตัวลงได้บ้าง หากผู้เล่นในตลาดปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด ในกรณีที่ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาสดใส
ทั้งนี้ ในระยะสั้น ประเด็นสหรัฐฯ เสี่ยงเผชิญภาวะ Government Shutdown อาจยังพอหนุนราคาทองคำได้ แต่หากสถานการณ์ดังกล่าวคลึ่คลายลง ราคาทองคำก็เสี่ยงย่อตัวลงเช่นกัน
อย่างไรก็ดี ผู้เล่นในตลาดจะรอจังหวะราคาทองคำย่อตัวลง ในการทยอยเข้าซื้อ ท่ามกลางความกังวลการเข้าแทรกแซงเฟดจากฝั่งการเมืองสหรัฐฯ รวมถึงสถานการณ์ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งสงครามรัสเซีย-ยูเครน และความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ร้อนแรงขึ้น
ทั้งนี้ ในเชิงเทคนิคัล หากประเมินจากกลยุทธ์ Trend-Following ราคาทองคำ (XAUUSD) จะยังอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น หากสามารถปรับตัวขึ้นเหนือโซน 3,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้ต่อเนื่อง
โดยรวม เราประเมินว่า แม้โมเมนตัมการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำยังมีกำลังอยู่ แต่การปรับตัวขึ้นของราคาทองคำควรชะลอลงบ้าง และมีความเสี่ยงที่จะเห็นการย่อตัวลงของราคาทองคำ โดยเฉพาะ ถ้าตลาดปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟดลงบ้าง
ภายใต้แนวโน้มการเคลื่อนไหวของราคาทองคำดังกล่าว ทำให้เรามองว่า กลยุทธ์ที่น่าสนใจ คือ รอจังหวะ Buy on Dip (ไม่ควร ไล่ราคาซื้อ) สำหรับผู้เล่นที่ต้องการถือทองคำบ้างในพอร์ตการลงทุน 5%-10% เพื่อช่วยกระจายความเสี่ยง ส่วนผู้เล่นในตลาดที่มีสถานะลงทุนแล้ว ก็อาจ Let Profits Run หรืออาจพิจารณาขายทำกำไรออกมาบ้าง หากราคาทองคำปรับตัวลงแรง ทะลุโซน 3,685 ดอลลาร์ต่อออนซ์
Economics Highlight
|
สถานการณ์/เหตุการณ์สำคัญ |
ผลกระทบต่อ |
|
|
ค่าเงินบาท |
ราคาทองคำ |
|
|
ยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรมสหรัฐฯ ออกมาสูงกว่าคาด |
ปัจจัยลบ |
ปัจจัยลบ |
|
อัตราการว่างงานสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น แย่กว่าคาด |
ปัจจัยบวก |
ปัจจัยบวก |
|
ยอดตำแหน่งงานเปิดรับ (JOTLS Job Openings) ของสหรัฐฯ ลดลงต่อเนื่อง แย่กว่าคาด |
ปัจจัยบวก |
ปัจจัยบวก *หากเงินดอลลาร์ย่อตัวลง |
|
ดัชนี ISM PMI ภาคการผลิตและภาคการบริการของสหรัฐฯ เดือนกันยายน ปรับตัวลดลง แย่กว่าคาด |
ปัจจัยบวก |
ปัจจัยบวก *หากเงินดอลลาร์ย่อตัวลง |
|
ยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน (Jobless Claims) ของสหรัฐฯ ออกมาดีกว่าคาด |
ปัจจัยลบ |
ปัจจัยลบ *หากเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ปรับตัวขึ้น |
|
บรรดาเจ้าหน้าที่เฟด มองว่า เฟดอาจไม่จำเป็นต้องลดดอกเบี้ยหลายครั้งในปีหน้า |
ปัจจัยลบเล็กน้อย |
ปัจจัยลบเล็กน้อย |
|
บรรดาเจ้าหน้าที่ BOE และ ECB มองว่า ทั้ง BOE และ ECB อาจไม่จำเป็นต้องเร่งรีบลดดอกเบี้ย |
ปัจจัยบวกเล็กน้อย |
ปัจจัยบวกเล็กน้อย *หากเงินดอลลาร์ย่อตัวลง |
|
อัตราเงินเฟ้อ CPI ของยูโรโซน เดือนกันยายน ออกมาสูงกว่าคาด |
ปัจจัยบวกเล็กน้อย |
ปัจจัยบวกเล็กน้อย *หากเงินดอลลาร์ย่อตัวลง |
|
ยอดค้าปลีก Retail Sales ของญี่ปุ่น ปรับตัวสูงขึ้น ดีกว่าคาด |
ปัจจัยบวกเล็กน้อย |
ปัจจัยบวกเล็กน้อย *หากเงินดอลลาร์ย่อตัวลง |
|
ดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคการบริการของจีน ในเดือนกันยายน ปรับตัวลดลง แย่กว่าคาด |
ปัจจัยลบเล็กน้อย |
- |
|
ดัชนี PMI ภาคการผลิตของไทย ในเดือนกันยายน ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง |
ปัจจัยลบเล็กน้อย |
- |
Week Ahead Calendar
