OpenAI Ads จะส่งผลกระทบต่อคู่แข่งอย่าง Google และ Meta อย่างไร?
Economic Highlight
ไฮไลท์สำคัญจะอยู่ที่ ผลการประชุมบรรดาธนาคารกลางหลัก ทั้ง เฟด BOE และ BOJ รวมถึงพัฒนาการของสถานการณ์การเมืองฝรั่งเศสและญี่ปุ่น
|
ราคา |
ราคาปัจจุบัน |
แนวรับ |
แนวต้าน |
คาดการณ์แนวโน้ม |
|
31.75 |
31.30/31.50 |
31.85/32.00 |
Sideways Up *อาจมีจังหวะอ่อนค่าลงบ้าง |
|
|
ทองคำ** (ดอลลาร์ต่อออนซ์) |
3,640 |
3,550/3,600 |
3,675/- |
Sideways Down *ระวังความเสี่ยงย่อตัวลงบ้าง ขึ้นกับการปรับมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยเฟด |
FX Highlight
สัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทแข็งค่าทะลุโซนแนวรับ 32.00 บาทต่อดอลลาร์ ชัดเจน หลังเงินดอลลาร์ทยอยอ่อนค่าลงตามความมั่นใจของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด ส่วนราคาทองคำก็ทยอยปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง
ทว่า ในส่วนเงินดอลลาร์นั้น เรามองว่า เงินดอลลาร์ยังคงเผชิญ Two-way risk (พร้อมเคลื่อนไหวได้สองทิศทาง) และเงินดอลลาร์อาจรีบาวด์สูงขึ้น หากเฟดลดดอกเบี้ย 25bps ตามคาด แต่ Dot Plot ใหม่สะท้อนแนวโน้มการลดดอกเบี้ยที่น้อยกว่าคาด (6 ครั้ง จนถึงสิ้นปีหน้า)
อย่างไรก็ดี ต้องระวังความเสี่ยงที่เฟดอาจเร่งลดดอกเบี้ย 50bps ซึ่งอาจกดดันให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าลงต่อในระยะสั้น
นอกเหนือจากประเด็นแนวโน้มดอกเบี้ยเฟด เรามองว่า ผู้เล่นในตลาดจะรอจับตาสถานการณ์การเมืองฝรั่งเศสและญี่ปุ่น ที่อาจกดดันบรรดาสกุลเงินหลัก อย่าง เงินยูโร (EUR) และเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) ในระยะสั้นได้
ผู้เล่นในตลาดก็ไม่ได้ปรับเพิ่มสถานะ Net Short USD (มองเงินดอลลาร์อ่อนค่า) มากขึ้นอย่างชัดเจน แม้ว่า ผู้เล่นในตลาดจะมีการปรับเพิ่มความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด ทำให้เรามองว่า ความเสี่ยง Two-way risk ของเงินดอลลาร์ยังอยู่ ขึ้นกับการรับรู้ปัจจัยใหม่ๆ เพิ่มเติม
นอกเหนือจากแนวโน้มเงินดอลลาร์ เรามองว่า ควรจับตาแนวโน้มราคาทองคำและเงินหยวนจีน (CNY) ที่ยังคงมีผลต่อเงินบาท
เรากังวลว่า หากเฟดไม่ได้ส่งสัญญาณพร้อมลดดอกเบี้ยมากเท่ากับที่ตลาดคาด นอกจากเงินดอลลาร์จะรีบาวด์สูงขึ้น ราคาทองคำก็เสี่ยงปรับตัวลงแรง สร้างแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าเพิ่มเติมให้กับเงินบาทได้
นอกจากนี้ ควรติดตามการออกมาตรการโดยธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อลดทอนผลกระทบจากราคาทองคำต่อเงินบาท หลัง ธปท. ได้กล่าวถึงประเด็นดังกล่าวมากขึ้นในระยะหลัง
อนึ่ง เงินบาทเสี่ยงเผชิญ Two-Way risk ไม่ต่างกับเงินดอลลาร์ และอาจมีจังหวะอ่อนค่าลงบ้าง ตามการปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด
ในเชิงเทคนิคัลนั้น เงินบาทจะยังอยู่ในแนวโน้มแข็งค่า ตราบใดที่เงินบาท (USDTHB) ยังเคลื่อนไหวต่ำกว่า โซนแนวต้าน 32.00 บาทต่อดอลลาร์ เมื่อประเมินด้วยกลยุทธ์ Trend-Following
ทั้งนี้ แนวรับของเงินบาท (USDTHB) อยู่แถว 31.50 บาทต่อดอลลาร์ (แนวรับถัดไป 31.30 บาทต่อดอลลาร์) ส่วนโซนแนวต้านแรกจะอยู่ในช่วง 31.85 บาทต่อดอลลาร์ (แนวต้านถัดไป 32.00 บาทต่อดอลลาร์)
Gold Highlight
นับตั้งแต่ช่วง สัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาทองคำ (XAUUSD) ปรับตัวสูงขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ต่อเนื่อง สอดคล้องกับการปรับเพิ่มความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด โดยบรรดาผู้เล่นในตลาด ทว่า ราคาทองคำเริ่มเผชิญแรงขายทำกำไร กดดันให้ราคาทองคำกลับมาเคลื่อนไหว Sideways
ผู้เล่นในตลาดได้ปรับเพิ่มความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟดมาพอควรแล้ว ทำให้ ในช่วงระยะสั้น เรามองว่า ราคาทองคำก็เผชิญความเสี่ยง Two-way risk และมีโอกาสปรับตัวลงเร็ว แรง ได้ หากเฟดไม่ได้ส่งสัญญาณพร้อมลดดอกเบี้ย มากเท่ากับตลาดคาดหวัง ในการประชุม FOMC เดือนกันยายน นี้
ทั้งนี้ ในเชิงเทคนิคัล กราฟราคาทองคำ ได้ปรับตัวขึ้นทะลุแนวต้าน ในรูปแบบ Ascending Triangles ทำให้ราคาทองคำยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อ โดยมีเป้าหมายที่โซน 3,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้ หากการปรับตัวขึ้นดังกล่าวไม่ใช่ False Break out
อย่างไรก็ดี ความวุ่นวายของสถานการณ์การเมืองฝรั่งเศส และญี่ปุ่น รวมถึงความกังวลต่อเสถียรภาพการคลังของบรรดาประเทศเศรษฐกิจหลัก รวมถึงสถานการณ์ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งความขัดแย้งตะวันออกกลาง สงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่กลับมาร้อนแรงขึ้น อาจหนุนความต้องการถือครองทองคำได้
แม้ราคาทองคำอาจมีจังหวะย่อตัวลง แต่ผู้เล่นในตลาดต่างก็รอทยอยเข้าซื้อทองคำในจังหวะย่อตัว Buy on Dip ซึ่งอาจช่วยจำกัดการปรับฐานของราคาทองคำ (หากเกิดขึ้น)
หากประเมินจากกลยุทธ์ Trend-Following ราคาทองคำ (XAUUSD) จะยังอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น หากสามารถปรับตัวขึ้นเหนือโซน 3,580 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้ต่อเนื่อง
โดยรวม เราประเมินว่า แม้โมเมนตัมการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำยังมีกำลังอยู่ แต่การปรับตัวขึ้นของราคาทองคำควรชะลอลงบ้าง และมีความเสี่ยงที่จะเห็นการย่อตัวลงของราคาทองคำ โดยเฉพาะ ถ้าตลาดปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟดลงบ้าง
ภายใต้แนวโน้มการเคลื่อนไหวของราคาทองคำดังกล่าว ทำให้เรามองว่า กลยุทธ์ที่น่าสนใจ คือ รอจังหวะ Buy on Dip (ไม่ควร ไล่ราคาซื้อ) สำหรับผู้เล่นที่ต้องการถือทองคำบ้างในพอร์ตการลงทุน 5%-10% เพื่อช่วยกระจายความเสี่ยง ส่วนผู้เล่นในตลาดที่มีสถานะลงทุนแล้ว ก็อาจ Let Profits Run หรืออาจพิจารณาขายทำกำไรออกมาบ้าง หากราคาทองคำปรับตัวลงแรง ทะลุโซน 3,550 ดอลลาร์ต่อออนซ์
Economics Highlight
|
สถานการณ์/เหตุการณ์สำคัญ |
ผลกระทบต่อ |
|
|
ค่าเงินบาท |
ราคาทองคำ |
|
|
เฟดลดดอกเบี้ย 50bps มากกว่าคาด ส่วน Dot Plot สะท้อนการลดดอกเบี้ยตามที่ตลาดคาดหวัง |
ปัจจัยบวก |
ปัจจัยบวก |
|
เฟดลดดอกเบี้ย 25bps ตามคาด แต่ Dot Plot สะท้อนการลดดอกเบี้ย “น้อยกว่า” ที่ตลาดคาดหวัง |
ปัจจัยลบ |
ปัจจัยลบ |
|
ยอดค้าปลีกของสหรัฐฯ ขยายตัว ดีกว่าคาด |
ปัจจัยลบเล็กน้อย |
ปัจจัยลบเล็กน้อย |
|
ยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน (Jobless Claims) ของสหรัฐฯ ออกมาดีกว่าคาด |
ปัจจัยลบ |
ปัจจัยลบ *หากเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ปรับตัวขึ้น |
|
ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) คงดอกเบี้ยตามคาด แต่ส่งสัญญาณพร้อมปรับลดดอกเบี้ยเพิ่มเติม |
ปัจจัยลบเล็กน้อย |
ปัจจัยลบเล็กน้อย *หากเงินดอลลาร์ปรับตัวขึ้น |
|
ยอดการจ้างงานอังกฤษออกมาดีกว่าคาด |
ปัจจัยบวกเล็กน้อย |
ปัจจัยบวกเล็กน้อย *หากเงินดอลลาร์ย่อตัวลง |
|
อัตราเงินเฟ้อ CPI ของอังกฤษ ออกมาสูงกว่าคาด |
ปัจจัยบวกเล็กน้อย |
ปัจจัยบวกเล็กน้อย *หากเงินดอลลาร์ย่อตัวลง |
|
ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) คงดอกเบี้ยตามคาด แต่ส่งสัญญาณพร้อมปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม |
ปัจจัยบวกเล็กน้อย |
ปัจจัยบวกเล็กน้อย *หากเงินดอลลาร์ย่อตัวลง |
|
อัตราเงินเฟ้อ CPI ของญี่ปุ่น ออกมาสูงกว่าคาด |
ปัจจัยบวกเล็กน้อย |
ปัจจัยบวกเล็กน้อย *หากเงินดอลลาร์ย่อตัวลง |
|
รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญรายเดือนของจีน อาทิ ยอดค้าปลีก ออกมาสูงกว่าคาด |
ปัจจัยบวกเล็กน้อย |
- |
|
ยอดการส่งออกและนำเข้าของไทย ในเดือนสิงหาคม ขยายตัวต่อเนื่อง ดีกว่าคาด |
ปัจจัยบวกเล็กน้อย |
- |
Week Ahead Calendar
