OpenAI Ads จะส่งผลกระทบต่อคู่แข่งอย่าง Google และ Meta อย่างไร?
January investment outlook
• January: สําหรับภาพตลาดหุ้นไทยในเดือนมกราคมปี 2568 คาดว่า SET Index จะสามารถปรับตัวรีบาวด์ขึ้นมาจากบริเวณ 1360-1380 จุดได้ ไม่ยาก มองการปรับฐานของ SET Index ในช่วงที่ผ่านมาถือเป็นเรื่องที่ดี ในการลดความร้อนแรงด้าน Valuation ของตลาด หลังจากที่ประมาณการ กําไรของบริษัทจดทะเบียนได้ถูกปรับน่าลงมาก่อนหน้านี้ สําหรับการไถ่ ถอนกองทุน LTF ที่เตรียมครบกําหนดอายุใหม่ในเดือนนี้ ประเมินจะมีมูลค่า อยู่ที่ราว 5.5 พันล้านบาท ซึ่งมองว่าแรงไถ่ถอนนี้จะไม่ได้มีอิทธิพลกดดัน SET Index มากนัก ในภาวะที่สภาพคล่องของนักลงทุนสถาบันในประเทศ ยังคงอยู่ในระดับสูง ส่วนหนึ่งจากเม็ดเงินกองทุนลดหย่อนภาษีที่เข้ามา ในช่วงปลายปี 2024
• January effect: ที่สําคัญ ผลการศึกษาของเราในเชิงปริมาณยังพบว่า SET Index มักเกิดปรากฏการณ์ January effect ในช่วง 2 สัปดาห์แรก ของเดือนมกราคม โดยหากใช้ข้อมูลในช่วง 10 ปีหลังสุด จะพบว่าดัชนีให้ ผลตอบแทนเฉลี่ยในช่วงเวลาดังกล่าวอยู่ที่ 1.4%โดยมีผลตอบแทนที่ดิด ลบเพียงแค่ 2 ปีจาก 10 ปีเท่านั้น
• Strategy: ในเชิงกลยุทธ์ หากเทียบเคียงระดับดัชนีปัจจุบันที่บริเวณ 1386 จุด กับระดับกรณีฐานของเราในปี 2025 ที่ 1455 จุด ต้องบอกว่า ระดับ Upside เป็นต่อ Downside แล้ว ด้วยเหตุนี้ จึงแนะนําให้นักลงทุนที่ เพิ่มนํ้าหนักหุ้นไทยบริเวณดัชนี 1370 จุดตามที่เราแนะนําก่อนหน้านี้ สามารถถือครองหุ้นในส่วนดังกล่าวต่อไปได้
• Picks: กลุ่มหุ้นที่น่าสนใจในเดือนนี้ มองไปยัง 4 ธีมการลงทุนสําคัญ ได้แก่
1) กลุ่มค้าปลีกและไฟแนนซ์ที่ได้ประโยชน์จากมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ และมาตรการกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย ได้แก่ AEONTS, CPALL (BK:CPALL), JMT
2) กลุ่มหุ้นปันผลสูงที่อยู่ในดัชนี SETHD ซึ่งมักจะเป็นดัชนีที่ปรับตัว Outperform ในช่วง 4 เดือนแรกของทุกๆปี ได้แก่ PTT (BK:PTT), TISCO
3) กลุ่มหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการลงทุนทางตรงของต่างชาติ และการ ลงทุนภาคเอกชนของไทยที่จะฟื้นตัวได้โดดเด่น ได้แก่ WHA
4) กลุ่มหุ้น IFFs และ REITs ที่ได้ประโยชน์จากระดับ Dividend yield gap ที่ยังคงยืนสูงกว่าค่าเฉลี่ย บ่งชี้ถึงความน่าสนใจเมื่อเปรียบเทียบ กับการลงทุนในตราสารที่คล้ายกันอย่างพันธบัตร ได้แก่ DIF, LHHOTEL
• Factors: สําหรับปัจจัยที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่
1) รายงานตัวเลขเงินเฟ้อ CPI ของไทยประจําเดือนธ.ค.ในวันนี้ ล่าสุด ตลาดคาดการณ์ Headline ขยายตัว 1.4% YoY และหดตัว 0.1% MoM ส่วน Core คาดขยายตัว 0.9% YoY เรามองแรงกดดันเงินเฟ้อ ภายในยังคงอยู่ค่อนข้างต่า ซึ่งจะเอื้อให้ธปท.สามารถดําเนินปรับลด ดอกเบี้ยได้ 1 ครั้งภายในไตรมาสที่ 1 นี้
2) รายงานตัวเลขเงินเฟ้อ CPI และ PPI ของจีนประจําเดือนธ.ค. ในวันที่ 9 ม.ค. ล่าสุดตลาดคาดการณ์ขยายตัว 0.1% YoY และหดตัว 2.4% YOY ตามล่าดับ
3) รายงานตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐฯประจําเดือนธ.ค.ในวันที่ 10 ม.ค. ล่าสุดตลาดคาดการณ์การจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 1.6 แสน าแหน่ง
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Trinity Securities
