ราคา Bitcoin วันนี้: ลดลงที่ $76k หลังจากแตะระดับต่ำสุดในรอบ 15 เดือนจากการเทขายครั้งใหญ่
ECB / VAYU / BBL
• SET: คาด SET Index ปรับทรงตัวอิงทางลบ โดยกลุ่ม Electronics มีโอกาสฟื้นตัวขึ้นมาบ้างตามการรีบาวด์ของกลุ่ม Chipmakers ในตลาดโลก นอกจากนั้นยังมี Sentiment เชิงบวกจากข่าวการขยาย กองทุนวายุภักษ์ที่อาจเกิดขึ้นในปีนี้ (รายละเอียดด้านล่าง) อย่างไรก็ตาม ด้วยเงินบาทที่ปรับตัวอ่อนค่าอย่างรวดเร็วในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา อาจหา ให้เห็นแรงขายของนักลงทุนต่างชาติเกิดขึ้นในวันนี้ได้
• ECB: ธนาคารกลางยุโรปมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 3.75% ตามที หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ โดยหลังการประชุม นาง Christine Lagarde กล่าวว่า ECB ยังไม่ปิดกั้นกรณีใดๆสําหรับการประชุมครั้งถัดไปในเดือน กันยายนนี้ โดยสถานการณ์เงินเฟ้อปัจจุบันยังคงมีแรงกดดันในส่วนของ ตลาดแรงงานที่ยังคงเห็นการเพิ่มขึ้นของค่าจ้างอยู่ ทั้งนี้ คําพูดดังกล่าว ไม่ได้มีผลกระทบใดๆต่อคาดการณ์ของตลาดที่ล่าสุดยังคงมองว่า ECB จะมีการลดดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในปีนี้ ธันวาคมนี้ ซึ่งน่าจะเกิดขึ้นในเดือนกันยายนและ
• VAYU: สําหรับปัจจัยภายใน เมื่อวานนี้มีความคาดหวังเชิงบวกเกิดขึ้นจาก การออกมาแถลงของกระทรวงการคลังเกี่ยวกับการเตรียมน่าเงื่อนไข กองทุน ESG ใหม่ (เพิ่มเติมวงเงินลดหย่อนอีก 2 แสนบาทต่อราย) เข้าสู่ การพิจารณาของครม.ในสัปดาห์หน้า และที่สําคัญ มีการพูดถึงประเด็นการ เพิ่มเงินลงทุนในกองทุนวายุภักษ์ ที่อาจจะทยอยนําเข้าสู่ที่ประชุมครม. ในช่วงถัดไปเช่นกัน โดยในส่วนของกองทุน ESG นั้น เรามองว่าเม็ดเงินที่ จะไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นคงไม่ได้มีนัยสําคัญมากนัก เนื่องจากมีกองทุนตรา สารหนี้เป็นทางเลือก แต่ในกรณีของกองทุนวายุภักษ์ หากสามารถมีการ เพิ่มเงินลงทุนจริง มองว่าจะเป็นการเพิ่มสภาพคล่องให้กับตลาดหุ้นอย่าง สําคัญได้
• Fed: สําหรับปัจจัยวันนี้แนะน่าติดตามการแสดงความเห็นของกรรมการ Fed คนสําคัญอย่างนาย John Williams และนาย Raphael Bostic ว่าจะ ออกมาให้ความเห็นในแนวทางเดียวกันกับนาย Jerome Powell ก่อนหน้า นี้หรือไม่ ที่กล่าวว่าตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯที่ออกมาในระยะหลัง ได้สร้าง ความมั่นใจว่าเงินเฟ้อสหรัฐฯกําลังเดินหน้ากลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายที่ 2% แล้ว ล่าสุด Fed Funds futures บ่งชี้ความน่าจะเป็นของการลดดอกเบี้ย 2 ครั้ง (0.5%) ในปีนี้ 100% แล้ว ส่วนครั้งที่ 3 นั้นให้โอกาสอยู่ที่ 52%
• BBL: ประกาศกําไร 2Q67 ที่ 11,807 ล้านบาท ดีขึ้น 12% QoQ และ 5% YoY ดีกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้าราว 15% โดยมีปัจจัยบวกหลักมาจาก กําไรจากการวัดมูลค่าเงินลงทุนที่เพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก ส่งผลให้รายได้ที่ มิใช่ดอกเบี้ยที่เพิ่มสูงขึ้น ด้านรายได้จากธุรกิจหลักค่อนข้างทรงตัว ขณะที่ สัดส่วน NPL และสํารองหนี้เพิ่มขึ้น โดยเป็นผลจากการ Relapse ของ ลูกหนี้รายใหญ่ อย่างไรก็ตามระดับ NPL Coverage Ratio ยังสูงที่สุดใน กลุ่มที่ 283% เราปรับลดประมาณการค่าไรปี 2567 ลงเล็กน้อยราว 4% จากประมาณการเติมมาอยู่ที่ 41,531 ล้านบาท (ทรงตัว YoY) เนื่องจาก มองว่ากําไรงวด 2H67 อาจอ่อนตัวลงจาก 1H67 ปรับลดราคาเป้าหมาย เล็กน้อยจาก 185 บาทมาอยู่ที่ 179 บาท อิง PBV 0.6X แต่ยังคงแนะน่า “ชื่อ” และในเชิงกลยุทธ์ยังคงให้เป็นหนึ่งใน Top pick ประจําการลงทุน ไตรมาส 3 เนื่องจากมองเป็นหุ้นที่ปลอดภัยจาก Valuation ที่อยู่ในระดับ ต่า และมีความแข็งแกร่งทางด้านคุณภาพสินทรัพย์และงบดุล
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Trinity Securities
