OpenAI Ads จะส่งผลกระทบต่อคู่แข่งอย่าง Google และ Meta อย่างไร?
USD / DM VS. EM / CPI
• SET: SET Index ปรับตัวลงวานนี้น่าโดยกลุ่มโรงไฟฟ้าจากความกังวล ของตลาดต่อประเด็นการปรับลดค่าไฟในช่วงถัดไป มกราคม ยังคงคาดการณ์ว่า SET Index สําหรับมุมมองในเดือน จะสามารถปรับตัวรีบาวด์ขึ้นมา จากบริเวณ 1360-1380 จุดได้ โดยมีตัวแปรสาคัญได้แก่ Fund flow ที่อาจทยอยไหลออกจากตลาดหุ้นพัฒนาแล้วเช่นสหรัฐฯกลับเข้าสู่ตลาด หุนเกิดใหม่อีกครั้งหนึ่ง (รายละเอียดด้านล่าง)
• Strategy: ด้วยเหตุนี้ในเชิงกลยุทธ์ เรายังคงแนะน่าให้นักลงทุนที่เพิ่ม นํ้าหนักหุ้นไทยบริเวณดัชนี 1370 จุดก่อนหน้านี้ สามารถถือครองหุ้นใน ส่วนดังกล่าวต่อไปได้ หรือหากยังไม่ได้มีการ Take action ในช่วงที่ผ่าน มา สามารถใช้จังหวะปัจจุบันในการเพิ่มนําหนักหุ้นไทยได้ด้วยเช่นกัน โดยหุ้น Top picks แนะน่าของเราประจําเดือนม.ค.ยังคงได้แก่ AEONTS, CPALL (BK:CPALL), JMT, PTT (BK:PTT), TISCO, WHA, DIF, LHHOTEL
• USD: เงินดอลลาร์สหรัฐฯร่วงลงแรงเมื่อคืนนี้ ภายหลังนสพ. Washington Post ของสหรัฐฯรายงานว่าฝ่ายคณะทํางานของทรัมป์กําาลังสํารวจความ เป็นไปได้ของการขึ้นภาษีน่าเข้าที่ครอบคลุมเพียงแค่สินค้าสําคัญๆเท่านั้น แม้ทรัมป์จะออกมาปฏิเสธข่าวดังกล่าวในภายหลังและช่วยให้เงิน USD ฟื้น ขึ้นมาได้บ้าง แต่การปรับลบสิ้นวันในระดับ 0.6% ถือเป็นการอ่อนค่ามาก สุดใน 1 วันนับตั้งแต่เดือนพ.ย.ที่ผ่านมา
• Rotation in the Making: เรากําลังจับตาดูว่าการปรับลงของเงิน USD จะกลายมาเป็น Turning point ที่สําคัญที่เราคาดหวังอยู่หรือไม่ กล่าวคือ สถิติการเลือกตั้งในยุค Trump 1.0 บ่งชี้ว่าเงิน USD จะปรับตัว Peak out ในช่วงเวลา 2 เดือนหลังการเลือกตั้ง (รูปที่ 1) ซึ่งตรงกับช่วงเวลานี้พอดี หากเงิน USD ดังกล่าวทยอยย่อตัวลงในช่วงถัดไปตาม Pattern ในอดีต จริง ประเมินว่าตลาดหุ้นเกิดใหม่ (EM) มีโอกาสที่จะทยอยได้รับอานิสงส์ ทางด้าน Fund flow และจะเริ่มกลับมา Outperform ตลาดหุ้นพัฒนาแล้ว เชนสหรัฐฯได้ไม่ยาก เหมือนภาพที่เคยเกิดขึ้นในช่วงนี้เมื่อยุค Trump 1.0 ด้วยเช่นกัน (รูปที่ 2)
• CPI: กระทรวงพาณิชย์รายงานตัวเลขเงินเฟ้อของไทยประจําเดือนธ.ค. ขยายตัวต่ากว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ทั้งในส่วนของ Headline และ Core CPI ดอก มุมมองของเราที่ว่าแรงกดดันเงินเฟ้อภายในยังคงอยู่ใน ระดับที่ต่ามาก ไม่นับรวมกับประเด็นค่าไฟที่อาจจะลดลงในช่วงถัดไป ซึ่งจะยิ่งเป็นปัจจัยกดดันเงินเฟ้อให้นําเข้าไปอีก เมื่อมาประกอบกับภาพรวม ทางเศรษฐกิจที่น่าจะเติบโตแบบไต่บันไดลงในปีนี้ (YoY growth ลดลง ตามลําาดับรายไตรมาส) ทําให้เราเชื่อว่าสมมติฐานการปรับลดดอกเบี้ยกนง. 0.25% ที่เราประเมินไว้ว่าจะเกิดขึ้นได้ในช่วงไตรมาส 1 มีความเป็นไปได้ สูงขึ้น ทั้งนี้ หากดูการ Pricing ในตลาด Swap ปัจจุบันจะพบว่าตลาดให้ นําหนักต่อปัจจัยดังกล่าวเพียง 14% เท่านั้น ทําให้เราเชื่อว่าหากการลด ดอกเบี้ยเกิดขึ้นจริง Bond yield ของไทยโดยเฉพาะรุ่นระยะสั้นมีโอกาสที่ จะปรับลงต่อจากนี้ได้อีก ส่งผลบวกทางอ้อมต่อมายังตลาดหุ้นผ่านมาตรวัด Yield gap ต่างๆ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือกลุ่ม IFF & REIT ที่เรายังคงแนะนําให้ Overweight ต่อไป
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Trinity Securities
