ทองโลกทำจุดสูงสุดในรอบสัปดาห์ ใกล้แตะ 3400 ดอลลาร์หนุนราคาทองแท่งในประเทศ

เผยแพร่ 06/08/2025 10:28

ข่าวสารประจำวัน                                                                                            
ทองโลกทำจุดสูงสุดในรอบ 1 สัปดาห์ ปิดบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 4 ล่าสุดปิดบวกเพิ่มขึ้นจากวันก่อนอีก7 ดอลลาร์ ปิดตลาดที่ระดับ 3,380 ดอลลาร์ หนุนราคาทองแท่งทะลุบาทละ 51,700 บาท ในวันอังคาร (5 ส.ค.) โดยตลาดยังได้แรงหนุน หลังสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง จากการที่สหรัฐฯ เปิดเผยดัชนีภาคบริการชะลอตัวลง จากผลกระทบจากการลดลงของคำสั่งซื้อใหม่ และการจ้างงานที่หดตัว ขณะที่ธุรกิจต่างๆ ระบุว่ามาตรการภาษีการค้ากำลังผลักดันให้ต้นทุนสูงขึ้น นอกจากนี้ดอลลาร์ยังถูกกดดันจากการที่เฟดมีแนวโน้มปรับลดอัตราดอกเบี้ย 2-3 ครั้งภายในสิ้นปีนี้ จากการที่ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรที่ต่ำกว่าคาด ซึ่งส่งผลให้ปธน.ทรัมป์สั่งปลด ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐ โดยกล่าวหาว่าปลอมแปลงตัวเลขการจ้างงาน ขณะที่นักลงทุนจับตาการตัดสินใจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการแต่งตั้งสมาชิกคณะผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) คนใหม่ แทนเอเดรียนา คูเกลอร์ รวมถึงสงครามการค้าหลังทรัมป์ขู่ขึ้นภาษี “อินเดีย” ครั้งใหญ่
และเตรียมขึ้นภาษียาและเซมิคอนดักเตอร์รอบใหม่

ข้อมูลเทคนิค (Technical Analysis)
ราคาทองคำโลกยังคงเคลื่อนไหวในแนวโน้มขาขึ้น (Bullish Trend) ในระยะกลางถึงยาว ส่วนกราฟราย 4 ชั่วโมงที่สะท้อนภาพรวมตลาดระยะสั้น แสดงให้เห็นว่ากราฟแท่งเทียนกลับมาเคลื่อนไหวเหนือกลุ่มเส้นค่าเฉลี่ยทั้งหมดและยังสามารถปิดตลาดเหนือ 3,350ดอลลาร์ ทำให้กลยุทธฝั่งซื้อ ยังได้เปรียบตลาดโดยมีเป้าขายที่ระดับ 3,390-3,435 ดอลลาร์( 51,750-52,200บาท สำหรับราคารับซื้อคืนทองคำแท่ง) พอถึงโซนดังกล่าวอาจพิจารณาแบ่งขายทำกำไรบางส่วน เนื่องจากตลาดมีแรงซื้อต่อเนื่องมาหลายวันจนทำให้เกิดสัญญาณ ซื้อมาก(Overbought) ตลาดอาจเผชิญแรงขายลงมาก่อน ผู้ไม่มีสถานะรอซื้อแถวโซน 3,350-3,330 ดอลลาร์ ( 51,450-52,250บาท สำหรับราคารับซื้อคืนทองคำแท่ง)



ทองโลก (Gold Spot):  
แนวรับ  
 3,365/3,350/3,330 ดอลลาร์ต่อออนซ์
แนวต้าน 3,390/3,405/3,415 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ทองคำทองคำแท่งน้ำหนัก 1 บาท 96.5%:   
แนวรับ 
 51,600/51,450/51,250บาท
แนวต้าน
51,700/51,850/52,000บาท
หมายเหตุ ราคาทองไทยเป็นราคาโดยประมาณซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามทิศทางค่าเงิน

อัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯล่าสุด

ดอกเบี้ยสหรัฐล่าสุดอยู่ที่ระดับ 4.25-4.50%

บทวิเคราะห์ข้างต้นจัดทำขึ้นสำหรับกลุ่มลูกค้าของบริษัทฯเท่านั้น บริษัทฯไม่ได้มีส่วนรับผิดชอบใดๆ ต่อการวิเคราะห์ข้างต้น การลงทุนมีความเสี่ยงโปรดใช้วิจารณญาณในการลงทุนด้วยตัวของท่านเอง บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นโดย Ausiris Intelligence Dept. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 0-2613 -0820 หรือทางเว็บไซต์ www.ausiris.co.th 










ความคิดเห็นล่าสุด

การเปิดเผยความเสี่ยง: การซื้อขายตราสารทางการเงินและ/หรือเงินดิจิตอลจะมีความเสี่ยงสูงที่รวมถึงความเสี่ยงต่อการสูญเสียจำนวนเงินลงทุนของคุณบางส่วนหรือทั้งหมดและอาจไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทั้งหมด ราคาของเงินดิจิตอลแปรปรวนอย่างมากและอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เช่น เหตุการณ์ทางการเงิน กฎหมายกำกับดูแล หรือ เหตุการณ์ทางการเมือง การซื้อขายด้วยมาร์จินทำให้ความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มขึ้น
ก่อนการตัดสินใจซื้อขายตราสารทางการเงินหรือเงินดิจิตอล คุณควรตระหนักดีถึงความเสี่ยงและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายในตลาดการเงิน ควรพิจารณาศึกษาอย่างรอบคอบในด้านวัตถุประสงค์การลงทุน ระดับประสบการณ์ และ การยอมรับความเสี่ยงและแสวงหาคำแนะนำทางวิชาชีพหากจำเป็น
Fusion Media อยากเตือนความจำคุณว่าข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่แบบเรียลไทม์หรือเที่ยงตรงแม่นยำเสมอไป ข้อมูลและราคาที่แสดงไว้บนเว็บไซต์ไม่ใช่ข้อมูลที่ได้รับจากตลาดหรือตลาดหลักทรัพย์เสมอไปแต่อาจได้รับจากผู้ดูแลสภาพคล่องและดังนั้นราคาจึงอาจไม่เที่ยงตรงแม่นยำและอาจแตกต่างจากราคาจริงในตลาดซึ่งหมายความว่าราคานี้เป็นเพียงราคาชี้นำและไม่เหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการซื้อขาย Fusion Media และผู้ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้จะไม่รับผิดชอบใด ๆ สำหรับความเสียหายหรือการสูญเสียที่เป็นผลมาจากการซื้อขายของคุณหรือการพึ่งพาของคุณในข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้
ห้ามใช้ จัดเก็บ ทำซ้ำ แสดงผล ดัดแปลง ส่งผ่าน หรือ แจกจ่ายข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้โดยไม่ได้รับการอนุญาตล่วงหน้าอย่างชัดแจ้งแบบเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Fusion Media และ/หรือจากผู้ให้ข้อมูล ผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและ/หรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้
Fusion Media อาจได้รับผลตอบแทนจากผู้โฆษณาที่ปรากฎบนเว็บไซต์โดยอิงจากปฏิสัมพันธ์ของคุณที่มีกับโฆษณาหรือผู้โฆษณา
เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษของเอกสารฉบับนี้เป็นเวอร์ชั่นหลักซึ่งจะเป็นเวอร์ชั่นที่เหนือกว่าเมื่อใดก็ตามที่มีข้อขัดแย้งไม่สอดคล้องตรงกันระหว่างเอกสารเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษกับเอกสารเวอร์ชั่นภาษาไทย