ราคาทองพุ่งทะลุสถิติสูงสุดที่ $5,500/ออนซ์ จากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน
ราคาทองคําวันนี้ (22 ก.ย.) ปรับตัวขึ้นทําสถิติสูงสุดใหม่เหนือระดับ 3,710 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยได้รับแรงหนุนจากการคาด การณ์ว่าเฟดจะเดินหน้าผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติม หลังจากสัปดาห์ก่อนมีการปรับลดดอกเบี้ยครั้งแรกของปี และส่ง สัญญาณว่าจะดําเนินมาตรการผ่อนคลายต่อเนื่องเพื่อตอบรับตลาดแรงงานที่อ่อนแอ ตามข้อมูลจาก CME FedWatch Tool นักลงทุนให้น้ําหนักสูงถึง 93% ที่เฟดจะปรับลดดอกเบี้ยอีก 0.25% ในเดือนตุลาคม และ 81% สําหรับการประชุมเดือนธันวาคม ปัจจัยดังกล่าวช่วยเสริมแรงซื้อทองคําอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งนักวิเคราะห์จาก Reuters ระบุว่า “ทองคํากลับมาได้รับแรงสนับสนุน อีกครั้ง โดยนักลงทุนมุ่งไปที่โอกาสการปรับขึ้นของราคาในช่วงที่เหลือของปี อันเป็นผลจากการคาดการณ์การลดดอกเบี้ยของ เฟด และแรงซื้อจากธนาคารกลางซึ่งยังดําเนินต่อเนื่อง” นอกจากแรงหนุนจากดอกเบี้ยขาลงแล้ว ราคาทองยังได้รับอานิสงส์จาก ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งนี้ นักลงทุนควรจับตาถ้อยแถลงจากผู้กําหนด นโยบายเฟด ได้แก่ John Williams, Alberto Musalem, Thomas Barkin, Beth Hammack, Stephen Miran และรายอื่น ๆ รวมถึงการประกาศดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนกันยายนของสหภาพยุโรปในคืนนี้ ซึ่งอาจเป็นตัวแปรสําคัญที่กําหนดทิศทาง ของดอลลาร์และราคาทองคําในระยะถัดไป
คําแนะนํา
• สําหรับกลยุทธ์การลงทุน ขายทํากําไรหากไม่ผ่าน 3,737 ดอลลาร์ต่อออนซ์
• หากผ่านชะลอขายและขยับTrailing Stop มาที่ 3,678 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพื่อLock กําไร
• เสี่ยงซื้ออีกครั้งหากราคาไม่หลุด 3,685 ดอลลาร์ต่อออนซ์
• › หากหลุดให้ชะลอซื้อไปที่ 3,643-3,626 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และ ตัดขาดทุนหากหลุด 3,626 ดอลลาร์ต่อออนซ์
บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 02-687-9888 กด 1 หรือเว็บไซต์ ylgbullion.co.th
