ราคาทองคำโลกดิ่งแรงทำจุดต่ำสุดในรอบ 2 สัปดาห์ ที่ระดับ 2,364 ดอลลาร์

เผยแพร่ 06/08/2024 09:45

ข่าวสารทองคำประจำวัน
ราคาทองคำโลกดิ่งแรงทำจุดต่ำสุดในรอบ 2 สัปดาห์ ที่ระดับ 2,364 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ฉุดราคาทองคำแท่งในประเทศขายออกต่ำกว่า 40,000บาท จากความผันผวนของตลาดเงินหลังนักลงทุนแห่ขายทุกสินทรัพย์รวมถึงทองคำเพื่อครอบคลุมการขาดทุนในสินทรัพย์อื่นๆ โดยล่าสุดดัชนีดาวโจนส์ดิ่งลงกว่า 1,000 จุด และตลาดการเงินทั่วโลกต่างปรับร่วงแรงเช่นกัน จากการที่ตัวเลขการจ้างงานสหรัฐที่ออกมาแย่ในสัปดาห์ที่ผ่านมา สร้างความวิตกเรื่องภาวะเศรษฐกิจถดถอยในสหรัฐ อย่างไรก็ตามราคาทองคำก็สามารถรีบาวน์กลับขึ้นมาปิดที่ระดับ 2,409ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้อย่างรวดเร็วจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมืองที่เกิดขึ้นทั่วโลก รวมทั้งการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย

สำหรับสัปดาห์นี้ นักลงทุนจะติดตามรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญสหรัฐฯ ได้แก่รายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน ตัวเลขขอรับสวัสดิการณ์ว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐ การเมืองในประเทศ และสถาณการณ์สงครามในภูมิภาคตะวันออกกลาง

ข้อมูลทางเทคนิคแนวโน้มราคาทองคำ
สำหรับวันนี้ราคาทองโลกเปิดตลาดที่ระดับ 2,409 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สำหรับราคาทองคำแท่ง 96.5% ในประเทศประมาณการณ์ตอนเปิดตลาดขายออกบาทละ 40,500บาท สำหรับมุมมองทางเทคนิคราคาทองคำโลกปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วหลังเกิดแรงขายรุนแรงที่ผันผวนเกือบ 100 ดอลลาร์ แต่ยังสามารถปิดเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 200วัน ทำให้อาจมีแรงขึ้นได้บ้างในแนวโน้มขาลง ดังนั้นแนวต้านเป้าหมายวันนี้จะอยู่ที่ 2,435-2,450 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่อย่างไรก็ตามหากหลุด 2,400ดอลลาร์ต่อออนซ์ราคาโลกมีแนวโน้มลงต่อ ส่วนทองคำในประเทศคาดว่าราคาอาจปรับตัวขึ้นได้บ้างหลังเงินบาทเริ่มอ่อนค่าได้บ้าง
ราคาสูงสุดต่ำสุดของราคาทองโลก
สูงสุด  2,458 usd/oz   ต่ำสุด 2,364 usd/oz   

กลยุทธการลงทุนทองคำ (
Buy)
ราคาทองโลก (Gold Spot):  
แนวรับ
 2,400/2,365usd/oz
แนวต้าน
2,435/2,450usd/oz    


ทองคำทองคำแท่งน้ำหนัก 1 บาท 96.5%:   
แนวรับ
 40,300/40,000บาท  
แนวต้าน
40,650/40,800บาท
หมายเหตุ ราคาทองไทยเป็นราคาโดยประมาณซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามทิศทางค่าเงิน


ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญวันนี้
ไม่มีตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ

กองทุน SPDR (กองทุนที่ลงทุนในทองคำแท่งที่ใหญ่ที่สุดในโลก)
ถือครอง 844.90ตัน (-0.57ตัน)

อัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯล่าสุด
ดอกเบี้ยสหรัฐล่าสุดอยู่ที่ระดับ 5.25-5.50%

บทวิเคราะห์ข้างต้นจัดทำขึ้นสำหรับกลุ่มลูกค้าของบริษัทฯเท่านั้น บริษัทฯไม่ได้มีส่วนรับผิดชอบใดๆ ต่อการวิเคราะห์ข้างต้น การลงทุนมีความเสี่ยงโปรดใช้วิจารณญาณในการลงทุนด้วยตัวของท่านเอง บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นโดย MyGOLD Plus Investment research Dept.

 

ความคิดเห็นล่าสุด

การเปิดเผยความเสี่ยง: การซื้อขายตราสารทางการเงินและ/หรือเงินดิจิตอลจะมีความเสี่ยงสูงที่รวมถึงความเสี่ยงต่อการสูญเสียจำนวนเงินลงทุนของคุณบางส่วนหรือทั้งหมดและอาจไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทั้งหมด ราคาของเงินดิจิตอลแปรปรวนอย่างมากและอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เช่น เหตุการณ์ทางการเงิน กฎหมายกำกับดูแล หรือ เหตุการณ์ทางการเมือง การซื้อขายด้วยมาร์จินทำให้ความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มขึ้น
ก่อนการตัดสินใจซื้อขายตราสารทางการเงินหรือเงินดิจิตอล คุณควรตระหนักดีถึงความเสี่ยงและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายในตลาดการเงิน ควรพิจารณาศึกษาอย่างรอบคอบในด้านวัตถุประสงค์การลงทุน ระดับประสบการณ์ และ การยอมรับความเสี่ยงและแสวงหาคำแนะนำทางวิชาชีพหากจำเป็น
Fusion Media อยากเตือนความจำคุณว่าข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่แบบเรียลไทม์หรือเที่ยงตรงแม่นยำเสมอไป ข้อมูลและราคาที่แสดงไว้บนเว็บไซต์ไม่ใช่ข้อมูลที่ได้รับจากตลาดหรือตลาดหลักทรัพย์เสมอไปแต่อาจได้รับจากผู้ดูแลสภาพคล่องและดังนั้นราคาจึงอาจไม่เที่ยงตรงแม่นยำและอาจแตกต่างจากราคาจริงในตลาดซึ่งหมายความว่าราคานี้เป็นเพียงราคาชี้นำและไม่เหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการซื้อขาย Fusion Media และผู้ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้จะไม่รับผิดชอบใด ๆ สำหรับความเสียหายหรือการสูญเสียที่เป็นผลมาจากการซื้อขายของคุณหรือการพึ่งพาของคุณในข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้
ห้ามใช้ จัดเก็บ ทำซ้ำ แสดงผล ดัดแปลง ส่งผ่าน หรือ แจกจ่ายข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้โดยไม่ได้รับการอนุญาตล่วงหน้าอย่างชัดแจ้งแบบเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Fusion Media และ/หรือจากผู้ให้ข้อมูล ผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและ/หรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้
Fusion Media อาจได้รับผลตอบแทนจากผู้โฆษณาที่ปรากฎบนเว็บไซต์โดยอิงจากปฏิสัมพันธ์ของคุณที่มีกับโฆษณาหรือผู้โฆษณา
เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษของเอกสารฉบับนี้เป็นเวอร์ชั่นหลักซึ่งจะเป็นเวอร์ชั่นที่เหนือกว่าเมื่อใดก็ตามที่มีข้อขัดแย้งไม่สอดคล้องตรงกันระหว่างเอกสารเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษกับเอกสารเวอร์ชั่นภาษาไทย