OpenAI Ads จะส่งผลกระทบต่อคู่แข่งอย่าง Google และ Meta อย่างไร?
Economic Highlight
ไฮไลท์สำคัญจะอยู่ที่ รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่าง อัตราเงินเฟ้อ CPI และดัชนีราคาผู้ผลิต ในเดือนสิงหาคม และพัฒนาการของสถานการณ์การเมืองไทย ฝรั่งเศสและญี่ปุ่น
|
ราคา |
ราคาปัจจุบัน |
แนวรับ |
แนวต้าน |
คาดการณ์แนวโน้ม |
|
32.08 |
31.85/32.00 |
32.30/32.50 |
Sideways *อาจมีจังหวะอ่อนค่าลงบ้าง |
|
|
ทองคำ** (ดอลลาร์ต่อออนซ์) |
3,586 |
3,450/3,500 |
3,600/- |
Sideways *ระวังความเสี่ยงย่อตัวลงบ้าง ขึ้นกับการปรับมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยเฟด |
**ราคาทองคำ = Spot Gold price (XAUUSD)
FX Highlight
สัปดาห์ที่ผ่านมา เงินดอลลาร์พลิกกลับมาอ่อนค่าลง หลังผู้เล่นในตลาดปรับเพิ่มความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด จากรายงานการจ้างงานสหรัฐฯ ล่าสุดที่ออกมาแย่กว่าคาดมาก
ทว่า ในส่วนเงินดอลลาร์นั้น เรามองว่า เงินดอลลาร์ยังคงเผชิญ Two-way risk (พร้อมเคลื่อนไหวได้สองทิศทาง) และมีโอกาสรีบาวด์ขึ้นบ้าง โดยเฉพาะในจังหวะที่ผู้เล่นในตลาดได้รับรู้แนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟดไปมากแล้ว
โดยล่าสุด ผู้เล่นในตลาดประเมินว่า เฟดมีโอกาส 75% ที่จะลดดอกเบี้ย 3 ครั้ง ในปีนี้ และอาจลดดอกเบี้ยราว 3 ครั้ง ในปีหน้า ทำให้ หากรายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI และดัชนีราคาผู้ผลิต PPI ของสหรัฐฯ ออกมาสูงกว่าคาด อาจทำให้ ผู้เล่นในตลาดปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟดลงบ้าง
นอกจากนี้ ความวุ่นวายของสถานการณ์การเมืองฝรั่งเศสและญี่ปุ่น อาจกดดันทั้งเงินยูโร (EUR) และเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) ในระยะสั้น หนุนเงินดอลลาร์ หรือ อย่างน้อยช่วยชะลอการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์บ้าง
ผู้เล่นในตลาดก็ไม่ได้ปรับเพิ่มสถานะ Net Short USD (มองเงินดอลลาร์อ่อนค่า) อย่างชัดเจน แม้ว่า ผู้เล่นในตลาดจะมีการปรับเพิ่มความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด ทำให้เรามองว่า ความเสี่ยง Two-way risk ของเงินดอลลาร์ยังอยู่ ขึ้นกับการรับรู้ปัจจัยใหม่ๆ เพิ่มเติม
นอกเหนือจากแนวโน้มเงินดอลลาร์ เรามองว่า ควรจับตาแนวโน้มราคาทองคำและเงินหยวนจีน (CNY) ที่ยังคงมีผลต่อเงินบาท
โดยหากราคาทองคำพุ่งสูงขึ้น เร็ว แรง อาจเร่งให้เกิดพฤติกรรมไล่ราคาซื้อทองคำ กดดันให้เงินบาทอ่อนค่าลงได้ แทนที่จะหนุนการแข็งค่าขึ้นของเงินบาท เหมือนในช่วงก่อนหน้า
อนึ่ง เงินบาทเสี่ยงเผชิญ Two-Way risk ไม่ต่างกับเงินดอลลาร์ และอาจมีจังหวะอ่อนค่าลงบ้าง ตามการปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด
นอกจากนี้ ควรติดตามสถานการณ์การเมืองไทย ที่อาจส่งผลกระทบต่อบรรยากาศในตลาดการเงิน โดยความวุ่นวายของการเมืองไทย อาจกระทบต่อฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติและสร้างความผันผวนให้กับเงินบาทได้
ในเชิงเทคนิคัลนั้น เงินบาทจะยังอยู่ในแนวโน้มแข็งค่า ตราบใดที่เงินบาท (USDTHB) ยังเคลื่อนไหวต่ำกว่า โซนแนวต้าน 32.50 บาทต่อดอลลาร์ เมื่อประเมินด้วยกลยุทธ์ Trend-Following
ทั้งนี้ แนวรับของเงินบาท (USDTHB) อยู่แถว 32.00 บาทต่อดอลลาร์ (แนวรับถัดไป 31.85 บาทต่อดอลลาร์) ส่วนโซนแนวต้านแรกจะอยู่ในช่วง 32.30 บาทต่อดอลลาร์ (แนวต้านถัดไป 32.50 บาทต่อดอลลาร์)
Gold Highlight
นับตั้งแต่ช่วง สัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาทองคำ (XAUUSD) ปรับตัวสูงขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ต่อเนื่อง เหนือความคาดหมายของเรา สอดคล้องกับการปรับเพิ่มความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด โดยบรรดาผู้เล่นในตลาด
อย่างไรก็ดี ผู้เล่นในตลาดได้ปรับเพิ่มความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟดมาพอควรแล้ว ทำให้ ในช่วงระยะสั้น เรามองว่า ราคาทองคำก็เผชิญความเสี่ยง Two-way risk และมีโอกาสปรับตัวลงเร็ว แรง ได้ หากผู้เล่นในตลาดปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด
ทั้งนี้ ในเชิงเทคนิคัล กราฟราคาทองคำ ได้ปรับตัวขึ้นทะลุแนวต้าน ในรูปแบบ Ascending Triangles ทำให้ราคาทองคำยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อ โดยมีเป้าหมายที่โซน 3,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้ หากการปรับตัวขึ้นดังกล่าวไม่ใช่ False Break out
เรามองว่า ในระยะสั้น ราคาทองคำอาจถูกกดดันบ้าง หากเงินดอลลาร์สามารถรีบาวด์ขึ้นบ้าง
อย่างไรก็ดี ความวุ่นวายของสถานการณ์การเมืองฝรั่งเศส และญี่ปุ่น รวมถึงความกังวลต่อเสถียรภาพการคลังของบรรดาประเทศเศรษฐกิจหลัก อาจยังหนุนความต้องการถือครองทองคำได้
หากประเมินจากกลยุทธ์ Trend-Following ราคาทองคำ (XAUUSD) จะยังอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น หากสามารถปรับตัวขึ้นเหนือโซน 3,490 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้ต่อเนื่อง
โดยรวม เราประเมินว่า แม้โมเมนตัมการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำยังมีกำลังอยู่ แต่การปรับตัวขึ้นของราคาทองคำควรชะลอลงบ้าง และมีความเสี่ยงที่จะเห็นการย่อตัวลงของราคาทองคำ โดยเฉพาะ ถ้าตลาดปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟดลงบ้าง
ภายใต้แนวโน้มการเคลื่อนไหวของราคาทองคำดังกล่าว ทำให้เรามองว่า กลยุทธ์ที่น่าสนใจ คือ รอจังหวะ Buy on Dip (ไม่ควร ไล่ราคาซื้อ) สำหรับผู้เล่นที่ต้องการถือทองคำบ้างในพอร์ตการลงทุน 5%-10% เพื่อช่วยกระจายความเสี่ยง ส่วนผู้เล่นในตลาดที่มีสถานะลงทุนแล้ว ก็อาจ Let Profits Run หรืออาจพิจารณาขายทำกำไรออกมาบ้าง หากราคาทองคำปรับตัวลงแรง ทะลุโซน 3,450 ดอลลาร์ต่อออนซ์
Economics Highlight
|
สถานการณ์/เหตุการณ์สำคัญ |
ผลกระทบต่อ |
|
|
ค่าเงินบาท |
ราคาทองคำ |
|
|
อัตราเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง และสูงกว่าคาด |
ปัจจัยลบ |
ปัจจัยลบ |
|
ดัชนีราคาผู้ผลิต PPI ของสหรัฐฯ ออกมาสูงกว่าคาด |
ปัจจัยลบเล็กน้อย |
ปัจจัยลบเล็กน้อย |
|
อัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ของสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น |
ปัจจัยลบเล็กน้อย |
ปัจจัยลบเล็กน้อย |
|
BLS มีการปรับปรุงข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ จนถึงช่วงเดือนมีนาคม 2025 ใหม่ สะท้อนว่า ตลาดแรงงานสหรัฐฯ มีการจ้างงานในอัตราที่ลดลงพอสมควร |
ปัจจัยบวกเล็กน้อย |
ปัจจัยบวกเล็กน้อย *ตามการปรับตัวลดลงของเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ |
|
ยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน (Jobless Claims) ของสหรัฐฯ ออกมาดีกว่าคาด |
ปัจจัยลบ |
ปัจจัยลบ *หากเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ปรับตัวขึ้น |
|
ECB คงดอกเบี้ยตามคาด แต่ยังคงเปิดกว้างต่อการดำเนินนโยบายการเงินในอนาคต |
ปัจจัยลบเล็กน้อย |
ปัจจัยลบเล็กน้อย *หากเงินดอลลาร์ปรับตัวขึ้น |
|
นายกฯ ฝรั่งเศส ลาออก หลังพ่ายแพ้ในการโหวตมติไว้วางใจ เพิ่มความวุ่นวายต่อสถานการณ์การเมืองฝรั่งเศส |
ปัจจัยลบเล็กน้อย |
ปัจจัยลบเล็กน้อย *หากเงินดอลลาร์ปรับตัวขึ้น |
|
นายกฯ ญี่ปุ่น ลาออก ทำให้ตลาดกังวลต่อสถานการณ์การเมืองญี่ปุ่น แนวโน้มเศรษฐกิจและทิศทางนโยบายการเงิน BOJ |
ปัจจัยลบเล็กน้อย |
ปัจจัยลบเล็กน้อย *หากเงินดอลลาร์ปรับตัวขึ้น |
|
ยอดการส่งออกและนำเข้าของจีน ในเดือนสิงหาคม ขยายตัวต่อเนื่อง ดีกว่าคาด |
ปัจจัยบวกเล็กน้อย |
- |
|
อัตราเงินเฟ้อ CPI และดัชนีราคาผู้ผลิต PPI ของจีน เดือนสิงหาคม ปรับตัวสูงขึ้น ดีกว่าคาด |
ปัจจัยบวกเล็กน้อย |
- |
|
ความวุ่นวายของการเมืองไทย ลดลงบ้าง ผู้เล่นในตลาดมีความหวังต่อทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่ |
ปัจจัยบวกเล็กน้อย |
- |
Week Ahead Calendar
