จับตาดัชนี PMI และอัตราเงินเฟ้อ PCE สหรัฐฯ พร้อมติดตามสถานการณ์การเมืองไทย

เผยแพร่ 24/03/2025 09:26

จับตาดัชนี PMI ของบรรดาเศรษฐกิจหลัก และอัตราเงินเฟ้อ PCE สหรัฐฯ พร้อมติดตามสถานการณ์การเมืองไทย

  • สัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทพลิกอ่อนค่าลง ตามการรีบาวด์ขึ้นของเงินดอลลาร์ ท่ามกลางความกังวลนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ อีกทั้งราคาทองคำก็เผชิญแรงขายต่อเนื่องในช่วงท้ายสัปดาห์
  • ควรจับตารายงานดัชนี PMI จากฝั่งสหรัฐฯ ยุโรป และญี่ปุ่น พร้อมรอลุ้น รายงานอัตราเงินเฟ้อ PCE ของสหรัฐฯ และควรระวัง ความเสี่ยงการเมืองของไทย จากการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี
  • เงินดอลลาร์อาจพอได้แรงหนุนบ้าง จากความกังวลแนวโน้มนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ และแรงขายทำกำไรบรรดาสกุลเงินหลัก โดยเฉพาะเงินยูโร (EUR) ที่แข็งค่าพอสมควรในช่วงที่ผ่านมา ทว่าเงินดอลลาร์อาจเผชิญแรงกดดันได้ หากผู้เล่นในตลาดยังคงกังวลแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในส่วนของค่าเงินบาท เรามองว่า เงินบาทเสี่ยงอ่อนค่าลงบ้าง ในลักษณะค่อยเป็นค่อยไป โดยต้องจับตาทิศทางเงินดอลลาร์ รวมถึงราคาทองคำที่อาจอยู่ในช่วงพักฐาน (อาจกดดันเงินบาท) ขณะที่ ฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะในส่วนตลาดหุ้นไทย ยังมีความไม่แน่นอนอยู่สูง ซึ่งต้องจับตาสถานการณ์การเมืองของไทย หลังการอภิปรายไม่ไว้ว่างใจนายกฯ ที่จะถึงนี้  
  • มองกรอบเงินบาทสัปดาห์นี้
    33.50-34.25
    บาท/ดอลลาร์

มุมมองเศรษฐกิจทั่วโลก

  • ฝั่งสหรัฐฯแม้ว่าไฮไลท์สำคัญจะอยู่ที่รายงานอัตราเงินเฟ้อ PCE ในเดือนกุมภาพันธ์ ทว่าหลังจากที่เฟดได้ปรับคาดการณ์เศรษฐกิจล่าสุดในการประชุม FOMC เดือนมีนาคม ซึ่งเฟดได้ปรับลดคาดการณ์อัตราการเติบโตเศรษฐกิจ ทำให้เรามองว่า ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้นรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญที่จะช่วยสะท้อนแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่าง ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตอุตสาหกรรมและภาคการบริการ โดย S&P Global (Manufacturing & Services PMIs) เดือนมีนาคม รวมถึงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดย Conference Board (Consumer Confidence) ในเดือนมีนาคม พร้อมกันนั้น ผู้เล่นในตลาดจะรอจับตาถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด หลังล่าสุด คาดการณ์แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Dot Plot) ยังคงสะท้อนว่าเฟดอาจลดดอกเบี้ยได้ราว 2 ครั้ง ในปีนี้ และเดินหน้าลดดอกเบี้ยอีก 2 ครั้ง ในปีหน้า ทว่า Dot Plot ใหม่ก็ดูมีความ “Hawkish” มากขึ้น สะท้อนจากจำนวนเจ้าหน้าที่เฟดหลายท่านเปลี่ยนใจสนับสนุนให้เฟดชะลอการปรับลดดอกเบี้ย (ลดดอกเบี้ย 1 ครั้ง ในปีนี้ หรือ คงดอกเบี้ยทั้งปี)
  • ฝั่งยุโรปบรรดาผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของทั้งธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) ผ่านรายงานข้อมูลเศรษฐกิจ อย่าง ดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคการบริการ (Manufacturing & Services PMIs) เดือนมีนาคม ของยูโรโซนและอังกฤษ ดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจของเยอรมนีและยูโรโซน (IFO Business Climate) เดือนมีนาคม รวมถึงรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของอังกฤษ อย่าง อัตราเงินเฟ้อ CPI และยอดค้าปลีก (Retail Sales) เดือนกุมภาพันธ์ พร้อมกันนั้น ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ ECB เพื่อประกอบการประเมินแนวโน้มการปรับดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งล่าสุด ผู้เล่นในตลาดคาดว่า ECB อาจลดดอกเบี้ย ได้อีกราว 2 ครั้ง ในปีนี้ เช่นเดียวกันกับมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการปรับดอกเบี้ยของ BOE
  • ฝั่งเอเชียผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจญี่ปุ่นผ่าน รายงานดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคการบริการ (Manufacturing & Services PMIs) เดือนมีนาคม รวมถึงรายงานอัตราเงินเฟ้อของกรุงโตเกียว (Tokyo CPI) เดือนมีนาคม ซึ่งอาจยังคงสะท้อนว่าอัตราเงินเฟ้อยังมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูงกว่าเป้าหมาย 2% ของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เปิดโอกาสให้ BOJ ทยอยเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยได้ ล่าสุด ผู้เล่นในตลาดมองว่า BOJ มีโอกาสราว 34% ที่จะขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้ง ในปีนี้ 
  • ฝั่งไทยผู้เล่นในตลาดจะรอจับตาประเด็นการเมือง ซึ่งจะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ (No-Confidence Motion) นายกฯ โดยต้องจับตาเสถียรภาพทางการเมืองและความสัมพันธ์ระหว่างบรรดาพรรคร่วมรัฐบาลหลังการอภิปรายครั้งนี้ ในส่วนรายงานข้อมูลเศรษฐกิจ ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้นรายงานข้อมูลการผลิต ทั้งดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) และอัตราการใช้กำลังการผลิต (Capacity Utilization) ในเดือนกุมภาพันธ์ สำหรับ แนวโน้มเงินบาท นั้น หากประเมินด้วยกลยุทธ์ Trend-Following แม้เงินบาทจะทยอยอ่อนค่าลงบ้างในช่วงท้ายสัปดาห์ก่อน ทว่าเงินบาทยังอยู่ในแนวโน้มทยอยแข็งค่าขึ้น หรือ แกว่งตัว Sideways จนกว่าจะสามารถอ่อนค่าทะลุโซน 34.00 บาทต่อดอลลาร์ ได้อย่างชัดเจน ทั้งนี้ เงินบาทยังมีโซนแนวต้านสำคัญแถว 34.00 บาทต่อดอลลาร์ (แนวต้านถัดไป 34.40-34.50 บาทต่อดอลลาร์) ขณะที่โซนแนวรับสำคัญจะอยู่ในช่วง 33.50-33.60 บาทต่อดอลลาร์ (แนวรับถัดไป 33.30 บาทต่อดอลลาร์)

ความคิดเห็นล่าสุด

การเปิดเผยความเสี่ยง: การซื้อขายตราสารทางการเงินและ/หรือเงินดิจิตอลจะมีความเสี่ยงสูงที่รวมถึงความเสี่ยงต่อการสูญเสียจำนวนเงินลงทุนของคุณบางส่วนหรือทั้งหมดและอาจไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทั้งหมด ราคาของเงินดิจิตอลแปรปรวนอย่างมากและอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เช่น เหตุการณ์ทางการเงิน กฎหมายกำกับดูแล หรือ เหตุการณ์ทางการเมือง การซื้อขายด้วยมาร์จินทำให้ความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มขึ้น
ก่อนการตัดสินใจซื้อขายตราสารทางการเงินหรือเงินดิจิตอล คุณควรตระหนักดีถึงความเสี่ยงและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายในตลาดการเงิน ควรพิจารณาศึกษาอย่างรอบคอบในด้านวัตถุประสงค์การลงทุน ระดับประสบการณ์ และ การยอมรับความเสี่ยงและแสวงหาคำแนะนำทางวิชาชีพหากจำเป็น
Fusion Media อยากเตือนความจำคุณว่าข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่แบบเรียลไทม์หรือเที่ยงตรงแม่นยำเสมอไป ข้อมูลและราคาที่แสดงไว้บนเว็บไซต์ไม่ใช่ข้อมูลที่ได้รับจากตลาดหรือตลาดหลักทรัพย์เสมอไปแต่อาจได้รับจากผู้ดูแลสภาพคล่องและดังนั้นราคาจึงอาจไม่เที่ยงตรงแม่นยำและอาจแตกต่างจากราคาจริงในตลาดซึ่งหมายความว่าราคานี้เป็นเพียงราคาชี้นำและไม่เหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการซื้อขาย Fusion Media และผู้ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้จะไม่รับผิดชอบใด ๆ สำหรับความเสียหายหรือการสูญเสียที่เป็นผลมาจากการซื้อขายของคุณหรือการพึ่งพาของคุณในข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้
ห้ามใช้ จัดเก็บ ทำซ้ำ แสดงผล ดัดแปลง ส่งผ่าน หรือ แจกจ่ายข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้โดยไม่ได้รับการอนุญาตล่วงหน้าอย่างชัดแจ้งแบบเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Fusion Media และ/หรือจากผู้ให้ข้อมูล ผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและ/หรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้
Fusion Media อาจได้รับผลตอบแทนจากผู้โฆษณาที่ปรากฎบนเว็บไซต์โดยอิงจากปฏิสัมพันธ์ของคุณที่มีกับโฆษณาหรือผู้โฆษณา
เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษของเอกสารฉบับนี้เป็นเวอร์ชั่นหลักซึ่งจะเป็นเวอร์ชั่นที่เหนือกว่าเมื่อใดก็ตามที่มีข้อขัดแย้งไม่สอดคล้องตรงกันระหว่างเอกสารเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษกับเอกสารเวอร์ชั่นภาษาไทย