สมาชิกรัฐสภาสหรัฐฯ บรรลุข้อตกลงงบประมาณรัฐบาล ขณะที่การถกเถียงเรื่อง ICE ยังคงดำเนินต่อ
ข่าวสารทองคำประจำวัน (Fundamental Overview)
ราคาทองโลกปรับตัวขึ้นใกล้จุดสูงสุดของปี 2024 ที่ระดับ 2,786ดอลลาร์ ก่อนจะลงมาปิดที่ระดับ 2,770ดอลลาร์ ในวันศุกร์ (24 ม.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการที่เงินดอลลาร์สหรัฐฯ ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบกว่า 1 เดือน หลังโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ผลักดันให้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ย และความไม่แน่นอนเกี่ยวกับภาษีนำเข้า รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอเช่นดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตและภาคบริการของสหรัฐ ที่ดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 9 เดือน นอกจากนี้ดอลลาร์ยังเผชิญแรงกดดันหลัง BOJ ปรับขึ้นดอกเบี้ย
ขณะที่สัปดาห์นี้ตลาดจับการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในวันที่ 28-29 ม.ค.นี้ รวมถึงการประกาศภาษีหรือนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ในวันที่ 1 ก.พ.ทรัมป์ระบุว่า อาจจะมีการประกาศเก็บภาษีนำเข้าจากเม็กซิโก แคนาดา จีน และสหภาพยุโรปในวันที่ 1 ก.พ.
ข้อมูลเทคนิค (Technical Analysis)
ราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวในแนวโน้มขาขึ้น (Bullish Trend) ในภาพรวมใหญ่ โดยมีเป้าหมายที่จุดสูงสุดตลอดกาลที่ 2,790 ดอลลาร์ ซึ่งทำได้เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม หากยังไม่ผ่านโซนดังกล่าวควรเพิ่มความระมัดระวังหลังดัชนี Relative Strength Index (RSI) ในกราฟรายวันเคลื่อนตัวเข้าใกล้เขตซื้อมากเกินไป ซึ่งอาจบ่งบอกถึงการพักตัวหรือปรับฐานในระยะสั้น ในทางกลับกัน แนวรับอยู่ที่บริเวณ 2,760ดอลลาร์ ซึ่งหากราคาทองคำลดลงต่ำกว่านี้ อาจจะร่วงลงไปทดสอบจุดต่ำสุดที่บริเวณ 2,740-2,735 ดอลลาร์ โดยมีแนวรับสำคัญที่ 2,725-2,720 หากหลุดโซนดังกล่าว อาจเปลี่ยนแนวโน้มไปสู่การซื้อขายแบบขาลง
กลยุทธการลงทุนทองคำ
ราคาทองโลก (Gold Spot):
แนวรับ 2,760/2,740/2,625 ดอลลาร์ต่อออนซ์
แนวต้าน 2,775/2,790/2,820 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ทองคำทองคำแท่งน้ำหนัก 1 บาท 96.5%:
แนวรับ 44,000/43,800/43,650บาท
แนวต้าน 44,150/44,300/44,600บาท
หมายเหตุ ราคาทองไทยเป็นราคาโดยประมาณซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามทิศทางค่าเงิน
อัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯล่าสุด
ดอกเบี้ยสหรัฐล่าสุดอยู่ที่ระดับ 4.25-4.50%
