ราคาทองพุ่งทะลุสถิติสูงสุดที่ $5,500/ออนซ์ จากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน
Highlight ปัจจัยสําคัญ
• วานนี้ ราคาปิดลบ $6.64 แต่ฟื้นตัวลดช่วงติดลบหลังจากลงไปทดสอบระดับต่ำสุดบริเวณ $3,614 โดยได้รับแรงหนุนจากข้อมูล แรงงานและตัวเลขเงินเฟ้อที่มีการเปิดเผยล่าสุดเป็นปัจจัยหนุนการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย ในการประชุมสัปดาห์หน้า
• เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี CPI ทั่วไป ปรับตัวขึ้น 0.4% ในเดือนส.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.3% จากระดับ 0.2% ใน เดือนก.ค. แต่เมื่อเทียบรายปีดัชนี CPI ทั่วไปออกมาสอดคล้องกับการคาดการณ์
• ขณะที่ตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก พุ่งขึ้นเกินคาด สู่ระดับ 263,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบเกือบ 4 ปีสะท้อนต้านแรงงานอ่อนแอลง
• ด้าน FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ําหนัก 92.7% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% และให้น้ําหนัก 7.3% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.50% ในการประชุมวันที่ 16-17 ก.ย.นี้ ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันดอลลาร์ และหนุนให้ทองคําฟื้นตัว จากระดับต่ําสุดในระหว่างวัน
คําแนะนํา
• วานนี้ ราคาพักตัวแต่ไม่หลุด $3,600 สะท้อนว่าราคายังโมเมนตัมในระยะสั้นได้ พร้อมกับมีแรงซื้อกลับหลังจาก RSI ใน Timeframe รายนาที เกิด Bullish Divergence สําหรับวันนี้ หากยืน $3,613 ได้ยังดีด แต่ต้องจับตาการดีด หากยังไม่สามารถทะลุ High เดิมบริเวณ $3,657-3,674 แสดงว่าการพักตัวอาจยังไม่จบ ผ่าน $3,674 ถึงจะ Confirm ว่าการพักตัวในช่วงที่ผ่านมาจบแล้ว
• สําหรับกลยุทธ์การลงทุน ขายทํากําไรหากไม่ผ่าน $3,643-3,657 ผ่าน $3,657 ชะลอขายและขยับTrailing Stopมาที่ $3,613 เพื่อLock กําไร
• รอเสี่ยงซื้ออีกครั้งหากราคาไม่หลุด $3,613 หลุด $3,613 ชะลอการเข้าซื้อไปที่ $3,600-3,578 (ตัดขาดทุนหากหลุด $3,578)
บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 02-687-9888 กด 1 หรือเว็บไซต์ ylgbullion.co.th
