OpenAI Ads จะส่งผลกระทบต่อคู่แข่งอย่าง Google และ Meta อย่างไร?
ระวังความผันผวนในสัปดาห์ แห่งการประชุมธนาคารกลางหลัก (เฟด, BOE และ BOJ)
▪ สัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้เล่นในตลาดยังคงมั่นใจว่า เฟดอาจลดดอกเบี้ยได้ราว 3 ครั้ง ในปีนี้ หลังรายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯ ไม่ได้เร่งตัวสูงขึ้น อีกทั้ง ยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานครั้งแรกยังพุ่งสูงขึ้น
▪ ควรระวังความผันผวนในช่วงตลาดรับรู้ ผลการประชุมธนาคารกลางหลัก ทั้ง เฟด, BOE และ BOJ พร้อมติดตามสถานการณ์การเมืองฝรั่งเศสและญี่ปุ่น
▪ เงินดอลลาร์อาจรีบาวด์สูงขึ้น หากเฟดลดดอกเบี้ย 25bps ตามคาด แต่ Dot Plot ใหม่สะท้อนแนวโน้มการลดดอกเบี้ยที่น้อยกว่าคาด (6 ครั้ง จนถึงสิ้นปีหน้า) ทว่าต้องระวังความเสี่ยงที่เฟดอาจเร่งลดดอกเบี้ย 50bps พร้อมจับตาสถานการณ์การเมืองฝรั่งเศสและญี่ปุ่น ในส่วนของค่าเงินบาท เงินบาทอาจเคลื่อนไหวไร้ทิศทาง ก่อนรับรู้ผลการประชุม FOMC และมีโอกาสพลิกกลับมาอ่อนค่าลงบ้าง หากเฟดไม่ได้ส่งสัญญาณพร้อมลดดอกเบี้ยมากเท่ากับที่ตลาดคาดหวัง ทั้งนี้ ควรจับตาแนวโน้มการปรับสถานะถือครองสินทรัพย์ไทยจากนักลงทุนต่างชาติ พร้อมจับตาทิศทางการเคลื่อนไหวของเงินหยวนจีน (CNY) และราคาทองคำ ซึ่งยังคงเป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อเงินบาทได้พอสมควร
▪ มองกรอบเงินบาทสัปดาห์นี้
31.35-32.10 บาท/ดอลลาร์
มุมมองเศรษฐกิจทั่วโลก
▪ ฝั่งสหรัฐฯ – ไฮไลท์สำคัญจะอยู่ที่ การประชุม FOMC เดือนกันยายน โดยเรามองว่า ข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ ในช่วงหลังที่ชะลอตัวลงมากขึ้น (แต่ยังไม่เลวร้ายนัก) จะเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ เฟดลดดอกเบี้ย 25bps สู่ระดับ 4.00-4.25% ทั้งนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น คาดการณ์เศรษฐกิจและอัตราดอกเบี้ยนโยบายใหม่ของเฟด โดยเฉพาะในส่วนของคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Dot Plot) ซึ่งอาจสะท้อนว่า บรรดาเจ้าหน้าที่เฟดส่วนใหญ่ต่างมองว่า เฟดอาจลดดอกเบี้ยราว 2 ครั้ง ในปีนี้ และเดินหน้าลดดอกเบี้ยอีก 2 ครั้ง ในปีหน้า ซึ่งน้อยกว่ามุมมองของผู้เล่นในตลาด ที่ล่าสุด มองว่า เฟดอาจลดดอกเบี้ยได้ราว 3 ครั้ง ในปีนี้ และอีก 3 ครั้ง ในปีหน้า ในส่วนของรายงานข้อมูลเศรษฐกิจ ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน (Jobless Claims) ยอดค้าปลีก (Retail Sales) และยอดผลผลิตอุตสาหกรรม (Industrial Production) เป็นต้น ซึ่งข้อมูลดังกล่าว อาจส่งผลกระทบต่อมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยเฟดได้พอสมควร
▪ ฝั่งยุโรป – ผู้เล่นในตลาดจะให้ความสนใจกับรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของอังกฤษ ทั้งข้อมูลตลาดแรงงาน อัตราเงินเฟ้อ CPI และยอดค้าปลีก (Retail Sales) เพื่อประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจและทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) โดยในส่วนของการประชุม BOE นั้น เรามองว่า BOE อาจยังคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 4.00% หลังอัตราเงินเฟ้อในช่วงหลังได้ทยอยปรับสูงขึ้น ส่วนตลาดแรงงานก็ไม่ได้ชะลอตัวลงชัดเจน ทว่า BOE ยังมีโอกาสทยอยลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมในช่วงสิ้นปี และครึ่งแรกของปีหน้า จบรอบการลดดอกเบี้ยที่ระดับ 3.25%
▪ ฝั่งเอเชีย – ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจจีนผ่านรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญรายเดือน อาทิ ยอดค้าปลีก (Retail Sales) ยอดผลผลิตอุตสาหกรรม (Industrial Production) รวมถึงราคาบ้าน (Home Prices) ในเดือนสิงหาคม ส่วนในฝั่งญี่ปุ่น ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI เดือนสิงหาคม พร้อมจับตาผลการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ซึ่งเรามองว่า BOJ อาจยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 0.50% ท่ามกลางความวุ่นวายของสถานการณ์การเมืองญี่ปุ่น ส่วนธนาคารกลางไต้หวัน (CBC) และธนาคารกลางอินโดนีเซีย (BI) ก็อาจคงดอกเบี้ยที่ระดับ 2.00% และ 5.00% ตามลำดับ เช่นกัน
▪ ฝั่งไทย – ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้นรายงานยอดการส่งออกและนำเข้า (Exports & Imports) ในเดือนสิงหาคม ซึ่งอาจสะท้อนการเติบโตของยอดการส่งออกที่ชะลอลงจากเดือนก่อนๆ
