จับตา รายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI สหรัฐฯ และเตรียมรับมือตลาดการเงินผันผวน

เผยแพร่ 08/04/2025 08:46

จับตา รายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI สหรัฐฯ และเตรียมรับมือตลาดการเงินผันผวนสูงจากนโยบายการค้าสหรัฐฯ

  • สัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาททยอยอ่อนค่าลง ท่ามกลางความกังวลผลกระทบจากนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ และผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว อีกทั้ง ราคาทองคำก็ปรับตัวลดลง เข้าสู่ช่วงการพักฐาน
  • ควรจับตารายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ อย่าง อัตราเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯ พร้อมจับตา แนวโน้มการดำเนินนโยบายการค้าของสหรัฐฯ
  • เงินดอลลาร์เสี่ยงผันผวนสูงในลักษณะ “Two-Way Volatility” ขึ้นกับแนวโน้มการดำเนินนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ที่จะส่งผลกระทบต่อบรรยากาศในตลาดการเงิน และมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยเฟด นอกจากนี้ ต้องรอลุ้นรายงานข้อมูลอัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ รวมถึงอัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ที่จะกระทบต่อทิศทางเงินดอลลาร์ได้ ในส่วนของค่าเงินบาท เรามองว่า เงินบาทยังคงเสี่ยงทยอยอ่อนค่าลง บนความผันผวนที่สูงขึ้น จนกว่าตลาดจะคลายกังวลแนวโน้มการดำเนินนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ หรือราคาทองคำหยุดปรับตัวลดลงและทยอยรีบาวด์ขึ้น ขณะที่ ฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติในระยะสั้นอาจยังคงเห็นแรงขายสินทรัพย์เสี่ยง อย่าง หุ้นไทย ควบคู่การทยอยเข้าซื้อบอนด์ระยะยาวของไทย
  • มองกรอบเงินบาทสัปดาห์นี้
    34.20-35.00
    บาท/ดอลลาร์

มุมมองเศรษฐกิจทั่วโลก

  • ฝั่งสหรัฐฯไฮไลท์สำคัญจะอยู่ที่รายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI และดัชนีราคาผู้ผลิต PPI เดือนมีนาคม นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอจับตา รายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (U of Michigan Consumer Sentiment) ในเดือนเมษายน ซึ่งอาจปรับตัวลดลงต่อเนื่อง ขณะที่อัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ (Inflation Expectations) ระยะสั้นและระยะยาว ในรายงานเดียวกันนั้น ก็อาจปรับตัวสูงขึ้น ท่ามกลางความกังวลผลกระทบของนโยบายกีดกันทางการค้าของรัฐบาลสหรัฐฯ นอกเหนือจากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจดังกล่าว ผู้เล่นในตลาดจะรอจับตาถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด และที่สำคัญ ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับบรรดาประเทศคู่ค้าต่างๆ รวมถึงแนวโน้มการดำเนินนโยบายการค้า (จะมีการประกาศชะลอขึ้นภาษีนำเข้าตอบโต้ Reciprocal Tariffs หรือไม่?) หลังรัฐบาลสหรัฐฯ ได้เดินหน้านโยบายการค้าที่มีความรุนแรงมากกว่าคาดในสัปดาห์ที่ผ่านมา
  • ฝั่งยุโรปบรรดาผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของทั้งธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) ผ่านถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ BOE และ ECB โดยล่าสุด ผู้เล่นในตลาดคาดว่า ECB อาจลดดอกเบี้ย ได้อีกราว 3 ครั้ง ในปีนี้ และมองว่า BOE มีโอกาสราว 79% ที่จะเดินหน้าลดดอกเบี้ย เพิ่มเติมราว 3 ครั้ง ในปีนี้ ในส่วนของรายงานข้อมูลเศรษฐกิจผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม ยอดผลการผลิตภาคอุตสาหกรรม (Industrial Production) ของอังกฤษ ในเดือนกุมภาพันธ์  
  • ฝั่งเอเชียผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนผ่านรายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI และดัชนีราคาผู้ผลิต PPI เดือนมีนาคม ในส่วนของนโยบายการเงิน บรรดานักวิเคราะห์ต่างประเมินว่า ความกังวลผลกระทบจากการดำเนินนโยบายกีดกันทางการค้าของรัฐบาล Trump 2.0 แนวโน้มการชะลอลงของทั้งกิจกรรมทางเศรษฐกิจและอัตรเงินเฟ้อ อาจเปิดโอกาสให้บรรดาธนาคารกลางในเอเชียใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากขึ้น โดย ธนาคารกลางนิวซีแลนด์ (RBNZ) ธนาคารกลางฟิลิปปินส์ (BSP) และธนาคารกลางอินเดีย (RBI) อาจลดดอกเบี้ยนโยบาย 25bps สู่ระดับ 3.50%, 5.50% และ 6.00% ตามลำดับ 
  • ฝั่งไทยรายงานข้อมูลเศรษฐกิจที่น่าสนใจจะอยู่ที่ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (Consumer Confidence) เดือนมีนาคม สำหรับ แนวโน้มเงินบาท นั้น เรายังคงมุมมองเดิมว่า เงินบาทเสี่ยงทยอยอ่อนค่าลง จนกว่า ตลาดจะคลายกังวลแนวโน้มการดำเนินนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ อย่างไรก็ดี ความผันผวนของเงินบาทอาจอยู่ในระดับที่สูงขึ้นจากช่วงก่อนหน้า จากความไม่แน่นอนของการดำเนินนโยบายการค้าของรัฐบาลสหรัฐฯ รวมถึง ความผันผวนของบรรดาสินทรัพย์ที่ส่งผลกระทบต่อเงินบาทพอสมควร อย่าง ราคาทองคำ อนึ่ง เรายังคงมั่นใจ ว่า เงินบาทยังอยู่ในแนวโน้มการอ่อนค่า ตราบใดที่เงินบาทยังคงเคลื่อนไหวเหนือโซน 34.00-34.10 บาทต่อดอลลาร์ เมื่อประเมินด้วยกลยุทธ์ Trend-Following ทั้งนี้ การอ่อนค่าของเงินบาทอาจถูกชะลอลงได้บ้าง โดยเงินบาทมีโซนแนวต้านแถว 34.75 บาทต่อดอลลาร์ (แนวต้านถัดไป 35.00 บาทต่อดอลลาร์) ขณะที่โซนแนวรับจะอยู่ในช่วง 34.40-34.50 บาทต่อดอลลาร์ (แนวรับถัดไป 34.00 บาทต่อดอลลาร์)

ความคิดเห็นล่าสุด

การเปิดเผยความเสี่ยง: การซื้อขายตราสารทางการเงินและ/หรือเงินดิจิตอลจะมีความเสี่ยงสูงที่รวมถึงความเสี่ยงต่อการสูญเสียจำนวนเงินลงทุนของคุณบางส่วนหรือทั้งหมดและอาจไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทั้งหมด ราคาของเงินดิจิตอลแปรปรวนอย่างมากและอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เช่น เหตุการณ์ทางการเงิน กฎหมายกำกับดูแล หรือ เหตุการณ์ทางการเมือง การซื้อขายด้วยมาร์จินทำให้ความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มขึ้น
ก่อนการตัดสินใจซื้อขายตราสารทางการเงินหรือเงินดิจิตอล คุณควรตระหนักดีถึงความเสี่ยงและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายในตลาดการเงิน ควรพิจารณาศึกษาอย่างรอบคอบในด้านวัตถุประสงค์การลงทุน ระดับประสบการณ์ และ การยอมรับความเสี่ยงและแสวงหาคำแนะนำทางวิชาชีพหากจำเป็น
Fusion Media อยากเตือนความจำคุณว่าข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่แบบเรียลไทม์หรือเที่ยงตรงแม่นยำเสมอไป ข้อมูลและราคาที่แสดงไว้บนเว็บไซต์ไม่ใช่ข้อมูลที่ได้รับจากตลาดหรือตลาดหลักทรัพย์เสมอไปแต่อาจได้รับจากผู้ดูแลสภาพคล่องและดังนั้นราคาจึงอาจไม่เที่ยงตรงแม่นยำและอาจแตกต่างจากราคาจริงในตลาดซึ่งหมายความว่าราคานี้เป็นเพียงราคาชี้นำและไม่เหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการซื้อขาย Fusion Media และผู้ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้จะไม่รับผิดชอบใด ๆ สำหรับความเสียหายหรือการสูญเสียที่เป็นผลมาจากการซื้อขายของคุณหรือการพึ่งพาของคุณในข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้
ห้ามใช้ จัดเก็บ ทำซ้ำ แสดงผล ดัดแปลง ส่งผ่าน หรือ แจกจ่ายข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้โดยไม่ได้รับการอนุญาตล่วงหน้าอย่างชัดแจ้งแบบเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Fusion Media และ/หรือจากผู้ให้ข้อมูล ผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและ/หรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้
Fusion Media อาจได้รับผลตอบแทนจากผู้โฆษณาที่ปรากฎบนเว็บไซต์โดยอิงจากปฏิสัมพันธ์ของคุณที่มีกับโฆษณาหรือผู้โฆษณา
เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษของเอกสารฉบับนี้เป็นเวอร์ชั่นหลักซึ่งจะเป็นเวอร์ชั่นที่เหนือกว่าเมื่อใดก็ตามที่มีข้อขัดแย้งไม่สอดคล้องตรงกันระหว่างเอกสารเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษกับเอกสารเวอร์ชั่นภาษาไทย