ดอลล่าห์อ่อนค่าลุ้นลดดอกเบี้ยของเฟด ทองพุ่งอาจกดดันค่าเงินบาทอ่อนลง

เผยแพร่ 08/09/2025 12:20
อัพเดท 08/09/2025 12:20

Economic Highlight

ไฮไลท์สำคัญจะอยู่ที่ รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่าง อัตราเงินเฟ้อ CPI และดัชนีราคาผู้ผลิต ในเดือนสิงหาคม และพัฒนาการของสถานการณ์การเมืองไทย ฝรั่งเศสและญี่ปุ่น

 

 

ราคา

ราคาปัจจุบัน

แนวรับ

แนวต้าน

คาดการณ์แนวโน้ม

USDTHB

32.08

31.85/32.00

32.30/32.50

Sideways *อาจมีจังหวะอ่อนค่าลงบ้าง

ทองคำ**

(ดอลลาร์ต่อออนซ์)

3,586

3,450/3,500

3,600/-

Sideways *ระวังความเสี่ยงย่อตัวลงบ้าง ขึ้นกับการปรับมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยเฟด

**ราคาทองคำ = Spot Gold price (XAUUSD)

 

 

FX Highlight

สัปดาห์ที่ผ่านมา เงินดอลลาร์พลิกกลับมาอ่อนค่าลง หลังผู้เล่นในตลาดปรับเพิ่มความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด จากรายงานการจ้างงานสหรัฐฯ ล่าสุดที่ออกมาแย่กว่าคาดมาก

ทว่า ในส่วนเงินดอลลาร์นั้น เรามองว่า เงินดอลลาร์ยังคงเผชิญ Two-way risk (พร้อมเคลื่อนไหวได้สองทิศทาง) และมีโอกาสรีบาวด์ขึ้นบ้าง โดยเฉพาะในจังหวะที่ผู้เล่นในตลาดได้รับรู้แนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟดไปมากแล้ว

โดยล่าสุด ผู้เล่นในตลาดประเมินว่า เฟดมีโอกาส 75% ที่จะลดดอกเบี้ย 3 ครั้ง ในปีนี้ และอาจลดดอกเบี้ยราว 3 ครั้ง ในปีหน้า ทำให้ หากรายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI และดัชนีราคาผู้ผลิต PPI ของสหรัฐฯ ออกมาสูงกว่าคาด อาจทำให้ ผู้เล่นในตลาดปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟดลงบ้าง

นอกจากนี้ ความวุ่นวายของสถานการณ์การเมืองฝรั่งเศสและญี่ปุ่น อาจกดดันทั้งเงินยูโร (EUR) และเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) ในระยะสั้น หนุนเงินดอลลาร์ หรือ อย่างน้อยช่วยชะลอการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์บ้าง

ผู้เล่นในตลาดก็ไม่ได้ปรับเพิ่มสถานะ Net Short USD (มองเงินดอลลาร์อ่อนค่า) อย่างชัดเจน แม้ว่า ผู้เล่นในตลาดจะมีการปรับเพิ่มความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด ทำให้เรามองว่า ความเสี่ยง Two-way risk ของเงินดอลลาร์ยังอยู่ ขึ้นกับการรับรู้ปัจจัยใหม่ๆ เพิ่มเติม

 นอกเหนือจากแนวโน้มเงินดอลลาร์ เรามองว่า ควรจับตาแนวโน้มราคาทองคำและเงินหยวนจีน (CNY) ที่ยังคงมีผลต่อเงินบาท

โดยหากราคาทองคำพุ่งสูงขึ้น เร็ว แรง อาจเร่งให้เกิดพฤติกรรมไล่ราคาซื้อทองคำ กดดันให้เงินบาทอ่อนค่าลงได้ แทนที่จะหนุนการแข็งค่าขึ้นของเงินบาท เหมือนในช่วงก่อนหน้า

อนึ่ง เงินบาทเสี่ยงเผชิญ Two-Way risk ไม่ต่างกับเงินดอลลาร์ และอาจมีจังหวะอ่อนค่าลงบ้าง ตามการปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด

นอกจากนี้ ควรติดตามสถานการณ์การเมืองไทย ที่อาจส่งผลกระทบต่อบรรยากาศในตลาดการเงิน โดยความวุ่นวายของการเมืองไทย อาจกระทบต่อฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติและสร้างความผันผวนให้กับเงินบาทได้

ในเชิงเทคนิคัลนั้น เงินบาทจะยังอยู่ในแนวโน้มแข็งค่า ตราบใดที่เงินบาท (USDTHB) ยังเคลื่อนไหวต่ำกว่า โซนแนวต้าน 32.50 บาทต่อดอลลาร์ เมื่อประเมินด้วยกลยุทธ์ Trend-Following

 ทั้งนี้ แนวรับของเงินบาท (USDTHB) อยู่แถว 32.00 บาทต่อดอลลาร์ (แนวรับถัดไป 31.85 บาทต่อดอลลาร์) ส่วนโซนแนวต้านแรกจะอยู่ในช่วง 32.30 บาทต่อดอลลาร์ (แนวต้านถัดไป 32.50 บาทต่อดอลลาร์)

 

 

Gold Highlight

นับตั้งแต่ช่วง สัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาทองคำ (XAUUSD) ปรับตัวสูงขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ต่อเนื่อง เหนือความคาดหมายของเรา สอดคล้องกับการปรับเพิ่มความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด โดยบรรดาผู้เล่นในตลาด

อย่างไรก็ดี ผู้เล่นในตลาดได้ปรับเพิ่มความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟดมาพอควรแล้ว ทำให้ ในช่วงระยะสั้น เรามองว่า ราคาทองคำก็เผชิญความเสี่ยง Two-way risk และมีโอกาสปรับตัวลงเร็ว แรง ได้ หากผู้เล่นในตลาดปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด

ทั้งนี้ ในเชิงเทคนิคัล กราฟราคาทองคำ ได้ปรับตัวขึ้นทะลุแนวต้าน ในรูปแบบ Ascending Triangles ทำให้ราคาทองคำยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อ โดยมีเป้าหมายที่โซน 3,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้ หากการปรับตัวขึ้นดังกล่าวไม่ใช่ False Break out  

 เรามองว่า ในระยะสั้น ราคาทองคำอาจถูกกดดันบ้าง หากเงินดอลลาร์สามารถรีบาวด์ขึ้นบ้าง

อย่างไรก็ดี ความวุ่นวายของสถานการณ์การเมืองฝรั่งเศส และญี่ปุ่น รวมถึงความกังวลต่อเสถียรภาพการคลังของบรรดาประเทศเศรษฐกิจหลัก อาจยังหนุนความต้องการถือครองทองคำได้  

หากประเมินจากกลยุทธ์ Trend-Following ราคาทองคำ (XAUUSD) จะยังอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น หากสามารถปรับตัวขึ้นเหนือโซน 3,490 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้ต่อเนื่อง

โดยรวม เราประเมินว่า แม้โมเมนตัมการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำยังมีกำลังอยู่ แต่การปรับตัวขึ้นของราคาทองคำควรชะลอลงบ้าง และมีความเสี่ยงที่จะเห็นการย่อตัวลงของราคาทองคำ โดยเฉพาะ ถ้าตลาดปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟดลงบ้าง

ภายใต้แนวโน้มการเคลื่อนไหวของราคาทองคำดังกล่าว ทำให้เรามองว่า กลยุทธ์ที่น่าสนใจ คือ รอจังหวะ Buy on Dip (ไม่ควร ไล่ราคาซื้อ) สำหรับผู้เล่นที่ต้องการถือทองคำบ้างในพอร์ตการลงทุน 5%-10% เพื่อช่วยกระจายความเสี่ยง ส่วนผู้เล่นในตลาดที่มีสถานะลงทุนแล้ว ก็อาจ Let Profits Run หรืออาจพิจารณาขายทำกำไรออกมาบ้าง หากราคาทองคำปรับตัวลงแรง ทะลุโซน 3,450 ดอลลาร์ต่อออนซ์

 

 

 

 

 

Economics Highlight

สถานการณ์/เหตุการณ์สำคัญ

ผลกระทบต่อ

ค่าเงินบาท

ราคาทองคำ

อัตราเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง และสูงกว่าคาด

ปัจจัยลบ

ปัจจัยลบ

ดัชนีราคาผู้ผลิต PPI ของสหรัฐฯ ออกมาสูงกว่าคาด

ปัจจัยลบเล็กน้อย

ปัจจัยลบเล็กน้อย

อัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ของสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น

ปัจจัยลบเล็กน้อย

ปัจจัยลบเล็กน้อย

BLS มีการปรับปรุงข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ จนถึงช่วงเดือนมีนาคม 2025 ใหม่ สะท้อนว่า ตลาดแรงงานสหรัฐฯ มีการจ้างงานในอัตราที่ลดลงพอสมควร 

ปัจจัยบวกเล็กน้อย

ปัจจัยบวกเล็กน้อย *ตามการปรับตัวลดลงของเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ

ยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน (Jobless Claims) ของสหรัฐฯ ออกมาดีกว่าคาด

ปัจจัยลบ

ปัจจัยลบ *หากเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ปรับตัวขึ้น

ECB คงดอกเบี้ยตามคาด แต่ยังคงเปิดกว้างต่อการดำเนินนโยบายการเงินในอนาคต 

ปัจจัยลบเล็กน้อย

ปัจจัยลบเล็กน้อย *หากเงินดอลลาร์ปรับตัวขึ้น

นายกฯ ฝรั่งเศส ลาออก หลังพ่ายแพ้ในการโหวตมติไว้วางใจ เพิ่มความวุ่นวายต่อสถานการณ์การเมืองฝรั่งเศส

ปัจจัยลบเล็กน้อย

ปัจจัยลบเล็กน้อย *หากเงินดอลลาร์ปรับตัวขึ้น

นายกฯ ญี่ปุ่น ลาออก ทำให้ตลาดกังวลต่อสถานการณ์การเมืองญี่ปุ่น แนวโน้มเศรษฐกิจและทิศทางนโยบายการเงิน BOJ

ปัจจัยลบเล็กน้อย

ปัจจัยลบเล็กน้อย *หากเงินดอลลาร์ปรับตัวขึ้น

ยอดการส่งออกและนำเข้าของจีน ในเดือนสิงหาคม ขยายตัวต่อเนื่อง ดีกว่าคาด

ปัจจัยบวกเล็กน้อย

-

อัตราเงินเฟ้อ CPI และดัชนีราคาผู้ผลิต PPI ของจีน เดือนสิงหาคม ปรับตัวสูงขึ้น ดีกว่าคาด

ปัจจัยบวกเล็กน้อย

-

ความวุ่นวายของการเมืองไทย ลดลงบ้าง ผู้เล่นในตลาดมีความหวังต่อทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่

ปัจจัยบวกเล็กน้อย

-

 

 

 

 

 

Week Ahead Calendar

1234

ความคิดเห็นล่าสุด

การเปิดเผยความเสี่ยง: การซื้อขายตราสารทางการเงินและ/หรือเงินดิจิตอลจะมีความเสี่ยงสูงที่รวมถึงความเสี่ยงต่อการสูญเสียจำนวนเงินลงทุนของคุณบางส่วนหรือทั้งหมดและอาจไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทั้งหมด ราคาของเงินดิจิตอลแปรปรวนอย่างมากและอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เช่น เหตุการณ์ทางการเงิน กฎหมายกำกับดูแล หรือ เหตุการณ์ทางการเมือง การซื้อขายด้วยมาร์จินทำให้ความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มขึ้น
ก่อนการตัดสินใจซื้อขายตราสารทางการเงินหรือเงินดิจิตอล คุณควรตระหนักดีถึงความเสี่ยงและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายในตลาดการเงิน ควรพิจารณาศึกษาอย่างรอบคอบในด้านวัตถุประสงค์การลงทุน ระดับประสบการณ์ และ การยอมรับความเสี่ยงและแสวงหาคำแนะนำทางวิชาชีพหากจำเป็น
Fusion Media อยากเตือนความจำคุณว่าข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่แบบเรียลไทม์หรือเที่ยงตรงแม่นยำเสมอไป ข้อมูลและราคาที่แสดงไว้บนเว็บไซต์ไม่ใช่ข้อมูลที่ได้รับจากตลาดหรือตลาดหลักทรัพย์เสมอไปแต่อาจได้รับจากผู้ดูแลสภาพคล่องและดังนั้นราคาจึงอาจไม่เที่ยงตรงแม่นยำและอาจแตกต่างจากราคาจริงในตลาดซึ่งหมายความว่าราคานี้เป็นเพียงราคาชี้นำและไม่เหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการซื้อขาย Fusion Media และผู้ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้จะไม่รับผิดชอบใด ๆ สำหรับความเสียหายหรือการสูญเสียที่เป็นผลมาจากการซื้อขายของคุณหรือการพึ่งพาของคุณในข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้
ห้ามใช้ จัดเก็บ ทำซ้ำ แสดงผล ดัดแปลง ส่งผ่าน หรือ แจกจ่ายข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้โดยไม่ได้รับการอนุญาตล่วงหน้าอย่างชัดแจ้งแบบเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Fusion Media และ/หรือจากผู้ให้ข้อมูล ผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและ/หรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้
Fusion Media อาจได้รับผลตอบแทนจากผู้โฆษณาที่ปรากฎบนเว็บไซต์โดยอิงจากปฏิสัมพันธ์ของคุณที่มีกับโฆษณาหรือผู้โฆษณา
เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษของเอกสารฉบับนี้เป็นเวอร์ชั่นหลักซึ่งจะเป็นเวอร์ชั่นที่เหนือกว่าเมื่อใดก็ตามที่มีข้อขัดแย้งไม่สอดคล้องตรงกันระหว่างเอกสารเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษกับเอกสารเวอร์ชั่นภาษาไทย